เผยอีกมุมหนึ่งของ เถ้าแก่เสือ พระเอกหน้าตี๋หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์

เถ้าแก่เสือ
เถ้าแก่เสือ

เผยอีกมุมหนึ่งของ เถ้าแก่เสือ พระเอกหน้าตี๋หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์ 

พระเอกหน้าตี๋ หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์ กับละครเรื่องล่าสุด ชาติเสือพันธุ์มังกรในบทบาทของทรงวาด หรือ เถ้าแก่เสือ

 

 

รู้สึกอย่างไรที่มารับบทเป็น เถ้าแก่เสือ ในละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร

ละครเรื่องชาติเสือพันธุ์มังกรเป็นละครที่สะท้อนสังคมชาวจีนสมัยก่อน ตอนช่วงประมาณพุทธศักราชสองพันห้าร้อยกว่า ๆ พูดถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลหลาย ๆ กลุ่มในเยาวราชที่ต่างแยกชิงอำนาจและมีปัญหาซึ่งกันและกัน แต่มีตัวละครตัวนี้ เถ้าแก่เสือ หรือเฮียเสือ เป็นเจ้าพ่อที่คุมทุกกลุ่มซึ่งได้รับหน้าที่มาจากเบื้องบนอีกทีหนึ่ง

ยากไหมกับการเล่นบทนี้ ก็ทำการบ้านเยอะมาก เพราะเนื้อหาของละครเป็นเรื่องที่เกิดในสมัยอากง อาม่ายังหนุ่ม-สาว เลยปรึกษาและสอบถามท่านเป็นพิเศษถึงบรรยากาศในสมัยนั้น วิถีชีวิต เช่น การแต่งตัว รถยนต์ที่ใช้ในสมัยนั้นนิยมขับยี่ห้ออะไร คนจีนในสมัยก่อนกับสมัยนี้แตกต่างกันอย่างไร

 

 

 

สิ่งที่ต้องเรียนรู้ใหม่คือศิลปะการป้องกันตัวที่เรียกว่า “กังฟู” เพราะพี่ฟิวส์ผู้กำกับ (กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล) ต้องการเปลี่ยนสไตล์การต่อสู้ให้แปลกใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องสนุกสำหรับผมในตอนนี้นะ ไปเรียนมาทั้งหมด 13 ครั้ง ผู้กำกับต้องการให้เรามีกระบวนท่าต่อสู้ที่ถูกต้อง แต่ลีลาจะอย่างไรอันนี้แล้วแต่เราเลย เถ้าแก่เสือเป็นตัวละครตัวหนึ่งที่ไม่ใช่พระเอกที่เก่งไปซะทุกอย่าง เขาทั้งโดนรังแกและประสบกับความมีพ่ายแพ้ในบางครั้ง

รู้สึกดีใจมากที่ได้รับบทพระเอกที่เป็นคนจีน และมีความคุ้นเคยกับบรรยากาศครอบครัวคนจีนอย่างในละครอยู่แล้ว เพราะเติบโตมาจากครอบครัวคนจีน การสนทนาพูดอั๊วลื้อมันจึงเป็นเรื่องที่คุ้นชิน และหน้าตาของเราก็เข้ากับเรื่องด้วย ดีใจครับที่อาปิ่น (ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์) ให้โอกาสผม

 

 

เรื่องธรรมะ คุณพ่อปลูกฝังผมตั้งแต่เด็ก ๆ 

ตอนผมอยู่ฮ่องกง จะไปไหว้พระบางครั้งก็ไปวัดไทยที่อยู่ไกลมาก ต้องขึ้นเขาไป ที่วัดไทยแห่งนี้มีพระไทยทั้งหมด และก่อนนอนคุณพ่อก็จะฝึกให้ผมสวดมนต์จนเป็นนิสัย ทำให้รู้สึกว่าธรรมะอยู่ในชีวิตผมตลอดเวลา พอโตขึ้น เมื่อจะเดินทางไกลหรือเดินทางไปต่างประเทศ ผมจะสวดมนต์ก่อนไปเพื่อความอุ่นใจเสมอ

 

 

มุมมองของเจมส์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา

ผมเชื่อว่าการที่เรามีพระอยู่กับตัวมีศาสนา มีคำสอนให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้เราสบายใจ ผมไม่ได้ศรัทธาศาสนาตามแฟชั่นหรือทำตามคนอื่น บางคนอาจคิดว่าทำบุญเพื่อให้ได้บุญ ซึ่งก็ไม่ผิด คุณได้จริง ๆ แต่ผมมองอีกมุมหนึ่ง ผมเอาความสบายใจเป็นที่ตั้ง เจอพระก็ไหว้พระ มีเวลาว่างทำบุญก็ทำ ผมสบายใจที่จะทำแบบนี้ ผมอาจรู้เรื่องของศาสนาประมาณหนึ่ง ผมไม่ได้รู้ทุกอย่างผมไม่ได้ปิดกั้น และพร้อมจะเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

 

 

