หลวงพ่อคูณ

ธรรมะเทศน์ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

หลวงพ่อคูณ
หลวงพ่อคูณ

ธรรมะเทศน์ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

1.ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็น ตถาคต

2.กูให้มันมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีความมั่นใจในตนเอง ที่สำคัญกูจะฝึกให้มันรู้จัก การอดทน รู้จักการซื่อสัตย์ ไม่ประพฤติชั่ว เช่นประพฤติผิดทางเพศ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่ด่าผู้อื่น เป็นคนดี มีระเบียบ วินัย สงบเสงี่ยม

3.ก่อนจะเค่ะหัวใคร กูจะต้องมีสมาธิ กำหนดจิตและอธิษฐานว่า สจฺจ สจฺจํ อธิฏฐามิ และเคาะกูจะตีหัวเพื่อ ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคอัมพาต ป้องกันโรคหอบหืด

4.ลูกศิษย์ฟ้องหลวงพ่อ… “…หลวงพ่อดูซิครับ ทำไมคนมันถึงได้จัญไรแท้ ไม่รู้ละอายซะเลย มันตดออกมาได้… ” …หลวงพ่อคูณอมยิ้มและบอกว่า “ก็ตายังมีไว้ดู หูก็มีไว้ฟังตูดก็ทำหน้าที่ของมัน มันถูกต้องแล้ว ถ้าไม่ให้มัน ตด จะให้มันทำอะไร ถ้ามันไม่ทำหน้าที่ของมันดีไม่ดีจะต้องเดือดร้อน ถึงหมอถึงยา ไม่จัญไรดอก… มึงนั่นแหละจัญไร”

5.ละชั่ว ทำดี มีศีลธรรม ประจำใจ

6. “กูแสดงให้รู้ว่า กูมีความจริงใจกับพวกมึง แสดงความเป็นกันเอง รักใคร่สนิทสนม ไม่ต้องมีพิธีรีตอง พูดตรงไปตรงมา อย่างกูเรียกว่า ไอ้นาย ก็แปลว่า กูรักกูเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน ไม่เกี่ยวยศถาบรรดาศักดิ์”

7. “กูอยากฆ่าคน๓คน แต่ก็ฆ่าไม่ได้สักที ศัตรู๓คนที่ว่านั้น คือ โลภะ โทสะ โมหะ

8. “กูให้พวกมึงรู้จักพอ อย่าโลภมาก รู้จักเอาชนะใจตัวเอง”

9. “อย่าทำความชั่ว อย่าทำความชั่ว หลวงพ่อมากับเรา อย่าไปเที่ยวลักขโมยเขา ผู้มีศีลมากับเราแล้ว ต้องฝึกอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าได้เหรียญได้พระจะว่ากูเก่ง ไม่ได้ดอก มันต้องมีเมตตา พระจึงอยู่กับเรา เตือนใจเราอยู่ตลอดระยะเวลาว่าเราจะทำความชั่วไม่ได้ เพราะอะไร เพราะพระอยู่กับเรา”

10. “คนจะทำบุญนี้ ก็ต้องฝึกมาตั้งแต่เป็นเด็ก เมื่อเคยฝึกมาแล้ว ภายหลังมีเงินมีทองจะบริจาคก็ไม่เสียดาย”

11. “ยิ่งเอามันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมด มันยิ่งได้”

12. “พ่อแม่ที่อยู่บนบ้าน ต้องทำบุญทุกวัน คือต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณ อย่ามัวแต่รอไปทำบุญ ๑๐๐วัน ซึ่งจะได้บุญน้อยกว่า”

13. เกิดมาเป็นคนแม้จะอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งมีพระคุณแก่เรา เราจะต้องสร้างความเจริญทั้งทางโลก ทั้งทางธรรม ที่นั่นเสมอ

14. “ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือฆราวาสก็ตาม ก่อนจะสั่งสอนคนอื่น ต้องสอนตนเองเสียก่อน ถ้าสอนตัวเองไม่ได้ จะไปสอนคนอื่นได้อย่างไร”

15. “กูให้มึงรู้จักพอ เพราะผู้คนหาเงินมาด้วยความยากลำบากยิ่งทั้งหมด จะเป็นการเอาเปรียบ หยาดเหงื่อ แรงงานของญาติโยม เราต้องมีเมตตาแก่เพื่อมนุษย์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เขาให้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ อย่าเอามามากหลายหลานเอ๊ย

