ถึงเพื่อนที่ชื่อ ” ความโลภ ” – เพื่อนบ้านของจิตใจมนุษย์

ความโลภ
ความโลภ

กิเลสตัวหนึ่งที่ครองใจชาวโลก นั่นก็คือ “ ความโลภ ”

ทุกคนรู้จักกันดีใช่ไหม? กับเพื่อนตนนี้ ” ความโลภ “

.

พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญโญ เคยเขียนบทความในนิตยสารซีเคร็ตไว้ว่า…

.

“ความโลภเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ น่ากลัว และเป็นภัยต่อสังคม

พฤติกรรมของผู้ที่มีความโลภคือ หากต้องการสิ่งใดมาเป็นของตน ก็จะหามาโดยไม่คํานึงถึงวิธีการว่าจะผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม จะทําร้ายทําลายผู้อื่น

ขายยาเสพติด ค้าของเถื่อน ขายของผิดกฎหมาย หลอกลวงฉ้อฉลเอาทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ ขายสินค้าปลอม ทําธุรกิจผิดกฎหมาย ทุจริตคอร์รัปชันทั้งหลาย รวมถึงพวกโกงภาษีก็จัดอยู่ในพวกมีความโลภอย่างหยาบทั้งสิ้น”

สมัยนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป รวมถึงจิตใจของคน ก็มักจะมีเพื่อนที่ชื่อ “โลภ” เข้ามาทำความรู้จักอยู่เสมอ แต่อยู่ที่ว่า คุณมี “สติ” ในการใช้ชีวิตมากแค่ไหน

การจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ จะต้องมีการเตรียมการ มีการวางแผนทั้งสิ้น นั่นแปลว่า มีเจตนาในการกระทำ

ผลของการกระทําดังกล่าว หากถูกจับได้จะได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ถ้ายังไม่ถูกกฎหมายลงโทษ ก็เป็นที่รังเกียจ ถูกสังคมติฉินนินทา เห็นตัวอย่างได้ในปัจจุบัน

.

พระราชญาณกวีกล่าวไว้ว่า “เพียงแค่ลมหายใจยังรวยรินเพราะไม่มีเวลาให้ แล้วจะโลภครอบครองให้มากไปทําไม”

บางทีเราอาจลืมนึกไปว่าใจที่เป็นสุข ทุกวันนี้ ก็เพราะมีอารมณ์ดีๆ ไม่ใช่กิเลสพวกนั้น

อย่าลืมนะคะว่า…กฏหมายลงโทษไม่ได้แต่กฏแห่งกรรมลงโทษได้


ความโลภ 3 ระดับ บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

ความโลภนั้นมีอยู่แทบทุกคน ทั้งโลภอย่างหยาบ อย่างกลาง และอย่างละเอียด

ความโลภอย่างหยาบ เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ น่ากลัว และเป็นภัยต่อสังคม พฤติกรรมของผู้ที่มีความโลภอย่างหยาบคือ หากต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเป็นของตน จะหามาโดยไม่คำนึงถึงวิธีการว่าจะผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ทำร้ายทำลายผู้อื่น หรือเบียดเบียนผู้อื่นหรือไม่ เช่น พวกโจรปล้นทรัพย์ บางครั้งถึงกับฆ่าหรือทำร้ายเจ้าของทรัพย์ นอกจากนี้พวกลักขโมย ฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ ก็เป็นพวกที่มีความโลภอย่างหยาบเช่นกัน

กล่าวโดยสรุปคือพวกที่กระทำการทุจริต ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม เพียงเพื่อให้ได้ทรัพย์สิ่งของมาเป็นของตน อันเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น ถือว่าเป็นผู้ที่มีความโลภอย่างหยาบ ผลของการกระทำดังกล่าวหากถูกจับได้ จะได้รับโทษตามกฎหมาย หากยังไม่ถูกกฎหมายลงโทษ ก็เป็นที่รังเกียจถูกสังคมติฉินนินทา ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ความโลภอย่างกลาง เป็นเช่นไร คนส่วนมากไม่ค่อยตระหนักถึงความโลภอย่างกลาง เพราะไม่เข้าใจว่าทรัพยากรของโลกเป็นสมบัติส่วนกลางที่มวลมนุษย์ควรมีโอกาสใช้เพื่อการดำรงชีวิตให้อยู่รอด

 

ที่สำคัญยิ่งตระหนี่ถี่เหนียว ไม่บริจาคช่วยเหลือผู้อื่น หรือถึงบริจาคก็เพียงเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ให้ตนเอง หรือองค์กรธุรกิจของตน มากกว่าบริจาคด้วยจิตเมตตา หวังอนุเคราะห์เกื้อกูลต่อผู้ที่ขัดสน ด้อยโอกาส อย่างไรก็ตามมีมหาเศรษฐีของโลกบางคน บริจาคทรัพย์จำนวนมาก ให้องค์กรการกุศล เช่น ศาสนา การศึกษา และผู้ยากไร้ นับว่าเป็นผู้ที่มีกุศลจิตเมตตาต่อผู้อื่น

ความโลภอย่างละเอียด เป็นความโลภที่คนทั่วไปไม่ได้ตระหนักถึง เป็นกันแทบทุกคน ยากจะละความโลภนี้ได้ ความโลภประเภทนี้ได้แก่ การยึดติดทรัพย์สิ่งของอันเป็นที่รักของตนไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยแรงของตัณหา เป็นเหตุให้หวงแหนห่วงใยทรัพย์เหล่านั้น บางคราวสิ่งนั้นชำรุดเสียหายหรือพลัดพรากจากไป ก็เกิดความทุกข์


บทความน่าอ่าน อ่านกันหน่อยนะ

 

ชีวิตนี้แสนยากเพราะตัวเราเองหรือเปล่า บทความธรรมะจาก ปิยสีโลภิกขุ

ฝึกปล่อยวาง ด้วยคำสอน หลวงพ่อชา สุภทฺโท

 

keyboard_arrow_up