มงคลสูตร (แปล) มงคลชีวิตที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ

มงคลสูตร
มงคลสูตร

มงคลสูตร (แปล) มงคลชีวิตที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ

มงคลสูตร คือพระสูตรว่าด้วยมงคลแห่งชีวิต หากสวด เข้าใจและปฏิบัติตามแล้ว ชีวิตก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา

 

พะหู เทวา มะนุสสา จะมังคะลานิ อะจินตะยุง,

เทวดาองค์หนึ่งได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า, หมู่เทวดาและมนุษย์มากหลาย, มุ่งหมายความเจริญก้าวหน้า, ได้คิดถึงแต่เรื่องมงคลแล้ว,

 อากังขะมานา โสตถานังพรูหิ มังคะละมุตตะมังฯ

ขอพระองค์ทรงตรัสบอกทางมงคลอันสูงสุดเถิด,  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบดังนี้ว่า :-

อะเสวะนา จะ พาลานัง                        การไม่คบคนพาล,

ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา                       การคบบัณฑิต,

ปูชา จะ ปูชะนียานัง                              การบูชาต่อบุคคลควรบูชา,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,

 

ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ                          การอยู่ในประเทศอันสมควร,

ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา                   การเป็นผู้มีบุญได้ทำไว้ก่อน,

อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ                           การตั้งตนไว้ชอบ,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,

 

พาหุสัจจัญจะ                                        การเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก,

สิปปัญจะ                                               การมีศิลปวิทยา,

วินะโย จะ สุสิกขิโต                               วินัยที่ศึกษาดีแล้ว,

สุภาสิตา จะ ยา วาจา                           วาจาที่เป็นสุภาษิต,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,

 

มาตาปิตุอุปัฏฐานัง                                การบำรุงเลี้ยงมารดาบิดา,

ปุตตะทารัสสะ สังคะโห                        การสงเคราะห์บุตรและภรรยา,

อะนากุลา จะ กัมมันตา                        การงานที่ไม่ยุ่งเหยิงสับสน,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสามอย่างนี้เป็นมงคลอันสูงสุด,

 

ทานัญจะ                                                การบำเพ็ญทาน,

ธัมมะจะริยา จะ                                     การประพฤติธรรม,

ญาตะกานัญจะ สังคะโห                     การสงเคราะห์แก่หมู่ญาติ,

อะนะวัชชานิ กัมมานิ                            การงานอันปราศจากโทษ,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,

 

อาระตี วิระตี ปาปา                               การงดเว้นจากบาปกรรม,

มัชชะปานา จะ สัญญะโม                    การยับยั้งชั่งใจไว้ได้จากการดื่มน้ำเมา,

อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ                          การไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสามอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,

 

คาระโว จะ                                             ความเคารพ,

นิวาโต จะ                                               ความถ่อมตัว,

สันตุฏฐี จะ                                             ความสันโดษ,

กะตัญญุตา                                           ความกตัญญู,

กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง                        การฟังธรรมตามกาล,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจห้าอย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด

 

ขันตี จะ                                                   ความอดทน,

โสวะจัสสะตา                                        ความเป็นคนว่าง่าย,

สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง                    การพบเห็นผู้สงบจากกิเลส,

กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา                        การสนทนาธรรมตามกาล,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด,

 

ตะโป จะ                                                 ความเพียรเผากิเลส,

พรัหมะจะริยัญจะ                                 การประพฤติพรหมจรรย์,

อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง                      การเห็นความจริงของพระอริยเจ้า,

นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ                         การทำพระนิพพานให้แจ้ง,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด

 

ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ  จิตตัง               จิตของผู้ใดอันโลกธรรมทั้งหลาย ถูกต้องแล้ว,

ยัสสะ นะ กัมปะติ                                  ย่อมไม่หวั่นไหว,

อะโสกัง                                                  เป็นจิตไม่เศร้าโศก,

วิระชัง                                                     เป็นจิตไร้ธุลีกิเลส,

เขมัง                                                        เป็นจิตไม่เกษมศานต์,

เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ                      กิจสี่อย่างนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด

 

เอตาทิสานิ กัตวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ ฯ

เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายได้กระทำมงคลเช่นมงคลเหล่านี้ให้มีในตนได้แล้ว จึงเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง ย่อมถึงซึ่งความสวัสดีในทุกสถาน ข้อนั้นเป็นมงคลอันสูงสุด ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เหล่านั้นโดยแท้

อิติ.

ด้วยประการฉะนี้แลฯ


บทความน่าสนใจ

Dhamma Daily : สวดมนต์อย่างไรให้ได้ผล

เทวดากับการสวดมนต์ เรื่องเล่าถึงเทวดาของ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

5 ข้อสังเกตที่บอกว่า การสวดมนต์ของคุณนั้น กำลังพาคุณ ห่างไกลจากพระพุทธศาสนา

ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์ เติมเต็มความสุขของลมหายใจสุดท้าย

คุณประโยชน์ของการสวดมนต์ บำบัดโรคด้วยการเปล่งเสียง

keyboard_arrow_up