คู่แท้ มีจริงหรือแค่เพียงคิดฝัน ความเชื่อเรื่องเนื้อคู่ในสองศาสนา

คู่แท้ มีจริงหรือแค่เพียงคิดฝัน ความเชื่อเรื่องเนื้อคู่ในสองศาสนา

“…เมื่อเราเจอกัน เจอกันแค่ครั้งเดียว

ก็ผูกพันเหมือน…ใกล้ชิดมานาน

บอกไม่ถูกว่าทำไม หรือเราจะเคย

ได้เจอกันชาติก่อน…”

 

ใครที่ฟังเพลงไทยบ่อยๆ คงจะเคยได้ยินเพลงที่ชื่อ “ปาฏิหาริย์” ของกบ – ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี ที่มีเนื้อหาที่โดนใจของเพลงฟังแล้วทำให้คิดว่า หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ร่วมอย่างนั้นจริงๆ

เป็นไปได้ไหมว่า เนื้อคู่นั้นมีอยู่จริง

เนื้อคู่ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า soul mate นั้น หมายถึง ชายหญิงที่รู้สึกรักและผูกพันกันมากเป็นพิเศษ ซึ่งคนในแต่ละสังคมก็จะมีมุมมองและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเนื้อคู่ต่างกันไป

 

เนื้อคู่ ในมุมมองของชาวตะวันตก

ชาวตะวันตกมองว่า เนื้อคู่ของเรากำหนดมาแล้วล่วงหน้า เพราะมนุษย์ถูกสร้างมาเป็นคู่ และคนที่เป็นเนื้อคู่กันก็จะหากันพบในที่สุด ความเชื่อนี้มีที่มาจากตำนานของชาวกรีกโบราณที่ว่า แรกเริ่มเดิมทีพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาให้มี 4 ขา 4 แขน 2 ศีรษะ และมีอวัยวะสืบพันธุ์ 2 ลักษณะ แต่มีจิตวิญญาณเพียงหนึ่งเดียว และการสร้างมนุษย์ให้มีลักษณะที่สมบูรณ์แบบที่สุดนี้ ทำให้พระเจ้าเริ่มวิตกในเรื่องอำนาจที่อาจมีมากเกินของมนุษย์ เทพเจ้าซูส (Zeus) เลยตัดสินใจแยกมนุษย์ที่ว่าออกจากกัน ทำให้มนุษย์ที่ถูกแยกออกเป็นครึ่งๆ โหยหาอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองที่หายไป เพื่อชีวิตจะได้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง

 

เนื้อคู่ ในมุมมองของชาวพุทธ

ชาวพุทธที่เชื่อเรื่องกรรมและการเวียนว่ายตายเกิดมองว่า เนื้อคู่คือบุคคลสองคนที่เคยอยู่ร่วมกันมาแต่ชาติก่อน ทำให้เมื่อพบกันในชาตินี้ สายสัมพันธ์เก่าๆ จะเป็นชนวนทำให้เกิดความรู้สึกคุ้นเคย สนิทสนม และผูกพันกันอย่างรวดเร็ว และนี่คือสิ่งที่ทำให้บุคคลที่เป็นเนื้อคู่กันมักจะเกิดอาการ ”ปิ๊ง  แบบที่เราเรียกกันว่า ”รักแรกพบ

แต่ที่ต่างจากความเชื่อของชาวตะวันตกคือ ชาวพุทธเชื่อกันว่า เรื่องของเนื้อคู่นั้นไม่ใช่เรื่องที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป แต่เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับกรรมที่เคยทำร่วมกันมาเพราะตามคำสอนของพระพุทธศาสนา ความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน การที่คนเราจะรักกันได้นั้นต้องมีเหตุ หรือมีการทำกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะเป็นในชาติที่แล้วหรือชาตินี้ก็ตาม

คนที่เป็นคู่สร้างคู่สมกันนั้น คือคู่ที่เคยทำบุญทำกุศลร่วมกันมา เมื่อเจอกันจะรู้สึกดีต่อกัน จะทำอะไรร่วมกันก็รู้สึกอยากทำแต่สิ่งที่ดี ไม่นำพากันไปในทางที่ชั่ว ส่วนคู่เวรคู่กรรมนั้น คือคู่ที่เคยผูกใจเจ็บ อาฆาตจองเวรจองกรรมกันมาในชาติก่อนๆ แล้วจึงกลับมาเกิดเป็นคู่กันอีกเพื่อตามล้างตามผลาญกันและกันต่อในชาตินี้ คู่แบบนี้มักจะอยู่กันอย่างไม่ค่อยปกติสุขนัก และมักจะชอบใจกันในทางกามารมณ์ เช่น หลงในรูปลักษณ์ภายนอกหรือทรัพย์สินของอีกฝ่ายเป็นหลัก หากต้องทำกิจกรรมร่วมกันก็ชวนกันทำแต่เรื่องที่ไม่ดีไม่เป็นบุญเป็นกุศล หรือหากอยากจะทำดีร่วมกันขึ้นมาก็มักจะมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางเรื่อยไป เรียกว่าทำบุญร่วมกันไม่ขึ้นเอาเสียเลย

บาปที่ทำร่วมกันแล้วมีผลทำให้หญิงชายกลายเป็นคู่เวรคู่กรรมกันก็คือ การตกเป็นทาสของกิเลส 3 ประการ ได้แก่ ความโลภ ความโกรธ และความหลงนั่นเอง

 

ที่มา : นิตยสารซีเคร็ต

เรื่อง ปราชญ์

ภาพ cremedelacher on pixabay

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

Dhamma Daily : จะรู้ได้อย่างไรว่า คนที่เราคบหาอยู่นั้น เหมาะสมเป็นเนื้อคู่กัน 

ไขข้อสงสัย? ชาติที่แล้วทำอะไร ชาตินี้จึงได้เกิดมาเป็นเนื้อคู่

keyboard_arrow_up