พ่อแม่ให้ชีวิตลูก

พ่อแม่ให้ชีวิตลูก แต่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตลูก บทความข้อคิดดีๆ จาก แม่ชีศันสนีย์ 

พ่อแม่ให้ชีวิตลูก
พ่อแม่ให้ชีวิตลูก

พ่อแม่ให้ชีวิตลูก แต่ไม่ใช่เจ้าของชีวิตลูก บทความข้อคิดดีๆ จาก แม่ชีศันสนีย์

 

ถาม :

ดิฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาสิบกว่าปี แยกทางกับสามีเพราะเขาไปมีผู้หญิงอื่น ลูกสาวอยู่กับดิฉัน โดยสามีเป็นคนส่งเสียทุกอย่าง ลูกสาวสนิทกับพ่อมาก เขาคุยกัน ติดต่อกันตลอด ลูกสาวของดิฉันเรียนอยู่ปีสองของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ปัญหามีอยู่ว่าเมื่อไม่นานมานี้มีเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า ลูกชายของเธอที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับลูกสาวของดิฉันเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวของดิฉันเช่าคอนโดอยู่กับแฟน ซึ่งเป็นเพื่อนชายที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ช่วงปลาย ๆ ปีหนึ่ง ดิฉันตกใจและเสียใจมาก โทร.ไปปรึกษากับสามี เขาอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วบอกว่าเรื่องมันเกิดไปแล้ว ได้แต่หวังว่าลูกจะดูแลตัวเองได้เพราะแกโตแล้ว

ดิฉันทำใจไม่ได้จริง ๆ อยากขอร้องให้แกเลิกทำตัวแบบนี้ รับไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แต่ก็รู้ว่าพูดอะไรไปแกก็ไม่ฟัง เพราะแกเชื่อแต่พ่อคนเดียว ดิฉันควรทำอย่างไรดี ตอนนี้เครียดจนปวดหัวทุกวันเลยค่ะ

 

ตอบ :

“นี่ดิฉันควรทำอย่างไรดี ตอนนี้เครียดจนปวดหัวทุกวัน”

ขอให้เริ่มจากการอย่าโวยวายในสิ่งที่คุณปฏิเสธไม่ได้

เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว มันแก้ไม่ได้แล้ว

ถ้าคุณดุด่า คุณก็จะไม่ได้สอนลูก

ตอนนี้การดุด่าไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ การฟูมฟายของคุณก็ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์รังแต่จะทำให้ลูกยิ่งปิดตัวเอง ไม่สื่อสารกับคุณมากยิ่งขึ้น

หน้าที่ของแม่คือ มองทุกอย่างอย่างที่มันเป็น แล้วรักษาใจตัวเองให้ไม่ทุกข์

ขณะนี้คุณไม่ได้ทุกข์เพราะพฤติกรรมของลูก

คุณทุกข์เพราะคุณกำลังซ้ำเติมตัวเองที่คุณเลี้ยงลูก แล้วลูกทำในสิ่งที่คุณไม่คิดว่าเขาจะทำ

ความเครียดจึงมาจากความคิดของคุณเอง

ลองเปลี่ยนมามองลูกอย่างที่เขาเป็น แล้วรักษาใจของคุณว่า ถึงอย่างไรคุณก็จะเป็นเพื่อนเขาไม่ว่าเขาจะสมหวังหรือไม่ อย่างน้อยการแสดงความเป็นเพื่อนจะทำให้ลูกรู้สึกว่า การเดินทางของชีวิตเป็นอีกหนึ่งแบบฝึกหัดที่เขาจะต้องฝึก เขาจะต้องฝึกรับผิดชอบชีวิตของตัวเองโดยไม่ตัดสินใจผิดพลาดอีก ไม่ได้เป็นการซ้ำเติมเขา แต่คือการให้อภัยเขาแล้วก็พร้อมจะเรียนรู้ไปกับเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณจะเป็นแม่ที่ไม่ใช่แค่เพียงได้ชื่อว่าให้ชีวิตลูก แต่เป็นแม่ที่เป็นเพื่อนในทุกการตัดสินใจของลูก แล้วค่อย ๆ สอนไปในเวลาที่เขาพร้อมที่จะฟัง เพราะตอนนี้เขาอาจยังไม่พร้อมที่จะฟังสิ่งที่เราพูด เขาอาจยังไม่พร้อมจะเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะไม่ทอดทิ้งเขา จะเป็นเพื่อนเขาเสมอ

อย่าจมอยู่กับความเครียด กลับมาหายใจลึก ๆ แล้วบอกตัวเองว่าเราให้ชีวิตเขา แต่เขาไม่ใช่ของเรา

เขาแค่เลือกใช้ชีวิตของเขาอย่างที่เขาเป็นได้

ถ้าเขารับผิดชอบได้ว่าเป็นอย่างนี้แล้วเขาไม่ทุกข์

คุณก็ควรจะให้อภัยตัวเองในสิ่งที่คุณคาดหวัง แล้วไม่ได้อย่างหวัง

 

ที่มาจาก คอลัมน์ Family Issue นิตยสาร Secret

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

รอดตายได้ด้วย…กตัญญู เรื่องเล่านาทีชีวิตของแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

keyboard_arrow_up