โลภ ของคนเราร้อยล้านพันล้านก็ยังไม่พอ ให้รู้จักว่า “พอ” กันสักทีซิ พูดว่า “พอ” กันสักที การับบริจาคเพียงส่วนหนึ่งของกูนี่ เป็นการเตือนสติ และสอนพระพุทธศาสนาทั้งหลาย ให้รู้จักพอ อย่าโลภมาก หรือให้ลดความโลภความยากได้ของคนอื่น อย่าเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน”

16. “มันมาขอร้องให้กู ให้กูทำโน่นทำนี่ ให้กูเหยียบ กูก็เหยียบให้มัน กูจะขัดใจมันไปทำไม มันจะได้สบายใจ แต่กูก็บอกว่า ถ้าอยากขายให้คล่อง มึงก็ขายถูกๆให้พอใจคนซื้อ เถอะไอ้นาย…”

17. “กูไม่ได้ตั้งกฎอะไรด้อก ลอดอะไรก็ได้ แต่ย่าลอดหัวคันนาก็แล้วกัน

18. “ของดีกูมี แต่ธรรมมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกมึงเอาไปใช้ได้เลย”

19. “กูไม่เคยยินดียินร้ายในลาภ ยศ สรรเสริญ เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นโลกธรรมที่ครอบงำเอาไว้เท่านั้น หามีความจีรังยั่งยืนเป็นแก่นสารไม่ ไม่สมควรมายึดเป็นสรณะ เพราะโลกธรรมเหล่านั้น ถือได้ว่าเป็นเครื่องพันธนาการ เป็นเครื่องผูกมัด เป็นเครื่องสมมติ เหมือนกับละครฉากหนึ่งเท่านั้น

ไม่ใช่ของแท้แน่นอน เป็นของอนิจจัง มีความไม่เที่ยงแท้ มีความทุกข์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา เป็นเครื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเท่านั้น แต่คนทั่วไปคิดว่า เป็นเรื่องจริงจัง รู้ไม่ทันจึงตกเป็นทาสของมันให้เกิดกิเลส เพื่อเข่นฆ่ากัน เพื่ออำนาจสิ่งเล่านี้”

20. “เราจะต้องให้เขาก่อนแล้วเขาจะให้เราทีหลัง และเมื่อเราได้รับการบริจาคมาแล้ว เราควรที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่หวังเก็บหวังรวยแต่อย่างเดียว มันไม่ใช่วิสัยของเพศสมณะ เมื่อเขาเห็นเรานำไปใช้ประโยชน์ เขาก็ยิ่งแต่จะมาช่วยเรา ถ้าเราไม่นำไปทำบุญให้เขาต่อ เขาจะได้บุญอะไร”                                                                                                                                                                                คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

21. “การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่าย แต่การจะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องเสียสละบำเพ็ญเพียร เพื่อบารมีธรรม ต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรม อันบริสุทธิ์จริง”

22. “คนตาบอดได้คนใจบอดคบไม่ได้”

23. “กูเอง ก็ขอให้เด็กไทยทุกคน จงประพฤติตัวให้เหมาะสมกับที่เราเป็นชาติไทย พวกลูกๆหลานๆก็ขอให้ตั้งใจเล่าเรียนศึกษาหาความรู้ใส่ตัวเองไว้ เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ก็จะมีวิชาหากินกับเขา อย่าได้เป็นเด็กเกเร ให้รู้จักรักพ่อแม่ เขาสั่งสอนบอกอะไร ก็ให้เชื่อฟัง อย่าไปรักเพื่อนมากกว่า มันไม่ถูกหรอกหลานเอ๊ย

เพื่อนฝูงมันจะช่วยอะไรเราได้ไม่มีหรอก ทางพวกพ่อแม่ก็สั่งสอนให้ลูกๆถ้าจะเอ่ยคำสอนไหน ก็อย่าไปพูดว่า ลูกคนนี้ดื้อ ลุกคนนี้มึน ลูกคนนี้ซน ลูกคนนี้บอกยาก สอนยาก เพราะมึงไปว่ามันตั้งแต่เล็กๆ มันเป็นอัปมงคล และจะส่งเสริมให้ลูกของมึงดื้อจริงๆ พวกมึงต้องพูดคำว่า เป็นคนดี บอกง่าย สอนง่าย ไม่เคยเกเร ให้พูดกับลูกๆแต่สิ่งดีๆมันจะได้เป็นมงคลและมันก็จะได้จดจำเอาไว้ไงทำตามที่กูบอกเด้อ ลุกหลานเอ๊ย ”

24. “กู อยากทำงานช่วยชาติบ้านเมือง”

25. “ลูกหลานเอ๋ย… การพนันเป็นสิ่งไม่ดี เมื่อกูบอก กูเตือน แล้วมึงยังไม่เชื่อ ระวัง…ความฉิบหายจะมาเยือนเด้อ!!!”

