รักบริสุทธิ์

พัฒนาการเพื่อรักบริสุทธิ์ 4 ขั้น…เช็คดูซิว่าความรักของคุณอยู่ขั้นไหน!

รักบริสุทธิ์
รักบริสุทธิ์

พัฒนาการเพื่อ ” รักบริสุทธิ์ ” 4 ขั้น…เช็คดูซิว่าความรักของคุณอยู่ขั้นไหน!

มาลองเช็คกันดูว่า รักของคุณเป็น รักบริสุทธิ์ หรือไม่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) จำแนกความรักออกเป็น 4 ขั้น ดังนี้

 

ขั้นที่ 1 รักตัวกลัวตาย

เป็นความรักขั้นพื้นฐาน อิงสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความรักชนิดนี้ เมื่อได้ยินเสียงดัง เราจะเอามือปิดหูหรือวิ่งหนีโดยไม่จำเป็นต้องให้ใครสอน ข้อดีคือ ทำให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยแต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน เพราะหากมีมากเกินไปจะกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ไม่เห็นคุณค่าของใคร จนทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาตัวรอด

 

ขั้นที่ 2 รักใคร่ปรารถนา

เป็นลำดับขั้นความรักที่พูดถึงมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ คือรักที่อิงสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นความต้องการส่วนลึกที่สุดในตัวมนุษย์ ทุกคนต่างต้องการดำรง “ตัวกูของกู” เอาไว้ไม่ให้สูญหายไปจากโลก ให้อัตตาเป็นอมตะนิรันดร์กาล

ความรักขั้นนี้เกิดจากราคะ ต้องการให้ใครสักคนมาเติมเต็มชีวิต ทำให้มีความสุขและช่วยดำรงเผ่าพันธุ์ของเราต่อไป แต่ถ้ามีมากเกินไป จากราคะจะเริ่มเปลี่ยนเป็นโลภะหวงไว้ ไม่ให้ใครมายุ่งเกี่ยว และเมื่อคนรักไม่ได้ดั่งใจจะกลายเป็นโทสะ คือความโกรธเฝ้าระแวงระวังไม่จบสิ้น กลายเป็นรักขึ้นสมอง จริง ๆ แล้วรักที่ดีต้องรักด้วยสมอง และหัวสมองต้องปรองดองกับหัวใจ ถ้าใช้เพียงหัวใจนำทาง ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อกระโดดไปในหุบเหวแห่งความรัก ท้ายที่สุดก็คงทิ้งได้แม้กระทั่งชีวิต

คนที่มีความรักในขั้นนี้ หากเอ่ยคำว่า“ฉันรักเธอ” ประโยคที่แฝงอยู่คือ “เพราะเธอทำให้ฉันมีความสุข” ซึ่งเท่ากับว่าแท้จริงแล้วคนคนนั้นกำลังพูดว่า “ฉันรักตัวเอง” ฉะนั้นรักขั้นนี้จึงยังไม่ใช่รักบริสุทธิ์ แต่คือความเห็นแก่ตัว

 

ขั้นที่ 3 รักเมตตาอารี

เป็นความรักที่ประเสริฐขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งเพราะมาพร้อมกับความปรารถนาดี ต้องการให้คนรักพบเจอแต่สิ่งดี ๆ เช่น พ่อแม่รักลูก เพื่อนรักเพื่อน คนไทยรักคนไทย เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นความรักด้านดี แต่ก็ยังมีข้อจำกัด เพราะเราเลือกเมตตาและปรารถนาดีเฉพาะคนที่รักเท่านั้น เช่น ญาติพี่น้อง หรือคนที่มีรากร่วมทางวัฒนธรรมเดียวกัน เช่น เป็นคนชาติเดียวกัน ภาคเดียวกัน ศาสนาเดียวกัน เป็นต้น สำหรับคนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะไม่แสดงความปรารถนาดีต่อเขา การเลือกรักเช่นนี้กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้รักเมตตาอารียังไม่ใช่รักบริสุทธิ์

 

