จดหมายจากเด็กอายุ 12 ปี… จากใจลูก ถึงคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ

จากใจลูก
จากใจลูก

จดหมายจากเด็กอายุ 12 ปี…จากใจลูก ถึงคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ

วันนี้ Secret ขอนำบทความ “ จากใจลูก ถึงคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ” ซึ่งเขียนโดยน้อง “น้ำหวาน” เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุเพียงแค่ 12 ปี มาฝากท่านผู้อ่าน…ขอแนะนำว่าผู้ที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ห้ามพลาดเด็ดขาด!

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่

น้ำหวานคิดว่าคุณผู้อ่านหลายคนคงกำลังมีบุตรที่อยู่ในช่วงอายุ 10 – 15 ปี…อายุในช่วงนี้คือช่วงเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น ซึ่งน้ำหวานกำลังอยู่ในวัยนี้พอดี แต่ถ้าใครมีลูกที่อายุน้อยหรือมากกว่านี้ก็สามารถนำข้อแนะนำของน้ำหวานมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากันได้เช่นเดียวกัน

วัยรุ่นช่วงนี้ต้องการคนดูแล เข้าใจเขามากๆ และคนที่เขาต้องการนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเลย คือคุณพ่อคุณแม่คนที่ดูแลรับผิดชอบชีวิตของพวกเขานั่นเอง

น้ำหวานอยากถามทุกคนว่า…คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นอาการแบบนี้เกิดกับลูกๆ บ้างไหมคะ

              อาการที่ 1 ลูกๆ ขี้งอน

                อาการที่ 2 ลูกๆ ไม่มีเพื่อน

                อาการที่ 3 ลูกๆ เอาแต่ใจ

                อาการที่ 4 ลูกๆ ไม่ตั้งใจเรียน

น้ำหวานมีสาเหตุมาบอกให้ทราบค่ะ

ลูกๆ ขี้งอน สาเหตุเพราะเขาต้องการคนเข้าใจและดูแลค่ะ

สมัยเด็กน้ำหวานเป็นบ่อยมากค่ะ เพราะน้ำหวานอยากให้คุณแม่เอาใจ…ช่วงนั้นน้ำหวานเพิ่งเข้าเรียนชั้นประถม 1 และครอบครัวเราเพิ่งมีน้องคนใหม่ น้ำหวานจึงเอาแต่ใจมากๆ เพราะน้ำหวานอิจฉาน้อง นอกจากแม่จะเอาเวลาที่เคยมีให้น้ำหวานไปนั่งทำงานแล้ว แม่ยังเอาเวลาที่เหลือทั้งหมดไปสนใจน้องคนเดียว

แต่ตอนนี้น้ำหวานไม่ขี้งอนแล้วค่ะ เพราะคุณแม่มีเวลาให้น้ำหวานมากขึ้น และเราเข้าใจกันมากขึ้นคุณแม่ของน้ำหวานทำงานข้าราชการเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนประจำอำเภอ ท่านเลยเข้าใจวัยรุ่นแบบน้ำหวานมากกว่าเดิม

เพราะฉะนั้น เมื่อเริ่มเห็นว่าลูกตัวเองเริ่มมีอาการขี้งอนแบบไร้สาเหตุ คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาอยู่กับเขาให้มากกว่าเดิม…ให้ลูกคิดว่าเราไม่เคยเห็นงานสำคัญกว่าเขา เมื่อเขาเริ่มสำนึกผิดก็จะค่อยๆ ทำตัวให้ดีขึ้นเองค่ะ

ลูกๆ ไม่มีเพื่อน สาเหตุเพราะเขาไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีพอ

น้ำหวานเคยมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาเคยเล่าเรื่องสมัยเด็กให้น้ำหวานฟังว่า สมัยก่อนเขาเป็นเด็กไม่มีเพื่อนเพราะตอนนั้นเขาได้รับความรักจากคุณพ่อคุณแม่น้อยเกินไป เขาเป็นลูกคนโตที่มีน้องสาวอายุไล่ๆ กันซึ่งเป็นโรคหอบหืด พ่อแม่จึงต้องดูแลมากเป็นพิเศษจนลืมเอาใจใส่เขาไป ทำให้เขาคิดว่าตัวเองเป็นเด็กไม่ดี แล้วมาระบายที่โรงเรียน ทำให้แทบไม่มีเพื่อนเหลือเลยโชคดีที่ตอนนี้เขาปรับปรุงตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและสามารถสอบติดโรงเรียนดังๆ ได้

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเอาใจใส่ลูกมากๆ และคอยให้คำปรึกษาในยามที่เขาต้องการ ถ้าลูกกลับมาถึงบ้าน อาจถามเขาว่า “เรียนสนุกไหมลูก มีอะไรมาเล่าให้ฟังบ้างไหมจ๊ะ’…คุณพ่อคุณแม่น้ำหวานจะถามทุกครั้งหลังเลิกเรียน ทำให้น้ำหวานรู้สึกมีกำลังใจเรียนหนังสือแล้วไม่รู้สึกโดดเดี่ยว หากใครอยากลองหาเรื่องคุยกับลูก…ลองวิธีนี้ดูนะคะ

