ลมหายใจมีไว้เพื่อผืนป่า ตั๋น มณีโต เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้มีดวงตามืดมิด

ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ
ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

คนไม่น้อยทรุดกายลงร้องไห้คร่ำครวญ เมื่อพบว่าหนทางที่ก้าวย่ำมา สุดท้ายกลับตีบตัน หากไม่ก่นด่าดินฟ้าก็อาจก้มหน้าก้มตาโทษตนเองจะมีสักกี่คนที่ข้ามผ่านสมรภูมินั้นมาได้โดยติดอาวุธที่หัวใจเพียงอย่างเดียว

ปัง! เสียงปืนดังก้องขณะที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าตามจับผู้ลักลอบตัดไม้ กระสุนลูกนั้นพุ่งตรงมายังเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า ดวงตาข้างซ้ายเจ็บแปลบและพร่าเลือน โลกทั้งใบกลับกลายเป็นสีแดง เลือดเริ่มไหลอาบ แต่ไม่ว่าจะเจ็บสักเพียงใด เขาก็ยังกัดฟันลั่นไกเพื่อป้องกันตัว ก่อนจะสิ้นเรี่ยวแรงให้เพื่อนหิ้วปีกออกจากป่า กินเวลาร่วม 3 ชั่วโมงกว่าจะมาถึงโรงพยาบาลเขาต้องนอนเจ็บปวดข้ามวันข้ามคืนกว่าโรงพยาบาลจะมีเลือดพอสำหรับผ่าตัด

_MG_9999

หลังจากผ่าตัดได้ไม่นาน หมอบอกเขาว่า ต้องเอาลูกตาข้างซ้ายออก แล้วใส่ลูกตาเทียม…

ลุง ตั๋น มณีโต คือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น

“ลุงรับไม่ได้ น้ำตาไหล และคิดถึงหน้าคนที่ยิงลุงตลอดเวลา คิดแต่ว่าถ้าออกไปต้องตามจับเขาให้ได้” ลุงถามตัวเองว่า ทุกสิ่งที่ทำ ลุงทำเพื่อตนเองหรือก็ไม่ใช่ แล้วทำไมลุงต้องมาเป็นอย่างนี้ มันยุติธรรมแล้วหรือ

ตลอดชีวิตการทำงาน ลุงตั๋นทุ่มเทเพื่องานอนุรักษ์จนแทบไม่เหลือลมหายใจไว้สำหรับตนเอง แม้ว่าจะถูกชาวบ้านที่หากินกับป่าต่อต้านทุกวิถีทาง

“งานด้านนี้ไม่ค่อยมีคนอยากทำ ออกลาดตระเวนในป่าแต่ละครั้งไม่รู้จะได้กลับออกมาไหม และไม่รู้จะได้กลับออกมาเมื่อไร บางทีตั้งใจเข้าไปแค่วันเดียว แต่เข้าไปแล้วเจอร่องรอยการตัดไม้ ก็ต้องซุ่มรอทั้งที่ผ้าห่มและอาหารก็ไม่ได้เตรียมไป” อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนอยากเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ก็เพราะต้องขัดแย้งกับชาวบ้านเป็นประจำทางการสั่งมาให้จับก็ต้องจับ บางครั้งเป็นการสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว บางครั้งงานเสร็จแล้วลุงไปเที่ยวงานวัด ถูกดักตีบ้าง ปล่อยลมยางรถบ้าง บางครั้งป้อมยามเฝ้าป่าถูกเผาบ้าง

แต่ปัญหาสารพัดเหล่านั้นไม่ได้ทำให้จุดยืนของลุงตั๋นสั่นคลอน…ลุงตั๋นเพียงแต่เจ็บปวดและนึกตัดพ้อว่า…ดวงตาที่มืดมิดลงนี่น่ะหรือ คือผลตอบแทนจากการทำงานที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอย่างนั้น

ลุงตั๋นนอนคิดนอนแค้นอยู่หลายคืน แต่ทว่าในที่สุดดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวกลับทำให้ลุงเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหน้าตาถมึงทึงแต่งชุดเครื่องแบบเต็มยศ แบกปืนลาดตระเวนทั่วป่า จับไม่เลือกหน้า ไม่ว่าชาวบ้านจะตัดฟืน ล่าสัตว์ หรือหาของป่า คำว่า ”ยืดหยุ่น หรือ ”ประนีประนอม ลุงตั๋นแทบสะกดไม่เป็น