ขั้นที่ 4 รักมีแต่ให้

เป็นความรักอันประเสริฐที่สุดและไม่ถือเป็นกิเลสอีกแล้ว รักชนิดนี้เปรียบเสมือนบัวพ้นน้ำ แม้โคลนตมก็ฉาบไม่ติด เป็นความรักของคนที่มีโพธิปัญญาสุกงอม จนดวงตาสามารถมองทะลุสมมุติทั้งหลายที่ฉาบอยู่ภายนอกได้ เช่น ชนชาติ สีผิว เพศ ภาษาวัฒนธรรม ฯลฯ และเห็นว่าเมื่อปราศจากสิ่งเหล่านั้น เราก็คือมนุษย์เช่นเดียวกัน

คนที่มีความรักขั้นนี้ เมื่อทอดตาไปทางใดก็เห็นโลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน มองเห็นตัวเองอยู่ในผู้อื่น และเห็นผู้อื่นอยู่ในตัวเอง ยินดีที่จะรักทุกคนโดยไร้ข้อจำกัด ไม่แบ่งแยกว่าเป็นใคร ชนชาติใด สีผิวใด หรือนับถือศาสนาใด มีความเมตตาอ่อนโยนต่อทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ลำธาร สายหมอก สรรพสัตว์ เพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีคุณูปการต่อเรา เป็นเยื่อใยที่ตัดขาดไม่ได้ เช่น เห็นก้อนเมฆในตัวเอง เพราะรู้ว่าก้อนเมฆกลั่นตัวจากท้องฟ้าตกลงมาเป็นสายฝน รวมตัวเป็นลำธารไหลลงมาให้เราดื่มกิน เท่ากับว่าเมฆทุกก้อนกำลังล่องลอยอยู่ในตัวเรา เมื่อเห็นได้เช่นนี้ เราจะรักและปฏิบัติต่อทุกสิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

เมื่อพัฒนาปัญญาได้ถึงขั้นนี้ จิตที่เคยคับแคบจะเปิดออกกลายเป็น วิมริยาทิกตจิต แปลว่า จิตใจไร้พรมแดน เต็มไปด้วยรักแท้อันบริสุทธิ์ กลายเป็นมนุษย์ที่ละมุนละไมไม่เป็นภัยต่อทั้งตัวเอง ผู้อื่น ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกเลย

ทุกคนสามารถพัฒนาไปสู่ความรักขั้นสูงสุดนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องสำเร็จอรหันต์ เพียงแค่เริ่มต้นรักผู้อื่นเหมือนกับที่รักตนเอง ก็เท่ากับว่าเรากำลังก้าวผ่านธรณีประตูความรักแบบเดิม และเลื่อนขั้นมาสู่ความรักที่ประเสริฐยิ่งขึ้น รักเช่นนี้เองคือรักที่วาเลนไทน์ต้องการ

 

นอกจากนี้ท่าน ว.วชิรเมธียังแนะนำว่าเมื่อใดที่มนุษย์มีความรัก จงยึดหลักธรรมอนิจจังเป็นเครื่องนำทาง

 “ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง ความรักก็เช่นกัน ถ้าความรักเกิดขึ้นเมื่อใด ให้เรานึกเสมอว่าความรักเป็นสิ่งไม่เที่ยง ไม่มีใครคาดเดาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต มีคติข้อหนึ่งที่นำมาใช้ได้ในทุกช่วงชีวิต นั่นคือ This too shall pass. แปลว่าเดี๋ยวทุกอย่างจะผ่านพ้นไป ใช้เตือนใจสำหรับคู่รักทุกคู่ ในวันที่ความรักไม่เป็นดั่งใจ ให้จำไว้ว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง และไม่มีใครพลาดหวังทุกอย่างไป เราไม่ต้องกระโดดน้ำ ไม่ต้องทำร้ายตัวเอง ไม่ต้องกรีดข้อมือ เพราะไม่ว่าเรื่องราวจะเลวร้ายสักเพียงใด เดี๋ยวมันจะผ่านพ้นไป และวันหนึ่งคุณก็จะกลับมายืนอย่างสง่างามได้อีกครั้ง”

 

ส่วนหนึ่งของบทความ “วาเลนไทน์ วาเรนทร์ธรรม” ในคอลัมน์ Feature นิตยสาร Secret โดย Pitchaya

keyboard_arrow_up