บาป

บาป ! ของคน ตาเบา นิ้วเบา หูเบา บทความดีๆ จากณัฐพบธรรม

บาป
บาป

บาป ! ของคน ตาเบา นิ้วเบา หูเบา

บาป ของคนตาเบา นิ้วเบา และหูเบา คืออะไร? ในอดีต เราเรียกคนที่เชื่อคนอื่นง่ายเกินไปว่าเป็นคนหูเบา คำดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคที่การสื่อสารของมนุษย์เราใช้การสนทนาผ่านปาก และรับรู้ผ่านหู

แต่ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ส่งผลให้รูปแบบการสื่อสารของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป การสนทนาด้วยการใช้นิ้วพิมพ์ข้อความ และรับรู้ด้วยการอ่าน (ตา) กลายเป็นหนึ่งในช่องทางการสื่อสารที่สำคัญของคนจำนวนมาก

รูปแบบการสื่อสารที่พัฒนาไปจากเดิม มีผลดีมากมายหลายด้าน (ซึ่งหลายท่านคงทราบ ผมจึงไม่ขอกล่าวถึง) แต่ก็มีผลข้างเคียงที่เป็นผลเสียที่หลายคนอาจจะไม่ทันได้คิด โดยเฉพาะผลกระทบด้านลบ ที่ทำให้เราได้บาปง่ายขึ้น และมากขึ้น

โดยทั่วไป การสื่อสารด้วยปากและหู คนพูดจะต้องขยับปากและเผชิญหน้ากับคนที่เราคุยด้วย ทำให้เรามีเวลาคิดและไตร่ตรองถึงผลกระทบก่อนจะพูดอะไรออกไป ในขณะที่การสื่อสารผ่านการพิมพ์ไม่มีการเผชิญหน้ากัน และที่สำคัญการส่งต่อข้อความบางอย่างนั้นง่ายมาก ใช้เวลาไม่กี่วินาที สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เรามีเวลาคิดและไตร่ตรองถึงผลกระทบจากการสื่อสารของเราน้อยลง เช่น เวลาที่มีใครส่งต่อข้อมูลผ่านทาง Facebook , Line , Instagram หลายคนพอได้อ่านได้เห็น ก็เชื่อว่าเป็นจริงโดยไม่ไตร่ตรอง (เรียกว่าคน ตาเบา) แล้วส่งต่อไปให้คนอื่น (แชร์) หรือบางครั้งอาจพิจารณาแล้วว่าเป็นจริง แต่ก็ลืมนึกให้ถี่ถ้วนแล้วแชร์ออกไป (เรียกว่าคน นิ้วเบา)

การกระทำแบบนี้แหละครับ ที่นอกจากจะทำให้เรามีโอกาสถูกฟ้องหรือติดคุกได้แล้ว ยังส่งผลให้เรามีโอกาสได้บาปอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง เพราะการแชร์เรื่องที่เราก็รู้ว่าไม่จริง ถือเป็นการโกหก การแชร์เรื่องที่เราเองก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า (จริงไม่จริงไม่รู้ แชร์ไปก่อน) ถือเป็นการสื่อสารข้อมูลที่เพ้อเจ้อ การแชร์เรื่องที่เป็นจริงแต่ทำให้คนทะเลาะกัน ถือเป็นการส่อเสียด และการแชร์เรื่องจริงแล้วทำให้คนเกลียดคนที่ถูกพาดพิง ก็เป็นบาปในรูปแบบเดียวกับการพูดหยาบ (อ่านเพิ่มเติมในหนังสือ ถ้ารู้…(กู)…ไม่ทำ)

ที่สำคัญคือ ในอดีตเราจะสื่อสารได้ทีละไม่กี่คน แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เวลาที่เราแชร์ออกไปแค่ครั้งเดียว อาจมีคนได้รับข้อมูลนั้นนับร้อยนับพันคน ส่งผลให้เรามีโอกาสได้บาปเพิ่มขึ้นนับร้อยนับพันเท่า และเมื่อรวมกับความจริงที่ว่า ในแต่ละวันเราแชร์ข้อมูลได้ง่ายและได้มากกว่าการพูด ก็คงจะไม่แปลกอะไร ที่คนในยุค 3G 4G จะไม่รู้ตัวว่าได้ทำบาปทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง และได้ทำบาปมากกว่าคนในอดีตนับพันนับหมื่นเท่า

การทำบาปในรูปแบบดังกล่าว จะส่งผลให้เราได้รับกรรมในรูปแบบคล้ายๆ กับที่เราทำ กล่าวคือ หากเราแชร์เรื่องที่ทำให้คนทะเลาะกัน แชร์เรื่องที่ทำให้มีคนเกลียดคนที่ถูกพาดพิง วันหนึ่ง จะมีคนแชร์เรื่องของเรา อาจจะจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แล้วส่งผลให้เราทะเลาะกับคนรอบตัว หรือส่งผลให้มีคนจำนวนมากเกลียดเรา

หากเราเคยแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง เวลาที่เราป่วย ก็จะมีคนแชร์เรื่องเกี่ยวกับวิธีรักษามาให้ (ทั้งๆที่เขาก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง) บาปของเราจะบีบคั้นให้เราเชื่อวิธีการรักษานั้น แล้วส่งผลให้อาการของเราแย่ลง

หากเราแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วเกิดมีบางคนเชื่อตามข้อมูลดังกล่าว ในอนาคต เราก็จะได้รับความรู้ผิดๆ เกี่ยวกับศาสนา แล้วบาปก็จะบีบคั้นให้เราเชื่อ และกลายเป็นคนหลงผิดไปเลย เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบของบาปอีกมากมายหลายแบบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ กับคนตาเบา นิ้วเบา ซึ่งบางแบบก็อาจส่งผลร้ายต่อชีวิตของผู้อื่นและตัวเราเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่า การทำบาปแบบนี้ ทำให้เรามีโอกาสจะเป็นเปรต หรือตกนรกได้เช่นกัน

เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะครับ

เราจึงต้องตั้งสติให้มาก ก่อนที่จะเชื่อ และก่อนที่แชร์

 

เรื่อง ณัฐพบธรรม

Image by Free-Photos from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

เมื่อลูกชายเกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง จนต้องหาวิธีเยียวยา

keyboard_arrow_up