3 ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ใช้ธรรมนำชีวิต

หลายคนแยก ธรรมะ ออกจากชีวิต คิดว่ามันเป็นคนละภาคส่วน แท้ที่จริงแล้ว ธรรมะ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้ง 3 ท่าน คือตัวอย่างของผู้ที่ใช้ ธรรมะ  ทั้งในการทำงานรวมถึงชีวิตส่วนตัว

 

 

คุณกรณ์ ณรงค์เดช

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคพีเอ็น อวอร์ด จำกัด และรองประธานกรรมการ กลุ่มเคพีเอ็น

คุณกร KPN6851 rt

“ผมเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม ถ้าเราดีกับเขาแล้วเขาจะไม่ดีกับเรา เขาจะต้องแพ้ภัยตัวเอง หรือถ้าทำงานแล้วโดนโกง หากมัวแต่คิดว่าทำไมเขาถึงทำกับเราอย่างนี้ เราจะทุกข์ ไม่ต้องแค้นเขาครับ ท้ายที่สุดแล้วเวรกรรมจะจัดการเขาเอง พอพุดถึงความทุกข์ จริงๆ แล้วคนทุกคนมีเรื่องทุกข์ มีปัญหาชีวิต อยู่ที่ใครจะวางได้เร็วแค่ไหน ถ้าคิดมากแล้วมันดี แก้ปัญหาชีวิตได้ ก็คิดไป ถ้าคิดมากแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรจะเสียสติเปล่าๆ อะไรปล่อยวางได้ก็วางดีกว่าครับ”

 

คุณกฤษณ์ คุนผลิน

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และผู้แทนศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา

คุณกฤษณ์

“ธรรมะเป็นส่วนหนึ่งที่แยกออกจากชีวิตไม่ได้ครับ สามารถเอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ ผมเคยไปบวชในวัดไทยในพุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 11 วัน ผมเรียนรู้การควบคุมตัวเองอย่างมีสติ ต้องอยู่ในศีล สำรวมกาย วาจา ใจ ให้มากๆ เพราะเราเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่โลกียะ แต่นี่คือโลกของโลกุตระ เป็นโลกที่หลุดจากขาวและดำไปแล้ว และสิ่งที่เรียนรู้จากการบวชก็คือ เรื่องของการมีเมตตาธรรม ตรงนี้เอามาใช้ได้เลยในชีวิตประจำวันของเรา การมีเมตตาต้องเริ่มจากการเมตตาตัวเอง คนทุกคนมีทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน เดินผิดพลาดไปบ้างในบางจังหวะของชีวิต เวลาผิดพลาด บางคนโทษตัวเอง โมโหตัวเองว่าทำไมฉันเป็นคนไม่ดี ฉันแย่ กรีดแขนตัวเอง บางคนโหดร้ายถึงขั้นปลิดชีวิตตัวเอง เพราะทนความผิดหวังในตัวเองไม่ได้ สิ่งที่เราต้องรู้ก็คือ ชีวิตของเราต้องเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ทางเดินชีวิตเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันมีหลุมบ่อบ้างในบางครั้ง เราก็ต้องพรวดพราดล้มบ้าง ขาหักบ้างแต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องมีเมตตากับตัวเอง รู้จักให้อภัยตัวเองให้เป็น สิ่งที่จะรักษาใจเราได้ดีที่สุดก็คือเมตตาธรรมจากตัวเราเองครับ พอเรารู้จักเมตตาต่อตัวเอง ถัดมาต้องมีเมตตาต่อผู้อื่นด้วย คนอื่นในที่นี้หมายถึงทุกรูปแบบนะครับ เพื่อน ลูกน้อง เจ้านาย คนรู้จัก หรือไม่รู้จัก เราต้องมีเมตตากับเขาให้หมด เราต้องคิดว่าตัวเราเองยังไม่สมบูรณ์แบบ 100% เลย ถ้าคนอื่นจะมาทำอะไรให้เราไม่พอใจบ้าง เราก็ต้องรู้จักที่จะให้อภัย”

คุณพงศกร พงษ์ศักดิ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครื่องดื่มอีฟ ฟรุตตามิน

คุณพงศกร

“ในเรื่องของการทำงานผมจะใช้หลักอิทธิบาท 4 ฉันทะ ต้องถามตัวเองว่ารักในสิ่งที่ทำไหม ถ้ารัก วิริยะ คือความเพียรที่จะทำในสิ่งนั้นๆ จะตามมา แล้วจิตตะ คือความเอาใจใส่ก็จะมีควบคู่ไปด้วย สุดท้ายวิมังสา เราจะเต็มใจที่จะวิเคราะห์สิ่งที่เราทำ แล้วจะหาทางพัฒนาต่อให้มันดียิ่งๆ ขึ้นไป นอกจากอิทธิบาท 4 แล้ว สิ่งที่ผมให้ความสำคัญก็คือ การอยู่กับปัจจุบัน เนื่องจากผมรับผิดชอบหลายธุรกิจ บางทีเข้าประชุมบริษัทแรก เจอปัญหา พอไปบริษัทที่สองก็ต้องวางปัญหาของบริษัทแรก แล้วตั้งสติเพื่ออยู่กับปัจจุบันก่อน จะเอาความเครียดจากบริษัทแรกมาใส่ปัจจุบันตรงหน้าไม่ได้ ซึ่งการวางปัญหาไว้ก่อน ไม่ใช่การละเลย แต่วางไว้เพื่อนำมาพิจารณาถึงทางแก้ปัญหาทีหลังเมื่อเราไม่มีภาระกับสิ่งตรงหน้าแล้ว หลักการแก้ปัญหาของผมก็คือ ตัดอดีต ตัดอนาคต แล้วทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ”

 

เพียงน้อมนำธรรมะมาใช้ในชีวิต จิตเบา เราก็จะสบาย

เรื่อง: อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ: วรวุฒิ วิชาธร, สรยุทธ พุ่มภักดี

ผู้ช่วยช่างภาพ: กำพล ยอดเมือง, ธนทัช หิรัญวรกุล

สไตลิสต์: ณัฏฐิตา เกษตระชนม์ ผู้ช่วยสไตลิสท์:  ศุภกานต์ ขวัญแก้ว

 

keyboard_arrow_up