เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ…เส้นทางชีวิตสายนี้สีขาวดำ (จบ)

ฉันเชื่อว่าชีวิตคนเรามีทั้งขาวทั้งดำ มีทั้งดีทั้งเลวปะปนกันไป คนที่ใจบุญสุนทานคนหนึ่งอาจไม่ได้มีแต่ “ดี” ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อาจมี “ชั่ว” ด้วยเช่นกัน

ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ครั้งหนึ่งในวัยไร้เดียงสาก็เคยทำชั่วถึงขนาดคิดฆ่าพี่สาวของตัวเอง ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตสารพัด มีแฟนก็มีครั้งละหลายๆ คน จนทำให้ “ผู้หญิง” ที่รักต้องเจ็บช้ำใจ

ชีวิตที่วนเวียนอยู่ในวังวนนี้ไม่เคยชักนำสิ่งดีๆ เข้ามาได้เลย จนกระทั่งวันที่ฉันพยายามเหวี่ยงตัวเองออกมาด้วยการ “บวชชี” ตามมาด้วยการปฏิบัติธรรมกับคุณแม่สิริ กรินชัย และท่านโกเอ็นก้า ฉันจึงได้พบว่า “ชีวิตที่เจริญแล้ว” เป็นเช่นไร

บ.ก.ร้อยล้าน” สมญานามนี้มีที่มา

ชีวิตที่เจริญในทางธรรมของฉันเริ่มต้นขึ้นหลังลาออกจากบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ด้วยความมุ่งมั่นว่าต่อจากนี้ไปจะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ที่สำคัญ อยากรู้เหลือเกินว่าชีวิตที่เคยได้ “ลาภ” เมื่อ“เสื่อมลาภ” แล้วจะเป็นอย่างไร จะยังมีคนนับหน้าถือตาเราเหมือนเดิมอีกหรือไม่

หลังลาออกได้ไม่นานฉันก็ได้พบสัจธรรมว่า ที่แล้วๆ มาที่คนยกมือไหว้เรานั้น เขาไหว้บริษัทอันยิ่งใหญ่ที่เราสังกัดอยู่ ไม่ใช่ตัวเราเลยสักนิด ฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนมาตลอด 20 กว่าปี ไม่ได้มีเงินทองสะสมมากมาย ตอนที่ลาออกมีเงินติดตัวแค่ 30,000 บาทเท่านั้น กับความหวังที่ว่า จากนี้ไปฉันจะสร้างสำนักพิมพ์ของตัวเองให้จงได้

จนกระทั่งวันหนึ่งฉันสวดมนต์ไหว้พระแล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า“ฉันจะขอถวายตัวเพื่อรับใช้พระธรรมและสังคม ถ้าแม้นว่าชีวิตนี้มีบุญที่จะรับใช้พระพุทธเจ้าจริงๆ ขอให้พระพุทธองค์นำพาชีวิตฉันไปในทางที่สว่างด้วยเทอญ”

แล้ววันนั้นเองโชคก็เข้าข้างฉัน ก่อนหน้านั้นฉันอาศัยอยู่ในบ้านทาวน์เฮ้าส์ขนาด 16 ตารางวา และคิดว่าอยากจะมีสำนักงานที่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของตัวเอง ขณะที่ฉันกำลังเดินผ่านหมู่บ้านนิศาชลแถวจรัญสนิทวงศ์ ก็พบว่ากำลังมีการจับฉลากเพื่อประมูลบ้านดุจดาวบ้านที่ธนาคารยึดมาแล้วประมูลขายในราคาถูก บ้านหลังนี้ความจริงราคาประมาณ 8 ล้านบาท แต่ประกาศขายในราคา 4 ล้านบาท วันนั้น ฉันก็เข้าไปจับฉลากกับเขาด้วย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีเงินทองมากมาย แต่ก็ตัดสินใจว่าต้องลองดู

แทบไม่น่าเชื่อ ในที่สุดฉันคือผู้ที่จับฉลากได้บ้านหลังนั้น ก่อนออกจากบ้านฉันยกมือขึ้นพนม สวดพระปริตรธรรม แล้วอธิษฐานจิตบอกกับเทวดาแถวนั้นว่า “ถ้าแม้นฉันจะได้ช่วยเหลือคนอื่น ขอให้การดำเนินการซื้อบ้านหลังนี้ผ่านทุกอย่าง ขอให้เส้นทางเปิดโล่ง ขอให้ทำกิจการรุ่งเรืองด้วยเถิด”

ฉันเชื่อว่าก่อนจะทำอะไรเราต้องใช้ความตั้งใจอย่างยิ่งยวด และสำหรับฉัน การอธิษฐานจิตก็ช่วยได้ทุกครั้ง เพราะหลังจากนั้นไม่นานเมื่อตั้งสำนักพิมพ์ โดยมี อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ วาดโลโก้สำนักพิมพ์ให้แล้ว หนังสือเล่มแรกที่ฉันทำก็ขายดี จนต้องพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง

ฉันเริ่มต้นก่อร่างสร้าง ณ เพชรสำนักพิมพ์ ด้วยการพิมพ์หนังสือเล่าเรื่องราวของ พี่ลินดา ค้าธัญเจริญ ตอนนั้นเธอป่วย ส่วนฉันก็คิดแต่เพียงว่า กำไรที่ได้จากการขายหนังสือเล่มนี้ทุกบาททุกสตางค์ฉันจะยกให้พี่ลินดา ส่วนตัวฉันขออย่างเดียวเท่านั้นคือ ขอให้ผลบุญครั้งนี้ส่งผลให้สำนักพิมพ์ของฉันเป็นที่รู้จักเท่านั้นเอง

