ใหม่ – สุคนธวา เกิดนิมิตร ใครว่าผู้หญิงสวย เซ็กซี่ ไม่มีกึ๋น! (1)

เมื่อได้ยินคำว่า “สวยเซ็กซี่” หลายคนมักจะแปลความว่าเป็นความสวยมีเสน่ห์แบบยั่วยวนใจทางเพศแต่สำหรับใหม่ (สุคนธวา เกิดนิมิตร) ความหมายของคำนี้ต่างออกไปมากทีเดียว

ในแง่ของใหม่ ความสวยเซ็กซี่ต้องเป็นเสน่ห์ที่มาจากข้างในจากความคิด จิตใจ จากสมอง ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกแต่มาจาก “กึ๋น” ซึ่งเป็นความสามารถที่อยู่ในตัวคนคนนั้น

ภาพลักษณ์ของใหม่ที่หลายคนรู้จักอาจจะเป็น “นางร้ายเซ็กซี่”แต่ตัวจริงใหม่เป็นคนค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง และที่สำคัญ ไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่ทุกวัน วันไหนอยากแต่งตัวเท่ๆ ก็แต่ง บางวันอยากแต่งตัวเรียบร้อยก็แต่ง และความจริงแล้วใหม่เป็นคนลุยๆ ชอบทำอะไรแบบที่ผู้ชายทำมากกว่า ไม่ได้มีนิสัยรักสวยรักงามอย่างผู้หญิงทั่วไป ถ้าจะทำบ้างก็เพื่อหน้าที่การงานเท่านั้น หรือถ้าจะให้เปรียบเทียบ บอกได้เลยว่าในชีวิตใหม่เข้าสปาขัดผิวขัดตัวน้อยกว่าการไปเดินเซียงกงเพื่อซื้ออะไหล่มาแต่งรถยนต์ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ใหม่คิดว่าตัวเองก็เหมือนคนทั่วไปที่อยากทำงานให้ออกมาดีที่สุด เมื่อได้รับบทบาทไหนก็ตั้งใจทำจนสุดความสามารถทั้งงานแสดง นางแบบ หรือการโชว์ตัวตามงานอีเว้นต์ต่างๆ ใหม่มีคติในการทำงานว่า คนที่ได้ร่วมงานกับเราจะต้องรู้สึกประทับใจในความตั้งใจ เอาจริงเอาจังในการทำงาน ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความตรงต่อเวลาของเรา

โดยเฉพาะเรื่องความตรงต่อเวลา ใหม่ให้ความสำคัญมาก ที่ผ่านมาอย่างช้าที่สุดในชีวิตของใหม่คือไปทำงานตรงตามเวลาที่นัดหมายแต่โดยส่วนใหญ่จะไปก่อนเวลานัดประมาณ 20 นาที อย่างน้อยๆ สิ่งนี้ใหม่เชื่อว่าสามารถทำให้คนที่จ้างงานใหม่ “ไว้ใจ” เราได้ในงานต่อๆ ไปเพราะในการทำงานแต่ละครั้ง ใหม่จะคิดเสมอว่า ถ้าเขาจ้างเราทำงานครั้งนี้เป็นครั้งแรก เราจะทำให้เขาเห็นถึงความสามารถและความรับผิดชอบของเรา เพื่อต่อไปเขาจะได้จ้างเราอีก

ใหม่ผ่านการทำงานในวงการบันเทิงมาเกือบเจ็ดปีวงการนี้ให้อะไรกับใหม่มาก ทั้งประสบการณ์และเงินทองเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ใหม่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแค่เพียงดาราที่ส่องประกายแค่วูบเดียวแล้วก็จากไป แต่ใหม่อยากเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพให้ได้เหมือน อาดาว – ดวงดาว จารุจินดา และ พี่นก – สินจัย เปล่งพานิชที่สามารถยืนหยัดในวงการนี้ได้อย่างยาวนาน

ชีวิตของใหม่มีโอกาสได้ “เกิด” ครั้งแรกจากพ่อและแม่ ครั้งที่สองได้เกิดในวงการบันเทิงเพราะชนะเลิศการประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ลในปี 2545

และนับแต่นั้นมาชีวิตของเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งก็เปลี่ยน-แปลงไปอย่างสิ้นเชิงIMG_7551

รักจากครอบครัว

แม้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่จะแยกทางกันตั้งแต่ใหม่อายุได้ 3 เดือนแต่ใหม่ก็มีคุณป้า ซึ่งเป็นพี่สาวของคุณพ่อ คอยให้ความรักและเอาใจใส่ใหม่เป็นอย่างดี และใหม่ก็เรียกท่านว่า “แม่” อย่างเต็มปากเต็มคำมาจนถึงทุกวันนี้

