Dhamma Daily: ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน บาปไหม

ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน
ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน

ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน บาปไหม

ถาม: อาหารที่เราขายไม่หมด แล้วเก็บไว้ ตักบาตรพระ ในวันถัดไป จะบาปไหมคะ

ดร.พระมหาบวรวิทย์ รตนโชโต วัดรวกบางบำหรุ บางพลัด กรุงเทพฯ ตอบปัญหาเรื่องการ ตักบาตร นี้ว่า

ตอบ: “ให้สิ่งที่ประณีตย่อมได้รับสิ่งประณีต ให้สิ่งที่ทรามย่อมได้สิ่งที่ทราม” ถือเป็นสัจธรรม คือเราต้องดูว่าอาหารที่ขายไม่หมดนั้นเป็นอาหารใหม่ที่ไม่ใช่เป็นเดน คือคุณค่ามันลดไปหรือเสื่อมไปหรือเปล่า มันยังทรงคุณค่าของมันเหมือนเดิมหรือไม่หากทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่ถือว่าเป็นบาป แต่หากเรารู้อยู่แก่ใจว่าอาหารนั้นนำไปขายต่อไม่ได้แล้ว เพราะเป็นของเก่าหมดอายุ หรือบูดเสียไปตามสภาพ ก็ไม่ควรนำของนั้นไปใส่บาตร เพราะถือเป็นการนำอาหารที่เป็นเดนไปใส่บาตร การจะใส่บาตรควรนำสิ่งที่ดีและประณีตที่สุดตามอัตภาพของเราที่จะพึงหาได้

การให้ทานท่านแบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ เป็นนายแห่งทาน เป็นสหายแห่งทาน และเป็นทาสแห่งทาน กล่าวคือหากเรานำสิ่งที่ดีกว่า เลิศกว่าที่กิน ที่เราใช้สอย ถวายให้เป็นทาน เรียกว่าผู้ให้เป็น นายแห่งทาน หากเรานำสิ่งที่เสมอกับที่เรากิน ที่เราใช้สอย คือเราเป็นอยู่อย่างไรก็ถวายสิ่งเหล่านั้นเป็นทาน ไม่ดีกว่า ไม่แย่กว่า เรียกผู้ให้นั้นว่าเป็น สหายแห่งทาน และหากใครนำสิ่งของที่แย่กว่าที่ตนกิน ตนใช้สอย แม้ตัวเองก็ไม่อยากกิน ไม่อยากใช้ แล้วนำไปถวาย เรียกผู้ให้นั้นว่าเป็น ทาสแห่งทาน

ดังนั้นผลหรืออานิสงส์แห่งทานก็ย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ตนได้ทำไว้ ให้สิ่งใดไปก็ย่อมได้รับสิ่งนั้นตอบแทน

ธรรมะจากดร.พระมหาบวรวิทย์ รตนโชโต : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา

ที่มา : นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily

 

การตักบาตรมีความสำคัญอย่างไร 

พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) กล่าวถึงความสำคัญของการตักบาตรไว้ว่า

พระอาจารย์มองว่า วิถีชีวิตชาวพุทธที่เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการให้เป็นวิถีชีวิตที่มีคุณค่ามาก เริ่มต้นชีวิตวันใหม่ด้วยการให้ เหมือนพระอาทิตย์ทอแสงขึ้นมาแล้วให้แสงสว่าง คนไทยเป็นคนชอบให้ แต่ไม่ชอบรักษาศีล ไม่มีชนชาติใดให้ทานเก่งเท่ากับคนไทย จนก็ให้ รวยก็ให้ ให้เป็นเรื่องใหญ่มาก การทำบุญคือการให้ทานการทำบุญเหมือนเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ การทำบุญมีอยู่ 3 วิธี คือ ทาน ศีล เจริญสมาธิภาวนา

เราทำขั้นพื้นฐานกันอยู่บันไดขั้นแรกแสดงว่าใจเราเป็นกุศล การให้เป็นเรื่องที่ดีใจคนไทยเป็นบุญเป็นกุศลมาก ชอบให้ ทำให้เราผ่อนคลาย บางคนเครียดแล้วทำบุญ การทำบุญเป็นวิธีคลายเครียดอย่างหนึ่ง เหมือนกับจิตตสปา คุณค่าของมนุษย์เริ่มต้นที่รู้สึกภูมิใจ พอถึงจุดหนึ่งก็จะต่อไปอีกว่า เป็นผู้ให้ที่ทำให้คนอื่นภูมิใจ เหมือนกับเราตักข้าวใส่บาตรพระ เราภูมิใจที่มีชีวิตสังขารทุกวันนี้เราเป็นผู้ให้ พระเป็นผู้รับ

สังเกตไหมว่า การทำบุญตักบาตรต่างจากการทำบุญอย่างอื่น เพราะเวลาที่เราให้ปกติผู้ให้จะสูงกว่าผู้รับ โดยธรรมชาติของผู้รับเป็นหนี้บุญคุณของผู้ให้ ทีนี้พอเราถวายอะไรแด่พระสงฆ์ เราจะมีความรู้สึกว่าขอบคุณที่ท่านมารับถึงหน้าบ้าน ถ้าท่านไม่เดินผ่านบ้านเรา เราจะถวายได้อย่างไร และเราไม่ได้เจาะจงด้วยว่าพระที่เดินมาชื่ออะไรไม่มีใครถาม มีพระฝรั่งรูปหนึ่งบวชที่วัดเราบวชวันแรกคนทั้งโบสถ์กราบ เขาตกใจ เขางง ตื่นเช้าขึ้นมาออกไปบิณฑบาต คุณยายกับหลานนั่งอยู่ด้วยกัน พอพระฟรานซิสเดินมา กราบลงไป แล้วเอาข้าวใส่บาตร

ปรากฏว่าเขากลับไปถามพระอาจารย์เป็นแบบนี้ทั้งประเทศไหม เราก็บอกว่าให้พิสูจน์เอง โดยซื้อตั๋วให้โยมพาไปวัดป่าภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ เขาก็กลับมาบอกว่า ผมเชื่อแล้วว่าที่นี่คือเมืองพุทธเหมือนกันหมดทั้งประเทศ มีแต่ความสงบร่มเย็น มันเป็นวิธีลดทิฏฐิมานะที่ดีมาก ลดทิฏฐิมานะอย่างไร บวชเสร็จแล้วพ่อแม่กราบลูก นายพลเอกกราบนายทหารที่ขับรถให้ ณ วันที่บวช

ที่มา: นิตยสาร Secret

Photo by Clem Onojeghuo on Unsplash


หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่

นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected]

บทความน่าสนใจ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: รู้สึกรำคาญคนที่ประกาศ เชิญชวนไปทำบุญ ตักบาตร บาปหรือเปล่า

สาเหตุที่ การตักบาตร ต่างจากการทำบุญวิธีอื่น

เมื่อชายหนุ่มฝีปากกล้า หันหน้าเข้าหาธรรม เจ็ม ณัฏฐ์ปวินท์ กุลกัลยาดี

Dhamma Daily : วีธีจัดการกับ ความคิดด้านลบ

Dhamma Daily : อยากให้พ่อแม่ ปล่อยวาง และมีความสุขในชีวิตบั้นปลายควรทำอย่างไรดีคะ

keyboard_arrow_up