ชาดก “การรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งกุศลและอกุศล” โดย ท่านว.วชิรเมธี

ชาดก
ชาดก

ชาดก “การรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งกุศลและอกุศล” โดย ท่านว.วชิรเมธี

ชาดก เรื่องนี้มีที่มาจากบทความเรื่อง “อาหารใจ” เขียนโดย ว.วชิรเมธี

อาตมภาพมีชาดกที่เกี่ยวกับการรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งกุศลและอกุศลจะเล่าให้ฟัง…

ในเมืองแห่งหนึ่ง  ขณะที่พระราชาเสด็จแปรพระราชฐานไปต่างจังหวัด  วันนั้นมียักษ์ตนหนึ่งบุกทะลุทะลวงจากประตูเมืองเข้าไปจนถึงในปราสาทราชวังของพระราชา ยักษ์ตนนั้นมุทะลุดุดันมาก  แหวกฝูงชนอย่างบ้าคลั่ง  จับคนกินเป็นว่าเล่น  เมื่ออิ่มท้องแล้ว มันก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนบัลลังก์ของพระราชา

ทหารหลวงต่างติดอาวุธครบมือ  หอก ดาบ แหลน หลาวครบหมด  แล้วระดมกำลังมาล้อมยักษ์เอาไว้  ขณะเดียวกันก็ตะโกนด่ายักษ์ต่าง ๆ นานา  และเจ้ายักษ์ตัวนี้ก็ประหลาด  พอทหารหลวงเพิ่มมากขึ้นมันก็ตัวใหญ่ขึ้น  ยิ่งทหารหลวงชี้หน้าด่ามันว่าไร้มนุษยธรรม  โหดหินทมิฬชาติ  มันก็ยิ่งตัวโตขึ้น  โตขึ้น  จนนั่งเต็มท้องพระโรงเลย จะฆ่า  มันก็ไม่ตาย  จะทำร้าย  อาวุธอันเล็กจ้อยก็ไม่ระคายผิวมัน  ทหารหลวงจึงทำได้แต่เพียงด่า  ยิ่งตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายเท่าไร  เจ้ายักษ์ร้ายก็ขยายตัวตนโตขึ้น  โตขึ้น  ขณะที่เหตุการณ์กำลังคับขันนั้นเอง  พระราชาก็เสด็จกลับมาพอดี

พอพระราชามาถึง  แทนที่จะกริ้วกลับทรงโบกพระหัตถ์ทักทายยักษ์

“อ้าว  พี่ยักษ์เพื่อนรัก  จะมาทำไมไม่เอสเอ็มเอสมาบอก  แหม!  จะได้เตรียมต้อนรับสักหน่อย”

เจ้ายักษ์ที่ตัวโตเต็มท้องพระโรงหัวจรดเพดาน  พอได้ยินคำว่าเพื่อนรักก็ตัวลดลงไปหนึ่งฝ่ามือ

“เอาละ  ไหน ๆ ก็มาแล้ว  ไม่เป็นไรนั่งตรงนั้นแหละ  ไม่ต้องย้ายที่หรอก  ที่ของเราก็เหมือนที่ของท่านนั่นแหละ”

พอได้ยินอย่างนี้  ตัวยักษ์ก็ลดลงมาอีกคืบหนึ่ง

“ทหาร  รอช้าอะไรอยู่เล่า  ไปเอาน้ำจัณฑ์อย่างดีที่เราเคยเสวยมาให้เพื่อนของเรา  เพื่อนของเราต้องได้กินของดีเท่าเรา”

โอ้โห  พอยักษ์ได้ยินว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมมนุษย์  ขนาดตัวยักษ์ก็ลดลงอีกคืบหนึ่ง  พระราชาก็มีรับสั่งต่ออีกว่า

“ทหาร สั่งพิซซ่ามาเลี้ยงเพื่อนยักษ์ของเราหน่อยซิ  เราจะเลี้ยงเพื่อนของเราด้วยอาหารอร่อยที่สุด”

ยักษ์ได้ยินดังนั้นตัวก็ลดลงอีก  และจากนั้นพระราชาก็ทรงสรรหาแต่คำเพราะ ๆ มาตรัสกับยักษ์  จนกระทั่งตัวยักษ์เล็กลงเหลือเท่าคนจริง ๆ  พระราชาทรงเดินเข้าไปหาแล้วเชคแฮนด์

“Hello!  How are you?”

