เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ กับ “ความดี” ที่ใครๆ ก็ทำได้ “ง่าย” นิดเดียว

เรื่องราว “ความดี” แบบฉบับ เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ

“เวลาทำอะไรสักอย่าง หลายคนบอกว่าต้องใช้ “ความพยายาม” ให้เต็มที่ถึงจะออกมาดีแต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เต้ยมองว่าไม่ต้องใช้ความพยายามเลยใช้แค่ใจล้วน ๆ ก็สำเร็จได้อย่างงดงาม

เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ ดาราสาวร่างเล็กที่ยิ้มทีไรโลกก็สดใสทันที เปิดฉากบทสนทนากับ Secret ด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำความดีในแบบเต้ยให้ฟัง พร้อมกับย้ำว่า

“จะทำอะไรก็ตามแต่ ทุกอย่างอยู่ที่ใจล้วน ๆ ถ้ารู้สึกว่าอยากทำ อยากช่วย อยากให้ ก็ทำตอนนั้นเลยไม่ต้องรอ ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ  แล้วทำให้เรียบง่ายที่สุด ถ้าไม่ต้องใช้คำว่า ‘พยายาม’ ได้เลยยิ่งดี”

แนวคิดเหล่านี้เต้ยซึมซับและเรียนรู้มาจากพระอาจารย์ที่เคารพ ครอบครัว รวมทั้งคนรอบ ๆ ตัวที่คิดดี ทำดี โดยเฉพาะ “คุณพ่อคุณแม่” เต้ยจะใช้วิธีสังเกตจากสิ่งที่ท่านทำในชีวิตประจำวัน สังเกต จดจำแล้วเอามาใช้กับตัวเอง แม้แต่เรื่องง่าย ๆ อย่างการจ่ายค่าทางด่วน คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะพูดเสมอว่า “อย่าชักช้า คันหลังเขาจะรอนาน” ทำให้เต้ยรู้ว่า เวลาทำอะไรต้องนึกถึงคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ

อย่างวันหนึ่งเต้ยกำลังขับรถอยู่ ใกล้จะถึงบ้านแล้ว  เห็นป้าคนหนึ่งกำลังขี่รถซาเล้งอยู่ข้างทาง  ป้าคนนั้นใส่หมวก ใส่เสื้อคลุม  มีเหงื่อท่วมตัวเลย  เต้ยหันกลับมามองตัวเองแล้วคิดว่า “โห ถ้าเกิดรถเราแอร์เสีย สภาพเราคงไม่ต่างจากป้าคนนี้ หรือถ้าเต้ยไปขี่ซาเล้งเอง สภาพคงจะแย่ยิ่งกว่าป้า แล้วอากาศร้อนอย่างนี้ ป้าคงอยากกินน้ำหรืออะไรเย็น ๆ แน่ ๆ” เต้ยเลยรีบจอดรถแล้วยื่นเงินเท่าที่มีให้ บอกป้าไปว่า “ป้าเอาไว้ทานน้ำทานข้าวนะคะ  หนูให้”  ถึงป้าจะดูงง ๆ  เพราะเราต่างก็เป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน  และป้าอาจไม่รู้จักเต้ยด้วยซ้ำแต่เต้ยก็คะยั้นคะยอให้ป้ารับเงินไว้จนได้ เชื่อไหมว่า  สายตาที่ป้ามองกลับมามันทำให้เต้ยรู้สึกดีมาก ๆ  ดีเสียยิ่งกว่าคำขอบคุณใด ๆที่เต้ยเคยได้ยินมาในชีวิตด้วยซ้ำ เต้ยแค่รู้สึกว่า ถ้าวันนี้เรามีมากกว่าเราก็ต้องแบ่งปันให้คนที่มีน้อยกว่าเท่านั้นเองไม่ต้องมากมายอะไรก็ได้ อย่างน้อยก็ยังแสดงให้เขาเห็นว่า “มีคนที่ใส่ใจคุณอยู่นะ”

ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ยิ่งเป็นช่วงที่เต้ยได้เห็นปรากฏการณ์น้ำใจของคนไทยที่มีอย่างล้นหลาม ทุกคนช่วยเหลือกันเท่าที่จะทำได้ เต้ยเองก็มีส่วนช่วยนิด ๆ หน่อย ๆ ทุกวันที่ว่าง เต้ยจะไปร่วมกับโรงทานของวัดพระอาจารย์ที่เต้ยเคารพ ไปช่วยแม่ชีผัดกับข้าว ห่อข้าว จากที่ห่อไม่เป็นมาก่อนก็ห่อจนชำนาญ เต้ยเชื่อว่า ถ้ามีฝีมือทำกับข้าวอีกนิด  คงเปิดร้านตามสั่งได้สบาย ๆ(หัวเราะ) ทำแล้วก็เอาใส่เรือไปแจก เป็นช่วงที่เหนื่อย  แต่ก็มีความสุขมาก ๆ