26. “กูยืนยันว่าไม่ตาย กูยังอยู่ แต่เรื่องตายนั้นตายแน่ ขอบใจญาติพี่น้องประชาชนที่รักกู เป็นห่วงกู ถ้ารักกู ทุกคนต้องรักษาศีล รักสัตย์ มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และประเทศไทย จะมีความสุขเจริญก้าวหน้า”

27. “ขอให้นักศึกษา อย่าเป็นคนอกตัญญูต่อเพื่อนฝูง ต่อแผ่นดิน และประเทศชาติของเรา อย่าเป็นคนอกตัญญู ด้วยการไปกิน ไปเสพยาบ้า เพราะคนที่กิน เสพและค้ายาบ้า คือคนอกตัญญูต่อชาติบ้านเมือง ต่อแผ่นดิน ขอให้พวกมึงจงเลิก อย่าเกี่ยวข้องกับมันเด้อ”

28. “การกระทำใดๆก็ตามที่ขัดกับหลักศาสนา และไม่ได้อยู่ในพระคัมภีร์ แต่เป็นการกระทำเพื่อช่วยคนทุกข์ยาก คนสิ้นหนทางหรือว่าทำเพื่อประโยชน์สุขทางสาธารณชนทั้งหลายแล้ว และไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน ก็จงทำเถอะ เพราะว่านั้นเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว”

29. “ถ้าเวลามีพอ กูแนะนำว่า อยากให้บ้านเมืองของเราเจริญ …ไม่ยากหรอก ให้ตั้งอยู่ในองค์ปัญจะทั้ง 5  ข้อ คือ รักษาศีล 5 บริสุทธิ์ บริบูรณ์ อย่าให้ขาด อย่าให้ดับ อย่าให้ค่อยเป็นมนุษย์สุดประเสริฐ แม้แต่เป็นพระก็ต้องรักษาศีล 5 ถ้าไม่มีศีล 5 ประจำใจ ไม่ว่าพระรูปหนึ่งรูปใดเป็นพระอยู่ไม่ได้เหมือนกัน”

30. “ขอให้พี่น้องชาวไทย ละชั่ว ทำดี มีศีลธรรม ประจำใจ เมื่อถึงเวลาดับจิต ผลดีที่ทำไว้ จะได้ติดตามไปสู่สุคติ รักตัวของตัวเอง อย่าทำความชั่วร้ายให้มากนัก”

31. “พวกมึงมาขอโชคขอพร กูก็ให้พรและเคาะหัว แต่เรื่องเลขเด็ดไม่มีด๊อก อย่าไปงมงาย เอาเงินไปซื้อเลย เก็บเงินไว้ซื้อกับข้าวดีกว่า

32. “ศาสนาพุทธนี้ไม่เสื่อมเป็นหรอกนะ ใครจะไปทำอะไร ยังไงก็ไม่รู้จักเสื่อม แต่ว่าคนมันเสื่อมจากศีลธรรมเฉยๆ ศาสนาไม่เสื่อม คนไหนทำคนนั้นเสื่อม คนไหนไม่ทำคนนั้นไม่เสื่อม ศาสนาพุทธนี้ยังแจ่มใสอยู่ คือ ใสไม่มัวหมอง ไม่ขุ่น ไม่มัวหมอง ศาสนาอยู่คงที่ แต่สภาวะจิตใจคนมันตกต่ำ มันทำให้จิตใจคนเศร้าหมอง ขุ่นมัว ไปต่างหาก ศาสนาพุทธ ไม่ได้ขุ่นมัวอะไร ยังคงใส สะอาดยู่อย่างเก่า เหมือนเดิม นั่นแหละ

33. “กูรู้สึกดีใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บุญทานอื่นทำมามาก แต่ทำบุญกับพระเจ้าอยู่หัวยังไม่ได้ทำ… ทำบุญกับท่านยิ่งใหญ่ ทูลเกล้าฯ ถวาย 72 ล้าน ภูมิใจมหาศาล เงินที่ลูกหลานบริจาคทีละเล็กทีละน้อย สะสมรวมไว้เพื่อทูลเกล้าถวายพี่น้องจะได้ร่วมกันรับอานิสงส์ด้วย…”