ยักษ์ก็ตอบว่า  “I’m fine.”

เท่านั้นเอง  ยักษ์ตัวลดลงเหลือตัวเท่าเด็กน้อย  พระราชาทรงอุ้มยักษ์นั่งบนตักแล้วก็ขึ้นนั่งบนบัลลังก์แทนยักษ์

“พี่น้องทหารหาญวางอาวุธให้หมด  เราจะคุยกับเพื่อนของเราฉันกัลยาณมิตร”

จากนั้นสถานการณ์ทุกอย่างก็เข้าสู่ความสงบ  พอพิซซ่ามาถึง ยักษ์ก็กินอย่างมีความสุข  เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งได้กินของอร่อย  พระราชาทอดพระเนตรแล้วก็คอยเสิร์ฟน้ำปานะ  พอยักษ์กินเรียบร้อยหมด  พระราชาก็ยื่นหนังสือสวดมนต์ให้

“เรามาทำวัตรเย็นกันนะ”

พอยักษ์ได้สวดมนต์ก็มีความสุขมาก เขี้ยวที่ยาวโง้งออกจากปากหดวูบกลายเป็นฟันกระต่ายทันที

นิทานชาดกเรื่องนี้สอนว่า  ถ้าเรารดน้ำเมล็ดพันธุ์ของความรุนแรงด้วยความรุนแรง  มันจะรุนแรงเพิ่มขึ้น  ในทางกลับกัน  ถ้าเรารดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ของความเมตตาและอ่อนโยน  เมตตา  ไมตรีกรุณา  มุทิตา  อุเบกขา  ลองสวดมนต์บทบารมี 30 ทัศ  เราจะรู้สึกเย็นลง

เมื่อสวดบททาน  ศีล  เนกขัมมะ  ไปเรื่อย ๆ จนสวดถึงบทเมตตา  คนที่สวดมนต์อย่างนี้จะรักเพื่อนมนุษย์  รักสิ่งแวดล้อม รักธรรมชาติ  รักครอบครัว  นี่คือการรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์แห่งบุญ  ถ้าทำอย่างนี้ทุกวันยักษ์ในตัวเราก็จะตัวเล็กลง  เล็กลง

แต่ถ้าเราไปเช่าหนังฮอลลีวู้ดมาดู เช่น  หนังที่เกี่ยวกับดาวหางถล่มโลก มนุษย์ขนอาวุธปรมาณูขึ้นไปฝังไว้ในดาวดวงหนึ่ง  จากนั้นก็จุดระเบิดถล่มดาวแตกกระจายเป็นเศษซาก  ปลิวว่อนไปทั่วโลก ตายทั้งคนทั้งมนุษย์ต่างดาว  เมื่อเราดูหนังประเภทนี้ก็เหมือนเรารดน้ำแห่งโทสะคือความรุนแรงในใจเราโดยไม่รู้ตัว  เราจะตึงเครียดโดยอัตโนมัติ  ถ้าเราหล่อเลี้ยงความตึงเครียดเหล่านี้ไว้  วันหนึ่งใจเราจะระเบิดตูมออกมาเป็นความรุนแรง  ความเกลียดชัง  ความแค้น  ความโกรธ  เหมือนเด็กที่เล่นเกมยิงกันทุกวัน  วันหนึ่งก็หาปืนไปกราดยิงเพื่อนที่โรงเรียน

คำถามก็คือ  วันนี้ท่านรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ชนิดใด  ถ้าท่านรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ของความทุกข์  ความทุกข์จะผลิบาน ถ้าท่านรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์แห่งความสุข ความสุขก็ผลิบาน  ถ้าท่านรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ของความเศร้า  ความเศร้าก็ผลิบาน ถ้าท่านรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ของความสดชื่น ความสดชื่นก็ผลิบาน  ถ้าท่านรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ของความเกลียด  ความเกลียดจะผลิบาน  ถ้าท่านรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ของความรัก  ความรักก็ผลิบาน

เราต้องเลือกว่า  ในแต่ละวันเราจะรดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์ชนิดไหน  เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีงามของเรา 

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

keyboard_arrow_up