พูดถึงเรื่องพระเรื่องเจ้าก็อดเล่าเรื่องนี้ไม่ได้คือ  เมื่อหลายปีก่อน เต้ยมีโอกาสไปวัดแห่งหนึ่งแถบประจวบคีรีขันธ์ซึ่งกำลังสร้างโบสถ์หลังใหม่ ภาพที่เต้ยเห็นในวันนั้นน่ารักมาก พระอยู่บนนั่งร้าน ส่วนพื้นข้างล่างมีญาติโยมหญิง – ชายช่วยกันลำเลียงกระป๋องใส่ปูนส่งขึ้นไปให้พระทีละกระป๋อง ๆ พอพระเทปูนเสร็จ  ก็โยนกระป๋องกลับลงมาข้างล่าง ทุกคนรับส่งกันได้แม่นยำจนเต้ยอดถ่ายคลิปเก็บไว้ไม่ได้

สักพักมือถ่ายคลิปก็เริ่มคันไม้คันมือขอลงไปขอยืนต่อแถวส่งกระป๋องกับเขามั่งหลังจากนั้นเต้ยก็เริ่มติดใจ พอมีเวลาว่างเต้ยจะขับรถไปช่วยสร้างวัดต่อทันที บางทีมีเวลาแค่วันสองวัน  เต้ยก็ไปแล้ว ไปช่วยหยิบจับทำงานเท่าที่จะช่วยได้ โบกปูน ขนหินแบกทราย ทาสี ฯลฯ ทำไปก็สวดมนต์ฝึกภาวนาไปพร้อม ๆ กันด้วย

นอกจาก “การให้” หรือ “การทำความดีกับสิ่งรอบ ๆ ตัว” แล้ว เต้ยยังมองว่า เราไม่ควรมองข้าม “คนใกล้ตัวและคนที่เรารัก”อย่างเด็ดขาด เพราะยิ่งเราทำความดีกับคนใกล้ตัวและคนที่เรารักมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น แถมยังเป็นสุขที่ยั่งยืนอีกด้วย

ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงเต้ยจะให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ค่อยแสดงความรักกับคุณพ่อคุณแม่เท่าไหร่ อายที่จะกอดหรือหอม แต่พอได้ทำงาน ได้รู้จักโลกมากขึ้น ได้รู้จักธรรมะ สิ่งเหล่านี้ก็สอนให้เต้ยรู้ว่า จริง ๆ แล้วคนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ ต่างหาก

ตัวอย่างง่าย ๆ แค่เรื่องเสื้อผ้า เต้ยมาคิดดูว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา คุณพ่อคุณแม่ซื้อเสื้อผ้าให้เราไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชุด ทำไมเราไม่ตอบแทนท่านบ้าง เต้ยเลยไปหาซื้อเสื้อผ้าให้คุณพ่อ ผลปรากฏว่า วันที่เห็นคุณพ่อใส่เสื้อผ้าที่เต้ยซื้อให้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง จากที่กำลังเหนื่อย ๆ เต้ยก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็นอิ่มใจมาก ๆ แทน อีกเรื่องที่ประทับใจไม่แพ้กันคือวันพ่อปีหนึ่ง เต้ยชวนเพื่อนไปหาซื้อดอกไม้มาร้อยพวงมาลัยให้คุณพ่อดูบ้าง จริง ๆ เต้ยร้อยไม่เป็นหรอก แต่อยากจะลองทำดูรื้อแล้วรื้ออีก สุดท้ายก็ได้พวงมาลัยเละ ๆมาพวงหนึ่ง แต่ถึงจะไม่สวย เต้ยก็เอาไปกราบท่านนะ กราบแบบอาย ๆ ท่านก็ยิ้มดีใจที่ลูกทำให้ เต้ยรู้เลยว่า  ท่านมีความสุขมันทำให้เห็นว่าความสุขของพ่อแม่คือทุกอย่างที่เกี่ยวกับลูกจริง ๆ

ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดนี้ เต้ยแค่อยากให้รู้ว่า  “ความดี” ใคร ๆ ก็ทำได้ “ง่าย”นิดเดียว อยู่ที่ใจของคุณว่าจะทำหรือเปล่าเท่านั้น

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ วรวุฒิ วิชาธร

keyboard_arrow_up