34. “ถ้ากูไม่ทำแล้วใครจะทำ”

35. “กู ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เพราะกูสละทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว

36. “ขึ้นชื่อว่าบุญ มีอะไรก็ทำไป อย่าไปเสือกว่าบุญมาก บุญน้อย ทำไปก็มากเอง”

37. “กูถือหนักถือหนาเงินจะได้มาในรูปแบบใดๆก็แล้วแต่ที่เขาบริจาคมาให้กู ว่าง่ายๆกูนึกอยู่ในใจกูเองว่า เขามาฝากกูไว้ เงินที่เขานำมาฝากกูไว้ก็ต้องกำจัดปัดเป่า เอาไปทำสาธารณประโยชน์ส่วนรวมให้แก่ประเทศชาติ เกิดเป็นคนมานั่งนอนดูดายไม่ได้ เรื่องบุญเรื่องกุศล ถ้าเอ็งไม่ทำเดี๋ยวคนอื่นเขาทำ แล้วเอ็งก็ไม่ได้ทำ มันต้องแย่งเขาทำแข่งเขาทำเรื่องการบุญ การกุศล”

38. “กูใช้เงินอย่างไม่มีเมตตาเลย ใช้อย่างทารุณ เงินเป็นทาสกู กูไม่ยอมเป็นทาสเงิน ใช้คน ใช้ยังมีเมตตาเลย ไม่มีวันหยุด เสาร์อาทิตย์กูก็ใช้ นัดคนมารับเงินตลอด ต้องใช้เงินบริจาคให้ได้อย่างน้อยหมื่นบาท…”

39. “เมื่อให้แล้วก็อย่าหวังอย่าทวง”

40. “เมื่อกูตายแล้ว กูกลัวว่าศพของกูนี่แหละจะเป็นภาระยุ่งยากของลูกหลาน จะเกิดความสับสนวุ่นวาย เพราะคนที่มาหากู ฝากตัวเป็นศิษย์มีมากมายหลายประเภท มีทั้งดี ทั้งเลว ละโมบ โลภมาก มาแสวงหาประโยชน์ต่างๆนานา โดยไม่กลัวบาปกรรม…อ้างตัวว่าเป็นหลาน เป็นพี่เป็นน้อง… แต้ก็เปล่าด๊อก ถ้าเป็นพี่เป็นน้องของกูอย่างปากว่าจริงๆก็จะไม่มาสร้างความวุ่นวายยุ่งเหยิงให้เกิดขึ้นแน่ กูจึงขอให้โรงพยาบาลมารับศพไปภายใน ๒๔ ชั่วโมง และหลังจากสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าแล้ว ก็ให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเช่นเดียวกับศพพระอาจารย์ใหญ่ นักศึกษาแพทย์ประจำที่ร่วมกับท่านอื่นๆกูขออย่างเดียวให้ทุกคนเชื่อว่า บุญมีจริง บาปก็มีจริง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นี่คือหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ดังพุทธภาษิตที่ว่า กมฺมุนา วตฺตตีโลโก แปลว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม จะเห็นได้จากการที่บางคนเกิดมาลำบากยากเข็ญ ง่อยเปลี้ย เสียขา พิกลพิการ ร่างกายอัปลักษณ์น่าเกลียด น่ากลัว แต่บางคนเกิดมาร่างกายสมบูรณ์สวยงามน่าชม… ที่เป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ผลของกรรมที่เรียกว่าการกระทำหรอกหรือใครเล่าจะอยากเกิดมาเป็นเช่นนั้น แต่มันฝืนกรรมไม่ได้ หลวงพ่อจึงเชื่อว่า บุญ บาป มีจริงและทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว


เรื่องจาก : หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

ภาพจาก : มหาสุญญตาธรรม


บทความที่น่าสนใจ

น้อมรำลึกถึงหลวงพ่อคูณ พระอริยสงฆ์แห่งแผ่นดินไทย

ฝึกปล่อยวาง ด้วยคำสอน หลวงพ่อชา สุภทฺโท

6 คำสอนปล่อยวางจากทุกข์ โดย หลวงปู่แหวน สุจิณโณ อริยสงฆ์แห่งเมืองเชียงใหม่

5 คำสอนจากพระ ที่คุณนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้

คำสอนหลวงพ่อจรัญ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม เมื่อถูกยืมเงินแล้วไม่ได้คืน

keyboard_arrow_up