ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ถาม : อาจารย์คะถ้าเราทำงานแล้วไม่มีความสุขเป็นเพราะอะไรคะ

ตอบ : เราทำงานแล้วจะมีความสุขหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราได้ทำตามหลักในการทำงานให้มีความสุขแล้วหรือยังหลักที่ว่านั้นได้แก่

  1. งานนั้นต้องเป็นงานที่ดี คือไม่ผิดกฎหมายไม่ผิดศีลและไม่ผิดธรรม
  2. เราต้องมีทัศนคติในการทำงานที่ถูกต้อง คือทำงานเพื่อให้งานนั้นสำเร็จโดยไม่ยึดเอาประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้งแต่ให้คิดว่าในเมื่อเรารับจ้างเขามาแล้ว เราต้องทำงานให้สำเร็จด้วยวิธีการที่ดีที่สุด
  3. เราต้องทำงานให้สำเร็จโดยปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท4 ได้แก่ฉันทะ คือยินดีพอใจในงานที่ทำและทำงานด้วยใจรักวิริยะ คือมีความเพียรในงานที่ทำและทำงานอย่างทุ่มเทจิตตะ คือมีใจจดจ่ออยู่กับงานและวิมังสาคือใช้ปัญญา  ไตร่ตรองว่างานที่ทำออกมานั้นคุณภาพเป็นอย่างไรดีพอ
  4. นอกจากทำงานดีแล้ว เรายังต้องทำงานให้แล้วเสร็จทันเวลาด้วยการเว้นจากอบายมุข ได้แก่ดื่มน้ำเมาเที่ยวกลางคืนเที่ยวดูการเล่นเล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร และเกียจคร้านทำการงาน หากทำได้ตามนี้แล้วเราจะทำงานลุล่วงได้ทันเวลา
  5. ทำผลงานให้เข้าตาเจ้านายผู้ใช้บริการพึงพอใจ หากทำตามนี้ได้นอกจากเราจะมีความสุขและมีความภาคภูมิใจอยู่กับการทำงานแล้ว ผลงานยังจะเป็นที่เรียกหาเรียกใช้ และมีงานเข้ามาให้ทำอยู่เรื่อยๆไม่รู้จบ

ถาม : เรารู้สึกว่างานที่เราทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำล่ะคะอาจารย์

ตอบ : นั่นเป็นความคิดเห็นที่ผิด เพราะไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม หากไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีล และไม่ผิดธรรม แล้วงานนั้นถือว่าเป็นงานที่ดีที่สุด การยึดเอาความอยากของเราเป็นสำคัญ คิดว่างานไหนไม่ถูกใจเรา ไม่ทำนั้นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะมีกิเลสนำ เพราะไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาหากงานนั้นเป็นงานที่ดีที่ถูกต้อง เราต้องทำได้หมดแม้กระทั่งงานที่ไม่ใช่หน้าที่ของเราโดยตรงก็ตามถ้ามีเหตุให้เราต้องทำเราก็ต้อทำได้

ถาม :  มีวิธีไหนที่จะทำให้เราทำงานได้โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยบ้างไหมคะ

ตอบ : ทำงานด้วยใจไงลูกคือการทำงานโดยไม่หวังผลเลิศคิดแต่ว่าจะใช้วิธีการทำงานอย่างไรจึงจะดีที่สุดการทำงานด้วยใจจะทำให้เราทำงานได้มาก และทำงานได้เร็ว โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะใจของเรามีพลังมหาศาล  แต่ที่คนส่วนใหญ่ทำกันอยู่นั้นส่วนมากมักจะเป็นการทำงานด้วยสมองแบบนี้ จะทำให้เครียดปวดหัวและเหนื่อยล้ามาก

ถาม :  ถ้าเราต้องทำงานกับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดีเราควรทำอย่างไรคะอาจารย์

ตอบ : ถ้าเขาทำไม่ดี เราก็ดูเขาเป็นตัวอย่าง  ว่าเราจะไม่ทำอย่างเขาแล้วก็วางเฉยเสีย เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาเราไม่ต้องไปนำเรื่องของเขามาปรุงแต่งเป็นอารมณ์ จนใจของเราเป็นทุกข์ด้วยเรื่องของเขา   หากเรามีสติ ระลึกได้ทันสิ่งที่เข้ากระทบใจวางใจได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเห็นจะได้ยินจะอยู่ใกล้กับสิ่งกระทบที่ไม่ดีอย่างไร ใจของเราจะไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งนั้นเหมือนที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนพาหิยะว่า “เมื่อเห็นก็สักแต่ว่าเห็นเมื่อได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยินเมื่อทราบก็สักแต่ว่าทราบเมื่อรู้สึกก็สักแต่ว่ารู้สึก”  หากเราทำได้ตามนี้เราจะปล่อยวางได้ทุกอย่างและมีจิตที่เป็นอิสระต่อสิ่งกระทบ   ดังนั้นถ้าเราต้องอยู่ร่วมกับคนไม่ดีให้ทำแบบนี้แล้วเราจะอยู่ได้อย่างมีความสุขนี่คือหลักธรรมของพระพุทธเจ้าคือไม่ให้แก้ที่คนอื่นแต่ให้แก้ที่ใจตัวเองเพราะถ้าเราไปแก้ที่คนอื่นแก้เท่าไรก็ไม่มีวันจบสิ้นไม่เหมือนการแก้ที่ใจของเราเอง

เรื่องโดย : ฐิติขวัญ  เหลี่ยมศิริวัฒนา จากนิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Talk

บทความที่น่าสนใจ

เทคนิครับมือทุกปัญหา  ดราม่าในที่ทำงาน 

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : เลิกกับแฟน ที่ทำงานที่เดียวกัน จะข่มจิตใจอย่างไรดี

 

keyboard_arrow_up