แล้วคำขอของฉันก็เป็นผล สำนักพิมพ์ของฉันกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักอ่าน หนังสือของพี่ลินดาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนกระทั่งนักข่าวให้ฉายาฉันว่า “บ.ก.ร้อยล้าน” เพราะมีบ้าน 3 หลัง มีหุ้นส่วนบริษัทที่ทำกับเพื่อน และมีรถอีก 3 คัน

ทั้งหมดนี้ฉันเชื่อว่า การประกอบกรรมดีส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นได้จริงๆ แต่ก็ไม่ใช่จะเสมอไป เพราะหลังจากนั้นชีวิตของฉันก็มีขึ้นมีลงมีปีติดีใจเหมือนขึ้นสวรรค์ก็มาก เจ็บปวดทุรนทุรายจนแทบจะด่าวดิ้นเหมือนตกนรกก็เยอะ แต่ทุกครั้งที่ฉันผ่านมาได้ก็เพราะยึดพระธรรมเป็นที่พึ่ง

DSC_3435

ถึงธรรมด้วยท่านโกเอ็นก้า

ชีวิตที่เจริญขึ้นของฉันส่วนหนึ่งมาจากการกตัญญูรู้คุณพ่อแม่และผู้มีพระคุณทั้งหลาย เวลากลับบ้านที่ต่างจังหวัด ฉันจะล้างเท้าให้แม่ ส่วนบ้านที่กรุงเทพฯ ฉันติดรูปวาดรูปเท้าของพ่อแม่ไว้เพื่อกราบไหว้ ทุกขณะจิตของฉันมีแต่ความสำนึกในบุญคุณของท่าน

แต่สิ่งที่ทำให้จิตใจดีงามมากขึ้นก็คือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ฉันเรียนรู้ผ่านท่านโกเอ็นก้า ก่อนหน้านี้ฉันไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ มาบ้าง แต่ก็ยังไม่ซึ้งใจเท่ากับที่นี่

คำสอนของท่านโกเอ็นก้าทำให้ฉันปล่อยวางในเรื่องต่างๆ ได้มากท่านสอนให้สมถะเรียบง่ายและทำให้รู้ว่า“ตนเป็นที่พึ่งของตน”

วันแรกที่ไปปฏิบัติธรรมตามแนวของท่านโกเอ็นก้า ฉันมีความคิดว่าชาตินี้จะไม่ไปอีกเลย เพราะมีความรู้สึกเหมือนกำลังติดคุก ด้วยความที่เป็นคนอยู่ไม่นิ่งชอบพูดชอบคุย แต่ที่นี่กลับให้เรานั่งสมาธินิ่งๆ ไม่ขยับตัวเลย 1 ชั่วโมง แล้วยังห้ามใช้ยาดม ยาลม ยาหอม ยาหม่องอีกด้วย

10 วันของการปฏิบัติธรรม ในวันแรกๆ ฉันรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวเป็นอย่างมาก รู้สึกเหมือนกับว่ากระดูกแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ แต่จากคำสอนของท่านโกเอ็นก้าทำให้ฉันรู้ว่า ให้มองมันเฉยๆมองเหมือนกับว่าถ้ามันมีความทุกข์อย่างสุดๆ แล้ว เราอย่าดิ้นไปกับมัน แล้วในที่สุดมันก็จะผ่าน เราจะได้เห็นว่าเมื่อมีความสุขมันก็ผ่าน มีความทุกข์มันก็ผ่าน ทุกอย่างไม่มีอะไรยั่งยืน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นสัจนิรันดร์ของโลกนี้

ครั้งนั้นเมื่อปฏิบัติจนจบคอร์สแล้ว ฉันรู้สึก “อิ่ม” อยู่ลึกๆ ในใจรู้ว่าถ้าต้องตายตอนนี้ก็ไม่ห่วงอะไร เพราะธรรมชาติจะเป็นผู้จัดสรรทุกอย่างเอง เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเท่านั้น

ทุกวันนี้ฉันตั้งหน้าตั้งตาเรียนต่อในระดับปริญญาเอก ฉันคิดว่าสติปัญญาทางธรรมทำให้ฉันใช้ชีวิตอย่างมีสติ ส่วนปัญญาทางโลกจะทำให้ฉันรู้จักแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น

คนเราอาจเคยทำเรื่องผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น แต่เมื่อรู้ตัวว่าทำผิดแล้ว เราต้องรู้จักแก้ไขปรับปรุงตัวเอง ฉันโชคดีที่มีกัลยาณมิตรมากมายชักนำไปในทางที่ดี จึงทำให้ได้พบกับทางสว่าง

คนดีสำหรับฉันไม่ใช่คนที่ไม่เคยทำความเลวเลยสักครั้งในชีวิตแต่เป็นคนธรรมดาที่เคยทำผิดทำชั่วมาบ้าง แต่ทุกวันนี้สำนึกได้แล้วว่า การทำประโยชน์เพื่อคนอื่นนั้นเป็นความดีที่แท้และนำมาซึ่งสู่ความสุขที่ยิ่งกว่านั่นเอง

(เรื่อง เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ /เรียบเรียง เสาวลักษณ์ ศรีสุวรรณ /ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี)

keyboard_arrow_up