ปริจจาคะ

10 ทศพิธราชธรรม – ธรรมที่พ่อสอน (ปริจจาคะ)

ปริจจาคะ
ปริจจาคะ

10 ทศพิธราชธรรม – ธรรมที่พ่อสอน (ปริจจาคะ)

Secret ขอน้อมนำ ทศพิธราชธรรมข้อที่ 3 (ปริจจาคะ) มาเผยแพร่เพื่อให้ผู้อ่านได้น้อมนำมาเป็นแบบอย่างในการครองตนเพื่อความสุขแบบพอเพียง

3. ปริจจาคะ

การเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนรวม

“กล่าวกันว่า พระราชอาณาจักรนั้นก็เหมือนกับพีระมิด คือมีกษัตริย์อยู่ข้างบนประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่ในประเทศนี้กลับตรงกันข้าม ก็เลยทำให้บางทีรู้สึกปวดแถว ๆ นี้”

[ทรงชี้ที่พระศอ (คอ) และพระอังสา(ไหล่) พร้อมกับแย้มพระสรวล]

พระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนชาวเขา ณ ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่


ปริจจาคะ หมายถึง ความเสียสละไม่ว่าจะเป็นเสียสละวัตถุหรือความสุขต่าง ๆของตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่ดีและมีประโยชน์ยิ่งกว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร-มหาภูมิพลอดุลยเดชทรงบำเพ็ญธรรมข้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์ พระองค์ทรงเสียสละทั้งพระวรกาย พระสติปัญญา ความสุขส่วนพระองค์ ด้วยทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขแห่งพสกนิกรเป็นที่ตั้ง

ในช่วงปี พ.ศ. 2500 - 2524 บ้านเมืองเกิดภัยคุกคาม มีการต่อสู้ระหว่างฝ่ายทหารและตำรวจตระเวนชายแดนกับคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ชนบท ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่พระองค์ก็ไม่ทรงหวั่นเกรงอันตรายใด ๆ ยังเสด็จฯไปสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยพระองค์เอง

นายเฉลิมศักดิ์ รามโกมุท อดีตตำรวจหลวงรักษาพระองค์อาวุโส เขียนไว้ใน เรื่องหลัง….จากวังหลวง ว่า

“ฝนตก ฟ้าร้อง พายุพัด แนวรบที่เต็มไปด้วยห่ากระสุน ก็มิทรงย่อท้อ สมัยประเทศไทยตกอยู่ในความคุกคามของสหายคอม ทหารหาญได้พลีชีพปกป้องอธิปไตยของชาติอยู่เป็นประจำ บ่อยครั้งที่ทรงเสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งบินวนเหนือยุทธภูมิที่เบื้องล่างกำลังยิงถล่มกันอย่างหนักหนาสาหัส โดยที่นักบินไม่อาจขัดพระราชประสงค์ได้ ทรงให้เฮลิคอปเตอร์ที่ประทับลงจอดรับทหารผู้บาดเจ็บกลับสู่แนวหลัง ทั้ง ๆ ที่กำลังมีการสาดกระสุนเข้าหากันอย่างหูดับตับไหม้”

นอกจากนี้พระองค์ยังมีพระบรมราโชวาทเพื่อสั่งสอนอบรมรัฐบาลและข้าราชการให้

ทำงานเพื่อประเทศชาติด้วยความเสียสละอย่างแท้จริง ดังพระบรมราโชวาทที่พระองค์พระราชทานแก่ ม.ร.ว.ทองน้อย ทองใหญ่ ว่า

“…แต่ต้องจำไว้นะว่างานทุกอย่างนี้น่ะมีด้านหน้าด้านหลังเหมือนเหรียญบาท งานด้านหน้านั้น ที่ออกนอกหน้านั้นจะมีคนทำกันเยอะแยะ และมีคนแย่งกันทำ งานด้านหลังที่ไม่ปรากฏต่อสายตาของคนน่ะ ต้องเป็นคนที่เข้าใจงานและหน้าที่ของตัวจริง ๆ ถึงจะทำได้และต้องเสียสละด้วย เพราะงานด้านหลังจะเป็นงานปิดทองหลังพระ ถ้าทำให้ดีแล้วต้องไม่ให้เห็นปรากฏและต้องยอมรับว่าจะไม่ได้อะไรตอบแทนเสียเลย นอกจากความภูมิใจในการทำงานในหน้าที่ของตน จำไว้อีกอย่าง คือ งานของพระมหากษัตริย์ที่แท้ส่วนใหญ่เป็นงานด้านหลังนี้”

ข้อมูลจาก นิตยสาร Secret


ทศพิธราชธรรมข้อที่ 1 10 ทศพิธราชธรรม ธรรมที่พ่อสอน (ทาน)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 2 10 ทศพิธราชธรรม ธรรมที่พ่อสอน (ศีล)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 4 10 ทศพิธราชธรรม  ธรรมที่พ่อสอน (อาชชวะ)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 5 10 ทศพิธราชธรรม ธรรมที่พ่อสอน (มัททวะ)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 6 ทศพิธราชธรรมข้อที่ 6 ตบะ (ความเพียร)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 7 ทศพิธราชธรรมข้อที่ 7 อักโกธะ (ความไม่โกรธ)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 8 ทศพิธราชธรรมข้อที่ 8 อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 9 ทศพิธราชธรรมข้อที่ 9 ขันติ (ความอดทน)

ทศพิธราชธรรมข้อที่ 10 ทศพิธราชธรรมข้อที่ 10 อวิโรธนะ (ความหนักแน่น เที่ยงธรรม)

keyboard_arrow_up