เราจะทำให้จิตของเราเกิดความรอบรู้หรือปัญญาได้อย่างไรคะ

Q: เราจะทำให้จิตของเราเกิดความรอบรู้หรือปัญญาได้อย่างไรคะ

เราจะทำให้จิตของเราเกิดความรอบรู้หรือปัญญาได้อย่างไรคะ
เราจะทำให้จิตของเราเกิดความรอบรู้หรือปัญญาได้อย่างไรคะ

ถาม:  เราจะทำให้จิตของเราเกิดความรอบรู้หรือปัญญาได้อย่างไรคะ

ตอบ: วิธีง่าย ๆ ก็คือ นำสติของเราไปตามดู ตามรู้…อย่างแรกคือเอาสติไปตามดูตามรู้ร่างกาย ต่อไปคือเอาสติไปตามดูตามรู้จิตใจ

การตามดูตามรู้ร่างกาย คือ การรู้เท่าทันกาย อย่างการยืน เดิน นอน นั่ง คู้ เหยียด เคลื่อนไหว หรืออิริยาบถอื่น ๆ กายทำอะไร เราต้องเข้าไปใส่ใจดูอากัปกิริยาต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อตามดูไปบ่อย ๆ ใจของเราก็จะเริ่มมีสติสัมปชัญญะคือเริ่มรู้สึกตัวเองมากขึ้นว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ เพราะบางครั้งเวลาทำอะไร เรามักไม่มีสติหรือไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่

ต่อมาคือ การตามดูตามรู้จิตใจ คือ การใส่ใจตามดูความรู้สึก มองให้เห็นความรู้สึกของเราว่า ตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร โกรธ เกลียด รัก ฯลฯ พอเรามองความรู้สึกบ่อย ๆ ก็จะเห็นว่าความรู้สึกเป็นการเกิด – ดับ อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ ความรู้สึกของเราเกิดขึ้นมาทีละความรู้สึกไม่ซ้อนกัน สมมุติว่าเรากำลังโกรธอยู่ แต่พอมีใครโทรศัพท์เข้ามา เราจะคิดถึงบุคคลคนนั้นทันทีเลยนะ ความรู้สึกโกรธจะดับไป การที่เรามองเห็นความรู้สึกเกิด – ดับนั่นแหละ ที่เรียกว่าปัญญา

การที่เราตามดูจิตใจหรือความรู้สึกนี่มีประโยชน์มาก เพราะคนเราพอไปรู้จักสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่ง มักชอบเอาใจไปเกาะติดหรือยึดติด ทำให้เกิดผูกพันขึ้นมา บางทีก็ไปชอบเขา บางทีก็เกลียดเขา จนเป็นทุกข์…ความรู้สึกนี้เกิดเพราะเรามัวไปเกาะติดอยู่กับเรื่องนั้น ๆ จิตของเราก็มีอยู่แค่นี้ ชอบ ไม่ชอบ ชอบก็อยากเข้าไปหา ไม่ชอบก็จะดันออกไป มีแต่ดึงกับดันอยู่อย่างนี้ พอเราเอาใจไปเกาะติด ตัวเราก็จะสาละวนอยู่กับคนนั้น ๆ หรือเรื่องนั้น ๆ

ดังนั้น เราจึงต้องแยกให้ออกว่า ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น เป็นอย่างหนึ่ง เรื่องต่าง ๆ ที่ทำให้ใจเราเกิดความรู้สึกเป็นอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเรากลับมามองดูความรู้สึกเราในขณะนั้น ไม่ไปมองดูตัวเรื่อง เรื่องที่เราคิดเกาะติดอยู่จะถูกทิ้งไปเลย เช่นถ้าเราคิดถึงเพื่อนคนใดคนหนึ่งอยู่…พอมองดูตัวจิต ใจก็จะหยุดคิดถึงเพื่อน ถูกไหม…

แต่ถ้าความรู้สึกเดิม ๆ เกิดขึ้นอีก ก็ให้เรามองเข้าไปในความรู้สึกนั้นอีก ดูการเกิด – ดับ เกิด – ดับไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดเราจะสามารถวางเฉยกับเรื่องนั้นได้ พอวางเฉยได้ เราก็จะไม่ทุกข์อีกเลย

 

ธรรมะจากพระอาจารย์มานพ อุปสโม : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา

ที่มา  นิตยสาร Secret


บทความน่าสนใจ

“จิตไม่มีปัญญา ย่อมหลงกลลวงของกิเลส” ธรรมะดี ๆ โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

สร้างสุขในชีวิตโดยการแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ด้วยธรรมะ คำสอนของ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

keyboard_arrow_up