ลูกๆ เอาแต่ใจ สาเหตุเพราะเขาอยากให้คุณพ่อคุณแม่สนใจเขามากกว่าเดิม…บางครั้งลูกๆ อาจส่งเสียงของตัวเองไปไม่ถึงคุณพ่อคุณแม่ จึงต้องเรียกร้องความสนใจด้วยการกระทำหลากหลายวิธี เช่น ไม่ตั้งใจเรียน เอาแต่ใจ เก็บตัวเงียบเปิดเพลงเสียงดัง ซิ่งมอเตอร์ไซค์ หากลูกๆ ทำแบบนี้ เชื่อได้เลยค่ะว่าเขาอยากได้รับความสนใจมากขึ้น

แต่บางทีถ้าสนใจมากเกินไป ให้เงินหรือให้ของเขาใช้มากมายโดยที่ไม่จำเป็นเช่น มือถือราคาแพง เกมออกใหม่ ฯลฯ ระวังเขาจะติดเป็นนิสัยและเอาแต่ใจมากกว่าเดิมนะคะ หรือถ้าเขาอยากได้มากก็ให้ลองทำอะไรด้วยตัวเองเพื่อแลกของเหล่านั้น เช่น ทำความสะอาดห้องของตัวเอง ดูแลรถให้คุณพ่อคุณแม่…เพื่อเขาจะได้เป็นผู้นำที่ดีในอนาคตค่ะ

ลูกๆ ไม่ตั้งใจเรียน สาเหตุเพราะเขาไม่มีแรงบันดาลใจที่จะตั้งใจเรียน อย่างน้ำหวาน…น้ำหวานมีแรงบันดาลใจในการตั้งใจเรียน คือคุณพ่อคุณแม่และอนาคตของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่เคยถามลูกไหมคะว่า โตขึ้นเขาอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ลองถามดูโดยไม่ต้องเข้าไปก้าวก่ายจินตนาการของเขา อาจทำให้ลูกของคุณพ่อคุณแม่มองเห็นอนาคตของตัวเองได้ชัดขึ้นค่ะ

น้ำหวานเคยมีความรักที่โรงเรียน…แต่น้ำหวานก็เล่าให้คุณแม่ฟังหมดทุกอย่างเลยค่ะ คุณแม่ท่านบอกน้ำหวานว่า…ความรักไม่เสียหาย แต่วัยของน้ำหวานยังไม่ถึงเวลารักได้แต่ต้องให้มีขอบเขตด้วย และปลอบน้ำหวานต่อว่า…ให้น้ำหวานใช้ความรักเป็นแรงบันดาลใจในการมาโรงเรียนและตั้งใจเรียนค่ะ…การที่ลูกๆ มีความรัก ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนไม่ดี บางคนต้องการความรักจากเพื่อนเพศตรงข้าม เพราะเขาไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่ของเขา เขาจึงต้องไปหาความรักจากเพศตรงข้าม

พูดถึงเรื่องเรียน หากคุณพ่อคุณแม่มีลูกๆ ที่ตั้งใจเรียนหนังสือที่โรงเรียนอยู่แล้วการเรียนพิเศษก็ไม่จำเป็นสำหรับเขาเลยค่ะ บางครั้งคุณแม่ก็บอกว่าลองเรียนดูแต่ในที่สุดคุณแม่ก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้น เพราะน้ำหวานบอกท่านว่า น้ำหวานจะตั้งใจเรียนที่โรงเรียนให้ดีที่สุด

น้ำหวานเคยสังเกตเพื่อนในห้องที่ไปเรียนพิเศษ…น้ำหวานไม่เห็นว่าผลการเรียนของเขากับน้ำหวานที่ไม่ได้ไปเรียนต่างกันตรงไหน…สู้เอาเวลาที่บังคับให้เขาไปเรียนพิเศษมาให้เขาได้ชาร์จแบตเตอรี่ร่างกายจะดีกว่าไหมคะ น้ำหวานว่า หากเรามีไฟหรือมีพลังงานเพียงพอ เราจะสามารถสนใจเรียนโดยไม่เบื่อหน่ายได้เอง

น้ำหวานเคยถามเพื่อนๆ เหมือนกันว่าทำไมต้องไปเรียนพิเศษ หลายคนบอกว่าพ่อแม่สั่งให้ไป บางคนที่เรียนเก่งอยู่แล้วก็ไปเรียนอีก เขาบอกน้ำหวานว่าจะไปสอบแข่งขันเพื่อเรียนต่อในโรงเรียนดังๆ น้ำหวานว่าไม่ยุติธรรมเลยนะคะที่ความรู้ของเด็กภูธรหรือเด็กบ้านนอกจะสู้เด็กในเมืองไม่ได้…ยังไงคนจนคงไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเรียนโรงเรียนดังๆ เพราะไม่มีเงินไปเรียนพิเศษ ทำให้เขาเป็นคนขาดโอกาสอยู่เรื่อยๆ ข้อคิดนี้ฝากถึงผู้ใหญ่ที่ดูแลการศึกษาด้วยนะคะ

            วัยรุ่นอาจเป็นวัยที่เข้าใจยากไปนิด โลกของเราอาจซับซ้อนไปหน่อย แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกต ลองถามไถ่ ดูแลพวกเราให้ดี จะสามารถเข้าใจเราได้เองค่ะ…พยายามเข้านะคะคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพทุกคน

 

เรื่อง ธันยชนก กสิผล/เรียบเรียงโดย ณัฐนภ ตระกลธนภาส

keyboard_arrow_up