ผสานสมาธิสู่ชีวิต

สำหรับผม สมาธิจำเป็นมากในชีวิตอย่างเรื่องเรียน เวลาอ่านหนังสือสอบเราต้องมีสมาธิในการอ่าน ต้องนิ่ง อย่าไปคิดแต่ว่าจำไม่ได้หรอก ทำไม่ได้หรอก อ่านหนังสือสอบจนถึงตีห้าแล้วต้องไปสอบเจ็ดโมงเช้า แต่ในหัวยังมีแต่คำว่าจำไม่ได้ ทำไม่ได้ ถ้าคิดแบบนี้ สมาธิจะไปจมอยู่กับคำเหล่านั้นสุดท้ายก็จะจำไม่ได้จริง ๆ ที่พูดแบบนี้เพราะผมลองทำแล้ว แต่ถ้าเราจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือ อ่านอย่างมีสมาธิและตั้งใจเข้าไปในห้องสอบ ตอบคำถามตามโจทย์ที่ได้รับมาอย่างมีสติ สุดท้ายก็จะทำได้ แม้แต่เรื่องการแสดง เวลาถ่ายละคร ต้องไม่ส่งจิตออกนอก ถ้ามัวแต่ไปจดจ่อว่าทำไมร้อนจังทำไมช้าจัง พอสมาธิไปอยู่กับความคิดเหล่านั้น งานจะเสีย ฉะนั้นเรื่องสมาธิสำคัญมากครับ ถ้าจดจ่อให้ถูกเรื่อง เราจะทำสิ่งนั้น ๆ ออกมาได้ดี

 

 

ดับทุกข์ด้วยธรรมะ

คนเรามีความทุกข์ทุกวัน ไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกวัน เมื่อก่อนผมเคยอกหัก คุณพ่อบอกผมว่า เวลาร้องไห้เสียใจให้ไปนั่งในห้องพระ ผมก็ไปนั่งร้องไห้ในห้องพระ นั่งเฉย ๆเลย ใจก็ค่อย ๆ เย็นลงเองโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ทุกวันนี้เวลามีเรื่องเสียใจผมก็ยังทำอยู่ อาจไม่ใช่การดับทุกข์ด้วยธรรมะเสียทีเดียวแต่ผมคิดว่าเป็นการดับทุกข์ด้วยสิ่งแวดล้อมทางพระพุทธศาสนา สิ่งนี้ทำให้คนหายทุกข์ได้จริง ๆ แค่เรานึกถึงพระ นึกถึงพ่อแม่จะทำให้เราสำนึกอะไรได้หลาย ๆ อย่าง และปัญหาที่มีก็จะเบาลง เวลาที่เรามีเรื่องผิดหวังมาก ๆ คุณพ่อมักสอนให้ผมกลับมาตรงทางสายกลาง อาการผิดหวังหรือเสียใจมันคือสิ่งที่ไม่ใช่ทางสายกลาง มันสุดไปด้านใดด้านหนึ่ง พอเราประสบกับความรู้สึกเหล่านั้นเราก็ต้องกลับมาอยู่ในที่ที่เราเคยอยู่ กลับมาตรงทางสายกลาง

 

 

 

เกิดมาเพื่อสร้างความสุข

ผมเชื่อว่าเราเกิดมาเพื่อทำให้คนที่เรารักมีความสุข คนที่เรารักมีหลายคน มีตัวเรา เรารักตัวเอง ถ้าเราไม่รักตัวเอง ไม่ว่าทำอะไรก็จะไม่มีความสุข มีคุณพ่อ คุณแม่ คนรักพี่น้อง ครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูง แฟนคลับ ทำอะไรก็ได้ให้พวกเขามีความสุข ทุกวันนี้ที่ผมทำงานนี้เพราะเหตุผลข้อที่หนึ่งคือ ผมชอบ ข้อที่สองคือ ผมอยากให้สิ่งที่ผมทำทำให้คนดูละครดูแล้วมีรอยยิ้ม ผมเล่นเก่งหรือไม่เก่ง ผมไม่รู้ แต่ผมอยากให้ทุกคนมีความสุข คุณอาจเขียนแสดงความคิดเห็นในพันทิปหรือไม่ต้องเขียนแสดงความคิดเห็นก็ได้ พอเจอหน้าผม บอกผม ดูละครสนุกดีนะ แค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้วครับ ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว จริง ๆ แค่เราคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งแล้ว

 

 

เรื่อง : 

นิตยสาร Secret ฉบับที่ 182

www.youtube.com/เปิดกองวิก 3 ชาติเสือพันธุ์มังกร

www.youtube.com/ เจมส์ มาร์ ควง เดียร์น่า ฟลีโป ชวนติดตามละครพีเรียด-บู๊-รักครบรส ชาติเสือพันธุ์มังกร

ภาพ :

www.instagram.com/james_jamesma


บทความที่น่าสนใจ

3 ดาราเอเชียใจบุญ  นิตยสาร Secret

ฝึกสมาธิภาวนา: สัจธรรมสากลสำหรับคนทั้งโลก โดย ว.วชิรเมธี

เอ ศุภชัย ผู้จัดการดารามือทอง ยกขบวนนักแสดงไปทอดกฐินที่วัดบ้านเกิด

ฉัตรชัย วชิระเธียรชัย จากพ่อค้าห้องแถว สู่ธุรกิจพริก กระเทียมร้อยล้าน

ความสุขเล็กๆจาก การให้ ของคุณลุงแท็กซี่

keyboard_arrow_up