จากชีวิตสุขสบายกลายเป็นต้องปลดหนี้หลักล้าน! นายแพทย์ภูริวัจน์ อริยกุศลสุทธิ

ประสบการณ์ชีวิต
ประสบการณ์ชีวิต

จากชีวิตสุขสบายกลายเป็นต้องปลดหนี้หลักล้าน

ในวันที่ชีวิตพบอุปสรรคครั้งใหญ่ สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมฝ่าฟันทุกวิกฤติมาได้ก็คือ การบอกตัวเองว่านี่คือช่วงเวลาของการตอบแทนพระคุณผู้ให้กำเนิด

 ผมเกิดในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนมีพี่น้องสี่คน ผมเป็นลูกชายคนโต คุณพ่อคุณแม่ทำธุรกิจโรงงานทำไม้แขวนเสื้อ คุณพ่อคุณแม่ของผมเป็นคนขยันมากและกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด ท่านดูแลคุณย่าเป็นอย่างดี ครั้งหนึ่งเมื่อคุณย่าอายุ 80 ปี ล้มเลือดออกในสมอง คุณหมอบอกว่า ไม่ควรผ่าตัด เพราะอายุมากและค่าใช้จ่ายสูง แต่คุณพ่อสู้ ยอมจ่ายเพื่อให้คุณย่าหายเป็นปกติหลังจากนั้นไม่นานคุณย่าล้มอีกครั้ง กระดูกสะโพกหักและมีโรคแทรกซ้อน เมื่อคุณหมอเห็นว่าไม่ไหวแล้ว จึงเรียกลูกหลานมาดูใจ คุณย่าสั่งเสียลูกหลานทุกคนเสร็จ ท่านก็จากไปอย่างสงบ ผมเสียใจมาก แต่ก็ได้เห็นตัวอย่างความกตัญญูที่คุณพ่อมีต่อคุณย่า ทำให้ผมซึบซับมาปฏิบัติตาม

คุณพ่อส่งลูก ๆ ทั้งสี่คนไปเรียนโรงเรียนเอกชน พวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดี มีรถนั่งมีคนขับรถ ทุกอย่างดูดีไปหมด แต่แม้จะอยู่สบายอย่างไร ผมก็ยังไม่ลืมหน้าที่ลูกที่ดี เลิกเรียนผมมักไปช่วยคุณพ่อคุณแม่บรรจุไม้แขวนเสื้อใส่ถุงพลาสติก นั่งรถกระบะขนของไปส่งลูกค้าแถว ๆ ตลาดโบ๊เบ๊และโรงงานต่าง ๆ

หลังจบมัธยมปลาย ผมเลือกเรียนหมอที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เพราะคุณย่าเคยพูดว่าอยากให้ลูกหลานเป็นหมอสักคน

Capture-056_OK rt
ปีหนึ่ง ผมตั้งใจเรียนเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นเต็มที่เช่นกัน เที่ยวกลางคืนกับรุ่นพี่ ตีสนุ้ก สูบบุหรี่ ดื่ม
เหล้า เมากลับบ้าน ผมใช้ชีวิตแบบนั้นโดยไม่รู้เลยว่าครอบครัวกำลังประสบพิษเศรษฐกิจ ปี พ.ศ. 2540 ทำให้มีหนี้สิน 10 ล้านบาท!

ผมมารู้ว่าที่บ้านมีหนี้สินช่วงเรียนอยู่ปี 2 คุณพ่อคุณแม่ต้องปิดโรงงาน ขายที่ดินและเครื่องเพชรที่มีทั้งหมด ต้องยืมเงินเพื่อนมาเป็นค่าเทอมลูก ๆ ทั้งสี่คน ผมปรึกษาอาจารย์ถึงปัญหาการเงินของครอบครัว อาจารย์ช่วยให้ผมได้กู้เงินจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ตอนขึ้นปี 3 ผมต้องเรียนประมาณ 300 หน่วยกิต ซึ่งค่าหน่วยกิตแพงมาก ผมเครียดหนัก เพราะลำพังเงินกู้ไม่พอจ่ายค่าเทอม ผมไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เดือดร้อนไปกว่าที่เป็นอยู่ นอกจากเครียดเรื่องเงินแล้วเรื่องเรียนก็ยากมาก ผมคิดเยอะ ฟุ้งซ่านไปหมดจนคุณแม่ผิดสังเกต ท่านเข้ามาคุยด้วย พอท่านรู้สาเหตุ ท่านกอดผมเอาไว้ร้องไห้แล้วพูดว่า

“ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น มาถึงจุดนี้แล้วมันต้องมีทางออก”

ฟังคำแม่จบ ผมคิดอย่างเดียวว่า

“ผมต้องเรียนจบ 6 ปีให้ได้ และจะตั้งใจทำงานเพื่อหาเงินมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ใช้หนี้”

สุดท้ายผมเรียนจบตามที่ตั้งใจไว้ ผมทำงานทันทีเพื่อหารายได้มาช่วยเหลือที่บ้านโดยเป็นหมอตรวจคนไข้ประกันสังคมที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นผมสนใจเรื่องผิวหนัง และมีพี่ที่รู้จักเป็นหมอผิวหนัง อยากให้มาช่วยงานที่คลินิก ผมก็ไปช่วย เขาสอนผมหลายอย่างและแนะนำว่าควรเรียนอะไรเพิ่มเติม หลังจากนั้นผมเก็บเงินเพื่อไปเรียนคอร์สผิวหนังระยะสั้นที่ประเทศฝรั่งเศส และนำความรู้ที่ได้มารักษาคนไข้ในคลินิก

ปี พ.ศ. 2552 ผมทำงานอยู่ที่คลินิกแห่งหนึ่งผมมีโอกาสได้พบ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในงานงานหนึ่ง ผมขอท่านว่า ช่วยเขียนข้อคิดเตือนใจให้ผมหน่อย ท่านเขียนให้ว่า

“บอลต้องภูมิใจที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้อื่น”   คำที่ท่านเขียนเป็นทั้งข้อคิดและกำลังใจที่ติดตัวผมอยู่เสมอ

 ทุกวันนี้ผมช่วยครอบครัวปลดหนี้ได้สำเร็จ เพราะคิดเสมอว่า ทุกสิ่งที่ผมทำผมกำลังทำเพื่อใคร ผมจึงก้าวมาถึงวันนี้ได้สำเร็จ

Secret BOX
                 อย่ายึดติดว่าต้องทำงานแบบไหนเราจะเป็นอะไรก็ได้ เพราะทุกคนมีศักยภาพพอที่จะทำ
                                                                                                                         นพ.ภูริวัจน์ อริยกุศลสุทธิ

เรื่อง:นพ.ภูริวัจน์ อริยกุศลสุทธิ เรียบเรียง:อุรัชษฎา ขุนขำ  

ภาพ:สรยุทธ  พุ่มภักดี  สไตลิสต์:ณัฏฐิตา  เกษตระชนม์

keyboard_arrow_up