มีสติไม่หลงตาย

รู้เท่าทันความตาย มีสติไม่หลงตาย

มีสติไม่หลงตาย
มีสติไม่หลงตาย

รู้เท่าทันความตาย มีสติไม่หลงตาย

ความตายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญ เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเดินทางของชีวิต เมื่อถึงตอนที่ต้องลาจากโลกใบนี้ไป เราได้คิดกันหรือไม่ว่าจะเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไรให้ไปดี การสิ้นสุดของชีวิตที่เรียกว่าความตายนั้น ในทางพุทธศาสนามีข้อความสั้นๆ ที่กล่าวว่า มีสติไม่หลงตาย หมายความว่าในการดำเนินชีวิตที่ดีนั้น การสิ้นสุดของชีวิตก็ถือว่าเป็นตอนที่สำคัญ

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) กล่าวไว้ในหนังสือช่วยให้ตายเร็วหรือช่วยให้ตายดีว่า ที่ว่าตายดีนั้นไม่ใช่เฉพาะตายแล้วจะไปสู่สุคติเท่านั้น แต่ขณะที่ตายก็เป็นจุดสำคัญที่ว่าต้องมีจิตใจที่ดี คือมีสติไม่หลงตาย ซึ่งก็คือมีจิตใจไม่ฟั่นเฟือน ไม่เศร้าหมอง ไม่ขุ่นมัว จิตใจดีงาม ผ่องใส เบิกบาน แล้วก็ขยายความไปถึงการที่จิตใจนึกถึงหรือเกาะเกี่ยวอยู่กับสิ่งที่ดี

เราจึงอยากให้ผู้ตายได้ยินได้ฟังสิ่งที่ดีงาม เช่น บทสวดมนต์ หรือคำกล่าวเกี่ยวกับพุทธคุณ อย่างที่ใช้คำว่า “บอกอะระหัง” ก็เป็นคติที่ให้รู้ว่า เป็นการบอกสิ่งสำหรับยึดเหนี่ยวในทางใจให้แก่ผู้ที่กำลังป่วยหนักในขั้นสุดท้าย ให้จิตใจเกาะเกี่ยวยึดเหนี่ยวอยู่กับคุณพระรัตนตรัย เรื่องบุญกุศลหรือเรื่องที่ได้ทำความดีมา เป็นต้น

ไม่ว่าอะไรที่เป็นเรื่องดีงาม ทำให้จิตใจสดชื่นผ่องใส เราก็พยายามยกเอามาบอก เอามาแนะให้เป็นที่เกาะเกี่ยวหรือเรียกว่าเป็นอารมณ์ เพื่อให้จิตของผู้ป่วยอยู่กับสิ่งที่ดีงามนั้น จิตใจจะได้ไม่เศร้าหมอง ไม่ขุ่นมัว แล้วก็มีสติไม่เป็นจิตใจที่ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย หรือขุ่นมัวเศร้าหมองอยู่กับความทุกข์ทรมาน

อย่างไรก็ตาม ยังมีการตายที่ดีกว่านั้นอีก คือให้เป็นการตายที่ใจมีความรู้ หมายถึงความรู้เท่าทันชีวิตจนกระทั่งยอมรับความจริงของความตายหรือความเป็นอนิจจังได้

เพียงแค่ว่าคนที่จะตายมีจิตยึดเหนี่ยวอยู่กับบุญกุศลความดี ก็นับว่าดีแล้ว แต่ถ้าเป็นจิตใจที่มีความรู้เท่าทัน จิตใจนั้นก็จะมีความสว่าง ไม่เกาะเกี่ยว ไม่มีความยึดติด เป็นจิตใจที่โปร่งโล่งเป็นอิสระแท้จริง ขั้นนี้ถือว่าดีที่สุด

ในเมื่อเราถือว่าจะต้องให้ตายดีที่สุด สำหรับคนที่เกี่ยวข้องเราจึงพยายามว่าทำอย่างไรจะช่วยให้เขาไปถึงภาวะแห่งการตายอย่างดีที่สุดนั้น

คติเกี่ยวกับเรื่องจิตตอนที่จะตาย พระพุทธเจ้าสอนว่าให้จิตไม่เศร้าหมอง มีสติ ไม่หลงตายนั้น นอกจากความหมายในขณะที่ตายแล้วก็ยังมีความหมายโยงไปถึงภพที่จะเกิดใหม่ด้วย

“สักวันหนึ่งความตายจะมาถึงเรา มาบีบบังคับให้เราปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้นเราต้องหัดปล่อยวางล่วงหน้าให้มันเคย ไม่อย่างนั้นพอถึงเวลาไปจะลำบาก” หลวงพ่อเฟื่อง โชติโก

 

ข้อมูลจาก

หนังสือช่วยให้ตายเร็วหรือช่วยให้ตายดี โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) จัดพิมพ์โดยกองทุนวุฒิธรรม เพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม

Image by webandi on Pixabay


บทความน่าสนใจ

ความตาย แบบฝึกหัดชิ้นสำคัญของชีวิต บทความจาก แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

สุขทุกวัน 7 วัน 7 กูรู ตอน ตายก่อนตาย โดยพระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ

ในวิกฤตมีโอกาส ความตายก็เช่นกัน บทความธรรมะจาก พระไพศาล วิสาโล

เมื่อความตายพาไปพบธรรมะ! ป๊อป กิตติพงศ์ ตันติชินานนท์

 

keyboard_arrow_up