คิดได้เมื่อเกือบจะสาย พลอย-ธันยาภัทร ศิริโชติ (พลอยKPN)

พลอยเคยเกเรกับคุณพ่อมากๆ  ยังโชคดีที่กลับตัวได้ทันก่อนจะสายเกินไป

 

พลอยโตมากับคุณพ่อและคุณป้า  คุณพ่อเลี้ยงพลอยเหมือนเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  เลยมีนิสัยห้าว ๆ  แต่แม้จะห้าว
แค่ไหน เวลาคุณพ่อดุหรือบอกอะไรพลอยจะไม่เถียง  แต่ก็ไม่ทำตามที่สั่ง ช่วง ม.ต้น  พลอยเริ่มเล่นดนตรีกับเพื่อน  ในวงมีกัน4 คน  พลอยเป็นผู้หญิงคนเดียว  บ้านเพื่อนมีห้องซ้อมดนตรีจึงมักไปขลุกกันอยู่ที่นั่นทั้งวัน  หลายครั้งที่โดดเรียนเพื่อไปซ้อมดนตรีเพราะสมัครประกวด Hot Wave Music Awards ซึ่งเป็นเวทีที่เป็นความใฝ่ฝันของวัยรุ่นในสมัยนั้น  ปีแรกวงของเราติด 30 วงสุดท้าย  ยิ่งทำให้พลอยรู้สึกว่าต้องประกวด
อีกให้ได้  เพราะขนาดอยู่ ม.3 ยังเข้ารอบ 30 วง ถ้าอยู่ม.ปลายต้องทำได้ดีกว่านี้แน่นอน

 

เมื่อขึ้น ม.ปลายจึงเต็มที่กับการเล่นดนตรีมากกว่าเดิมไม่ค่อยสนใจเรื่องเรียนสักเท่าไหร่  เริ่มโดดเรียนบ่อยขึ้น กลับบ้านดึกขึ้น  บางคืนกลับตีหนึ่งแล้วต้องนั่งแท็กซี่คนเดียว คุณพ่อเป็นห่วงมาก  เวลาท่านโทร.ตาม พลอยชอบโกหกว่าออกมาแล้ว  ทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในห้องซ้อม  แต่ความเป็นห่วงของ ท่านแฝงอยู่ในพายุอารมณ์แห่งความโกรธ  คืนหนึ่งพลอยกลับถึงบ้านค่อนข้างดึกเหมือนเคย  คุณพ่อรออยู่แล้ว  ท่านตวาดว่า “ถ้าแกยังทำตัวแบบนี้  จะไปอยู่ที่ไหนก็ไป” พลอยไม่เถียง  แค่มองหน้าท่านแล้วเดินขึ้นห้องนอนไปเงียบ ๆ  วันถัดมาก็ออกจากบ้านด้วยชุดนักเรียนชุดเดียวแล้วไม่กลับไปที่บ้านอีกเลย  โดยยังไปเรียนปกติ  แล้วไปพักที่ห้องซ้อมดนตรีบ้านเพื่อน  แล้วแอบกลับไปเอาเสื้อผ้าตอนกลางวันที่พ่อไม่อยู่บ้าน  พลอยใช้ชีวิตอยู่ที่ห้องซ้อมดนตรี จนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณป้า

“พลอย  คุณพ่อไม่สบายหนักมาก  มาดูหน่อย”

ได้ฟังแบบนั้นพลอยคิดในใจว่าไม่จริงหรอก  คงแค่อยากให้กลับบ้านมากกว่า  จึงยังไม่ยอมกลับ  วันรุ่งขึ้นคุณป้า
โทร.มาเรื่องเดิมอีกครั้งก็ยังไม่เชื่อ  ตอบไปว่าเล่นดนตรีอยู่ต้องไปส่งเดโม่ ยังไปไม่ได้  หลังจากนั้นประมาณ 5 วัน  ทั้งน้อง  เพื่อน  ป้าข้างบ้านโทร.มาบอกเรื่องเดียวกันว่า

“พลอย  คุณพ่อไม่ไหวแล้วนะ  อยู่โรงพยาบาลแล้ว”

พอเห็นว่าโทร.กันมาหลายคนจนไม่น่าจะเป็นเรื่องหลอก จึงรีบไปโรงพยาบาล  ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  คุณพ่อที่เคยยืนดุพลอย  บัดนี้นอนตาหยีน้ำตาไหลด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเตียงคนไข้ที่กำลังจะเข็นเข้าห้องผ่าตัด  คุณป้าบอกว่า  คุณพ่อเป็นนิ่วในท่อปัสสาวะมาหนึ่งเดือนแล้ว  แต่เพิ่งได้คิวผ่าตัด  พลอยนึกย้อนถึงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาว่าเราทำอะไรอยู่  ออกจากบ้านเพื่อมาอยู่ห้องซ้อมดนตรี  บางทีก็กินเหล้ากับเพื่อน  ระหว่างนั้นคุณพ่อยังโอนเงินให้ใช้จ่ายตามปกติอีกด้วย หลังผ่าตัด  พยาบาลเข็นคุณพ่อออกมาเพื่อไปยังห้องพัก
คนไข้  คุณพ่อไม่มีสติ  เหมือนคนเมายาสลบ  ท่านพยายามเปล่งเสียง แต่ก็ไม่มีเสียง  พลอยเห็นภาพนั้นแล้วต้องหลบออกไปร้องไห้ข้างนอกห้อง  รู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลท่านตลอด

หนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลังจากคุณพ่อฟื้น  พอเห็นพลอยนั่งเฝ้าอยู่  ประโยคแรกที่ท่านพูดคือ

“กลับมาแล้วหรือ  กินอะไรหรือยัง”

ได้ยินแบบนี้พลอยพูดไม่ออก  ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก หลังจากเหตุการณ์นี้  รู้สึกว่าชีวิตสั้นมาก  ถ้าท่านไม่ได้เป็น
โรคนี้ แล้วเป็นโรคที่น่ากลัวกว่านี้จะทำอย่างไร  พลอยจึงเปลี่ยนตัวเองใหม่  ตั้งใจเรียนเพื่อคุณพ่อ  และใส่ใจดูแลท่านมากขึ้นกว่าเดิม ต้องขอบคุณคุณพ่อที่ปล่อยให้ทำในสิ่งที่อยากทำ

 

การใช้ชีวิตนอกกรอบไม่ผิด  แต่คุณต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้และที่สำคัญ ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของคนในครอบครัวให้ได้ด้วย

Secret BOX
ชีวิตคนเรามันสั้น  อยากทำอะไรให้รีบทำ แต่สิ่งที่ทำต้องไม่เดือดร้อนใคร

                                                                    พลอย – ธันยาภัทร  ศิริโชติ (พลอย KPN)  

เรื่อง:ธันยาภัทร  ศิริโชติ  เรียบเรียง:อุรัชษฎา  ขุนขำ

ภาพ:วรวุฒิ  วิชาธร ผู้ช่วยช่างภาพ:กำพล  ยอดเมือง

สไตลิสต์:ณัฏฐิตา  เกษตระชนม์

keyboard_arrow_up