ใหม่เติบโตมาท่ามกลางความรักของคุณย่า คุณพ่อ และคุณแม่(พี่สาวของพ่อ) โดยไม่เคยอยากรู้เรื่องราวของแม่ที่แท้จริง เพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เมื่อคุณพ่อไม่พูด ใหม่ก็ไม่เคยคิดจะถาม และปัจจุบันนี้เมื่อรู้ว่าแม่ที่แท้จริงเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร ใหม่ก็ให้ความเคารพนับถือในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้กำเนิด

ตอนเด็กๆ ใหม่เรียนไม่ค่อยเก่งเพราะติดเพื่อน จนวันหนึ่งสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ใหม่จึงเริ่มคิดได้ว่า แม้ว่าคุณพ่อจะมีเงินส่งเราเรียนก็จริง แต่เราไม่ควรทำตัวให้เป็นภาระของท่าน ใหม่จึงตัดสินใจเรียนด้วยการกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตอนมัธยมปลายใหม่เรียนได้เกรดเฉลี่ยแค่หนึ่งกว่าๆ เจ้าหน้าที่ของทางมหาวิทยาลัยศรีปทุมจึงชี้แจงให้ฟังว่า เทอมแรกสามารถให้กู้ยืมเงินได้ แต่ถ้าเทอมหน้าเกรดเฉลี่ยไม่ถึงสองก็ไม่สามารถให้กู้ยืมเงินได้อีก ด้วยความที่เป็นคนหัวดีเมื่อตั้งใจเรียน เทอมแรกของการศึกษาในมหาวิทยาลัย ใหม่ก็เรียนได้เกรดเฉลี่ย 3.8 และสามารถจบออกมาด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง พลาดเกียรตินิยมอันดับหนึ่งไปนิดเดียวเพราะมัวแต่ทำงานถ่ายละคร

นอกจากนั้นยังได้ทุนเรียนต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจากทางมหาวิทยาลัย แต่เพราะไม่มีเวลา ใหม่จึงพักเรื่องการเรียนไว้เพียงแค่นี้

แม้ว่าการเรียนจะสำคัญ แต่การทำงานเลี้ยงดูครอบครัวก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง นาทีนี้ใหม่จึงขอเลือกทำงานในวงการบันเทิงก่อน

เกิดในวงการบันเทิงเพราะมี “กึ๋น”

ตั้งแต่ใหม่เด็กๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่มักจะจับใหม่ส่งเข้าประกวดตามเวทีต่างๆ จำได้ว่าท่านเคยอุ้มใหม่ไปประกวดในเวทีบางลำพูมาแล้วจนโตขึ้นใหม่ก็มีความคิดอยากเป็นดารา สมัยนั้นใครอยากเข้าวงการบันเทิงก็ต้องไปเดินเล่นแถวสยามฯ เผื่อว่าจะได้เจอ คุณพจน์ อานนท์นักปั้นมือทองแห่งยุค

วันแรกใหม่แต่งตัวสวยไปก็ไม่เจอ วันที่สองเริ่มโทรมเล็กน้อยเพราะเริ่มเหนื่อย…ก็ยังไม่เจอ จนวันที่สามสภาพหน้าตาของใหม่ดูไม่ได้แต่ได้เจอคุณพจน์ อานนท์ ซึ่งไม่แม้แต่ชายตามองใหม่สักนิด ตั้งแต่นั้นเลยล้มเลิกความตั้งใจในการเป็นดารามาเป็นนักร้องแทนและได้มีโอกาสเซ็นสัญญากับค่ายเพลงค่ายหนึ่งประมาณ 1 ปี แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีผลงานอะไรออกมา

จนกระทั่งวันหนึ่ง ใหม่รู้ข่าวว่ามีการรับสมัครผู้เข้าประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล จึงไปขอร้องให้พี่โมเดลลิ่งคนหนึ่งส่งเข้าประกวดตอนแรกเขาก็บอกว่า “ใหม่รอปีหน้าดีกว่า พี่คิดว่าใหม่ยังไม่พร้อม” แต่เมื่อคิดว่าจะเข้าวงการนี้ให้ได้ใหม่ก็ไม่ย่อท้อ คิดว่าอย่างไรก็ต้องประกวดให้ได้

ปีนั้นผู้เข้าประกวดส่วนใหญ่หน้าตาสวย หล่อ ผิวขาวอินเทรนด์แบบเกาหลีญี่ปุ่นกันทั้งนั้น มีแต่ใหม่คนเดียวที่หน้าไทย ผิวคล้ำแต่ใหม่ก็ยังใจสู้ “เป็นไงเป็นกัน ต้องลองดูสักครั้ง ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

