ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ในการหางานเราควรพิจารณาอาชีพก่อนศีล หรือพิจารณาศีลก่อนอาชีพ

อาชีพ
อาชีพ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ในการหางานเราควรพิจารณาอาชีพก่อนศีล หรือพิจารณาศีลก่อนอาชีพ

ถาม : พระอาจารย์คะ ในการหางานเราควรพิจารณาอาชีพก่อนศีล หรือพิจารณาศีลก่อนอาชีพคะ

พระอาจารย์ไพโรจน์ ญาณกุสโล ได้ตอบปัญหาเรื่อง “อาชีพ” ไว้ว่า

ตอบ : ถ้าจะให้ดีต้องคำนึงถึงศีลเป็นหลักไว้ก่อน เพราะนอกจากจะไม่เป็นผลเสียกระทบผู้อื่นแล้ว ยังจะมีผลดีในระยะยาวต่อชีวิตและอนาคตของตัวเราเองอีกด้วย

ถาม : งั้นการเปิดผับบาร์จะถือว่าผิดศีลไหมคะ ในเมื่อเราไม่ได้ถือปืนไปบังคับให้ใครกินเหล้าสักหน่อย เขาเข้ามากินเองแท้ 

ตอบ : ถึงแม้เราไม่ได้บังคับให้ผู้อื่นทำแต่อาชีพของเราก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นมีช่องทาง ดังนั้นก็ถือว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ดี ถ้าเราไม่เปิดร้านไว้ เขาจะเข้ามากันไหมการเปิดร้านถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นทำผิดศีลได้สะดวกขึ้น…ถูกไหม

ถาม : สังเกตว่า อาชีพที่ผิดศีล 5มักร่ำรวย อยู่ดีกินดีและธุรกิจเหล่านี้มักเจริญรุ่งเรืองมาก เช่นขายเหล้าเบียร์ฯลฯ พระอาจารย์มีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรคะ

ตอบ : ถ้าดูแบบผิวเผินอาจเป็นเช่นนั้นจริง แต่ลึก ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะตามหลักของความเป็นจริง เหตุกับผลมันต้องมีความสมดุลกัน คือ ทำเหตุอย่างไรไว้ก็ต้องได้รับผลเช่นนั้น

การที่คนทำชั่วหรือทำทุจริต แต่ชีวิตเขาได้ดีนั้น นั่นเป็นเรื่องของอดีตกรรมที่เขาเคยทำไว้ บังเอิญว่ามันเป็นช่วงที่อดีตกรรมกำลังส่งผลอยู่พอดี แต่เจ้าตัวไม่รู้กลับนึกว่าเป็นผลที่เกิดมาจากการกระทำในปัจจุบัน เลยเข้าใจผิดในทำนองว่าทำชั่วได้ดี

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเขาเป็นคนดีที่กำลังทำความดีอยู่ในขณะนั้น แต่บังเอิญเป็นช่วงที่อกุศลกรรมเก่ากำลังส่งผล เจ้าตัวไม่รู้ นึกว่าเป็นผลของการกระทำในปัจจุบันก็เลยเข้าใจผิดทำนองว่าทำดีได้ชั่ว ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการไม่รู้ เป็นการเข้าใจผิด คิดเดาเอาเองตามสิ่งที่ตนเองกำลังประสบอยู่ โดยลืมนึกไปว่า การทำอะไรแล้วจะได้รับผลทันทีนั้นเป็นเรื่องยากมาก เว้นแต่ว่าขณะนั้นเข้าฌานอยู่แล้วตายไป กรรมนั้น ๆ จึงจะส่งผลทันที คือ ถ้าตายในฌาน จะไปเกิดเป็นพรหมเลย

การไปมองที่ผลสำเร็จซึ่งแต่ละคนได้รับอยู่  แล้วนำมาเชื่อมโยงกับการกระทำในปัจจุบันนั้น เป็นการมองแบบเข้าข้างและเป็นการมองแบบตรงกันข้าม คือ ถ้าขณะทำชั่วแต่กลับได้รับผลดี มองว่าทำชั่วได้ดีนี่เป็นการมองเข้าข้างตัวเอง ซึ่งถือว่ามองแบบตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ด้วยเสมือนว่าสามารถมองเห็นภาพการส่งผลของกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีใครสามารถเห็นได้ ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจทำอาชีพที่ผิดศีล

ถาม : หากอาชีพที่ทำอยู่มีคนรับสินบนหรือคอร์รัปชันมากมายถ้าเราไปขัดแข้งขัดขาเขาก็อาจทำให้เราและครอบครัวเดือดร้อน แต่ถ้าจะไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เขาทำต่อไปก็ไม่เป็นการสมควรแบบนี้เราควรทำอย่างไรดีคะ

ตอบ : ควรหลีกเลี่ยงการคบค้าสมาคมกับบุคคลประเภทนั้น พยายามอย่าเข้าใกล้เขา หรืออย่าให้เขามาเข้าใกล้เรา จะทำให้เกิดปัญหากับตัวเราเองได้ อยู่ห่าง ๆ ไว้เป็นดีที่สุด

แต่ถ้าเรามีอำนาจ เช่น เป็นผู้บังคับบัญชา เราก็ต้องเตือนหรือห้ามเขา แต่ถ้าเราไม่มีอำนาจหรือไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำเช่นนั้นได้ ก็ให้หลีกเลี่ยงไปให้ห่าง ๆ จะดีที่สุด…หากอยากจะช่วยเตือนหรือชี้ทางถูกให้เขา ก็ควรให้คำแนะนำหรือให้สติเขาไปตามที่โอกาสจะอำนวย

ถาม : บางครั้งการจะทำงานให้สำเร็จอาจต้องใช้เส้น วิ่งเต้นหรือติดสินบน ไม่งั้นงานอาจจะติดขัดได้ ถ้าจำเป็นจริงเราจะทำอย่างไรดีล่ะคะ

ตอบ : ก็ต้องมองว่าการกระทำเช่นนั้นมันเป็นการปิดทางคนอื่นเขาหรือเปล่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายบ้านเมืองหรือเปล่าด้วย  บางเรื่องถึงจะไม่ผิดกฎหมายก็เป็นบาปได้ เราจึงต้องพิจารณาให้ดี สิ่งใดเป็นบาปก็อย่าทำ

ในการติดสินบน ถ้าเราให้ ก็ถือว่าเรามีส่วนช่วยให้เขาทำผิดเหมือนกันนะ…เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะมีเหตุผลซับซ้อนอย่างไรก็ตาม ถ้ามันผิดศีล ผิดกฎหมาย ยังไง ๆก็ไม่ควรทำ เพราะมีผลเสียระยะยาวแน่นอนเช่น อาจทำให้เรากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิด ทำให้เราต้องขึ้นโรง-ขึ้นศาล ติดคุกในภายหลัง ดังนั้น จะทำอะไรควรมองระยะยาวไม่ควรมองแค่สั้น ๆ


หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่

นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected]


 

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

keyboard_arrow_up