“พอมาคิดย้อนหลัง ลุงก็ทำเกินไปจริงๆ ชาวบ้านเขาไม่มีเงินซื้อไม้ บ้านเขาจะพัง เขาก็ต้องตัดไม้มาปลูกบ้านแล้วลุงยังไปจับเขาอีก ทั้งที่นั่นเป็นวิถีของเขา ” สุดท้ายลุงก็ถามตนเองว่า เส้นทางการรักษาป่ามันมีเส้นทางเดียวหรือ

เมื่อปล่อยวางความเคียดแค้นลง สมองของลุงตั๋นก็ว่างพอจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

“ลุงนึกถึงตอนบวชเรียน ได้ศึกษาหลักธรรมมาพอสมควร สุดท้ายลุงก็ตัดใจได้ เลิกแค้น คิดว่าถ้าเป็นเวรเป็นกรรมก็ขอให้จบกันในชาตินี้แม้ดวงตาจะทำงานได้เพียงข้างเดียว แต่กำลังใจของลุงตั๋นยังคงประสิทธิภาพเช่นเดิม” ไม่ว่ายังไงลุงก็จะกลับไปดูแลป่าต่อไป แต่ลุงมีโจทย์คือ ทำอย่างไรชาวบ้านจะเข้าใจว่าลุงทำเพื่อชุมชนของเขารักษาป่าไม้ไว้ให้ลูกหลานของเขานั่นแหละ

“ที่สำคัญลุงจริงใจกับเขา ทำให้เขารู้ว่า ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาคุยกัน ลุงจะช่วยเขาแก้ปัญหา ลุงอยู่ตรงนี้ไม่หนีเขาไปไหนพอคิดได้อย่างนั้น ทุกครั้งที่เข้าไปหาชาวบ้านบนดอย ลุงตั๋นถอดชุดเครื่องแบบและวางปืนไว้ในรถ มือทั้งสองข้างหิ้วกีตาร์ จอฉายสไลด์ และถุงขนมเข้าไปแทน” เอากีตาร์เข้าไปร้องรำทำเพลงกับเขา เอาสารคดีสัตว์ป่าไปฉายให้เขาดู เอาขนมไปแจกเด็กๆ พอมีโอกาสเราก็ให้ความรู้ ปรับความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกับชาวบ้านสุดท้ายชาวบ้านก็เข้าใจเรา และเหนือสิ่งอื่นใดคือ เขาเข้าใจว่าทำไมต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

จากเดิมที่ชาวบ้านเห็นหน้าลุงตั๋นแล้วต้องรีบหนี แต่เดี๋ยวนี้กวักมือชวนให้ไปกินข้าวที่บ้านแม้อายุอานามจะล่วงมาเกินครึ่งศตวรรษ แต่ลุงตั๋นยังคงดูแลผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุยอย่างขันแข็ง รวมทั้งยังตระเวนทำค่ายเพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตใจรักน้ำรักป่าแทบทั่วประเทศ

“ลุงมีความสุขที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้ลูกหลานฟัง ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อย แต่พองานเสร็จ ลุงรู้ว่าจะมีนักอนุรักษ์เพิ่มขึ้นลุงก็อิ่มใจ คิดว่าเกิดมาชีวิตหนึ่งได้ทำเพื่อดินน้ำป่าอากาศอย่างนี้ก็ดีมากแล้ว

ขณะที่โลกใบนี้มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง บุรุษที่ดวงตามองเห็นเพียงข้างเดียวกลับเป็นคนที่มองเห็นว่า ใต้แผ่นฟ้าผืนนี้มิได้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นหากแต่ยังมีต้นไม้ ดอกหญ้า ภูเขา สัตว์ป่า หรือแม้แต่เห็ดดอกเล็กๆ ร่วมอาศัยอยู่ด้วย

นั่นแสดงให้เห็นว่า ดวงตาที่มืดมิดลงไม่ใช่อุปสรรคของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งใช้หัวใจทำงานมานานปีแล้ว

 

เรื่อง อิสระพร บวรเกิด ภาพ อนุพงศ์ เจริญมิตร

keyboard_arrow_up