แม้จะรู้ตัวดีว่าไม่ได้สวยเหมือนคนอื่น แต่สิ่งที่ใหม่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมคือความมั่นใจในตัวเอง สิ่งนี้นี่เองที่ใหม่คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชนะใจกรรมการ รวมทั้งความสามารถในการตอบคำถามในการประกวดที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดความอ่านของใหม่

วันนั้นคณะกรรมการถามว่า “คุณคิดว่าจะทำให้ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีความสามัคคีกันได้อย่างไร”

ใหม่ตอบอย่างมั่นใจว่า “หนูคงทำไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าตอบว่าทำได้คงเป็นการโกหก หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งคงไม่สามารถทำให้ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านปรองดองกันได้ แต่สิ่งที่หนูทำได้อย่างเดียวคือ มีรอยยิ้มให้คนในประเทศเพื่อนบ้านแล้วความสามัคคีก็จะตามมาเอง ถ้าหากคุณไม่เชื่อก็ลองยิ้มให้คนข้างๆดูสิคะ”

คำตอบในวันนั้นเปลี่ยนชีวิตของใหม่อย่างสิ้นเชิง ใหม่กลายเป็นม้ามืดที่คว้าตำแหน่งดัชชี่เกิร์ล ประจำปี 2545 และตำแหน่ง PopularVote ไปครอง

ตอนนั้นใหม่ยังเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 1 จึงต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย และเริ่มทำงานในวงการบันเทิงด้วยการแสดงละครเรื่อง“นารีลุยไฟ” แม้จะได้เป็นนางเอกสมใจ แต่ อาดาว – ดวงดาว จารุจินดาซึ่งเล่นเป็นแม่ในเรื่อง ให้คำแนะนำกับใหม่ว่า

“ใหม่เชื่ออาดาวไหม ใหม่ไม่รุ่งในการเป็นนางเอกหรอก ต้องเป็นนางร้าย”

ตอนแรกก็ไม่ยอมรับ เพราะใจอยากเป็นนางเอก จนกระทั่งได้แสดงละครดราม่าเรื่อง “กุหลาบเล่นไฟ” ที่มี อาต้อ – มารุต สาโรวาทเป็นผู้กำกับ คราวนั้นใหม่เล่นบทนางร้ายได้เข้าถึงอารมณ์ จนได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี 2546

รางวัลที่ได้นี้ ส่วนหนึ่งใหม่ต้องขอบคุณทั้งอาดาวที่ช่วยชี้แนะอาต้อ และนักแสดงท่านอื่นๆ ที่ช่วยกันผลักดันให้ใหม่เล่นบทนี้ได้เข้าถึงอารมณ์ โดยเฉพาะอาต้อที่สอนการแสดงให้ใหม่ว่า

“เราต้องเล่นด้วยความรู้สึก ด้วยความเป็นธรรมชาติ เพราะตัวละครก็คือธรรมชาติของคน บทละครก็เขียนมาจากชีวิตจริง ถ้าเราพยายามเล่นก็ดูเหมือนหลอกคนดู แต่ถ้าเราเข้าใจมัน เราก็จะเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญ ต้องหมั่นอ่านบทบ่อยๆ ตีบทให้แตก ตีความหมายให้ชัดเจนที่สุด”

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก่อนการแสดงทุกครั้งใหม่จะทำการบ้านมาอย่างหนัก มีอะไรไม่เข้าใจก็จะเดินเข้าไปถามผู้กำกับทุกครั้ง เพราะใหม่เป็นคนทำอะไรแล้วทำจริง ไม่ได้อยากแสดงละครเรื่องเดียวแล้วจบ แต่อยากพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้มีคนจ้างเราทำงานในเรื่องต่อๆ ไป

เมื่อการงานเริ่มลงตัวมากขึ้น วันหนึ่งใหม่ก็สมัครเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งเป็นการทำงานที่ไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่ได้รับมิตรภาพที่ดีจากเพื่อนร่วมงาน และความอิ่มเอมใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ครั้งแรกที่ทำงานนี้ ใหม่ก็ได้รับภารกิจที่น่าตื่นเต้นเร้าใจเลยทีเดียว!…

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Secret Box
“หนังฉายซ้ำไม่ตื่นเต้น ตลกมุกเก่าไม่มีคนฮา” งานทุกงานควรต้องได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นและสอดคล้องกับวันเวลาที่เปลี่ยนไปเสมอ

ปรัชญาการทำงานและการดำเนินชีวิตจาก ดร.เทียม โชควัฒนา

keyboard_arrow_up