ขาดความมั่นใจ

Dhamma Daily : ขาดความมั่นใจ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเองควรทำอย่างไร

ขาดความมั่นใจ
ขาดความมั่นใจ

ขาดความมั่นใจ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเองควรทำอย่างไร

ชีวิตที่ ขาดความมั่นใจ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ซึ่งเป็นปัญหาของใครหลายๆคน พระอาจารย์จะตอบวิธีแก้ไขและแนะนำวิธีการ

ถาม:

ชีวิตของหนูผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรู้สึกแย่กับตัวเองมาก สาเหตุมาจากการ ขาดความมั่นใจ ทำให้ชีวิตไม่มีระเบียบ
แบบแผน หนูควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าคุณค่าในตัวเองหายไปคะ

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิติปัญโญ ตอบ:

อดีตควรลืมเพราะแก้ไขไม่ได้ ควรอยู่กับปัจจุบัน กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว เมื่อรู้ว่าไม่มั่นใจ จงสร้างความมั่นให้ตัวเอง อาจเริ่มที่การปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพการแต่งตัว และอารมณ์ แต่ที่สำคัญ เมื่อเรามีสติอยู่กับปัจจุบันก็จะทำให้พฤติกรรมการแสดงออกดีขึ้นเอง


ในเรื่องของการ ขาดความมั่นใจ และการเห็นไม่เห็นคุณค่าในตัวเองนี้ ในบทความเรื่อง จะอยู่อย่างไร
…เมื่อไม่มีเธอ จากคอลัมน์ Life Management นิตยสาร Secret เขียนไว้ว่า

การรักใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การบังคับใจให้“ลืม” ใครคนนั้นในวันที่เลิกราอาจยากยิ่งกว่า…หลายคน
บนโลกใบนี้จึงมักติด ร.วิชาลืม…ลืมเขา ลืมความรัก ความทรงจำที่จบไปแล้วไม่ได้เสียที จนหัวใจที่มีติดชะงัก
อยู่ตรงนั้น เดินต่อไปทางไหนไม่ได้

ตอนนี้มีสูตรเด็ดเคล็ดลับมาบอก…

สูตรที่ 1
ท่องไว้…นี่ไม่ใช่ทุกข์แรกบนโลกใบนี้

ตั้งแต่เกิดมา เราทุกคนต่างผ่านความทุกข์มาหลากหลายแบบ ถูกเพื่อนแกล้ง แม่ตี เจ้านายด่า ฯลฯ แต่การที่ “อกหัก” นั้นทำให้ช้ำมาก อาจเพราะคุณหลงระเริงกับความสุขของการได้ “รัก” มากเกินไป จนลืมนึกถึงเหตุผลและความน่าจะเป็นในทุก ๆ ความสัมพันธ์ว่า มีวันรักก็ต้องมีวันเลิกรา… ดังนั้น อย่าลืมว่า “อกหัก” ไม่ใช่ทุกข์แรกของคุณ และไม่ได้ต่างไปจากความทุกข์อื่น ๆ ที่ผ่านมาแล้วก็ย่อมผ่านไป

สูตรที่ 2
ไม่ต้องลืม…แต่ไม่ต้องจำ

การพยายามบังคับให้สมองลืมคนที่เราเคยรักนั้นมักไม่ได้ผล นอกจากจะทำให้คุณคิดถึงเขามากขึ้นกว่าเดิมแล้วยังทำให้คุณเจ็บไม่ยอมจบอีกครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับคนที่อยากลืมก็คือไม่ต้องลืม เพราะ“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” สุดท้ายแล้ว “เวลา” และ “สิ่งใหม่ ๆ” ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลงได้ รวมถึงทำให้ความทรงจำอันแสนขมขื่นของคุณกลายเป็นความทรงจำสีจางๆได้ด้วยเช่นกัน

สูตรที่ 3
มองไปรอบ ๆ ตัวบ้าง

ในระหว่างที่คุณกำลังเจ็บปวดอยู่นั้น เมื่อมองไปรอบกาย คุณอาจเห็นคนที่เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าหรือทุกข์มากกว่าคุณ เช่น คนที่รักคุณโดยไม่มีข้อแม้อย่างพ่อและแม่ที่ต้องนั่งน้ำตาริน เพราะลูกไม่ยอมกินข้าวกินปลา คนที่ต้องนอนอย่างเดียวดายตามข้างถนน หรือคนที่กำลังจะตายเพราะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย วันใดที่คุณเปิดตาและเปิดใจหันไปมองรอบกาย คุณจะพบว่าปัญหาของคุณเล็กนิดเดียวเท่านั้น…

สูตรที่ 4
ไม่มีเขา เราไม่ตาย

หลายคนจะเป็นจะตายยามที่คนรักตีจากในเวลาที่ยังไม่ทันตั้งตัว เพียงเพราะความเคยชินที่เคยมีเขาข้างกาย แต่ขอให้ทุกคนหวนกลับไปคิดว่า ก่อนมีเขา เรามีชีวิตอยู่มาได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อไม่มีเขา ก็ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า “เรา” ก็ยังมี “เรา” เป็นเพื่อนอยู่เสมอ (แม้ว่าจะเหงาบ้างเป็นบางทีก็ช่างปะไร…ไอด๊อนต์แคร์!)

สูตรที่ 5
ออกไปตามหารอยยิ้มกันเถอะ!

ในวันที่คุณไม่สามารถยิ้มออกมาได้ ลองออกไปตามหารอยยิ้มที่อื่นดู เช่น ออกไปทำกิจกรรมอาสาสมัครตามที่ต่าง ๆ ลองไปร้องเต้นเล่นดนตรีตามถนนคนเดิน ทำความสะอาดบ้านให้พ่อแม่พี่น้อง ฯลฯ แล้วคุณจะพบว่า การทำให้คนอื่นมีรอยยิ้มนั้นสามารถสร้างความสุขใจให้กับเราอย่างไม่มีอะไรมาเทียบได้

สูตรที่ 6
รักและนับถือ (ตัวเอง) เข้าไว้

การจากไปของคนที่รักอาจทำให้คุณรู้สึกหมดค่า ขาดความมั่นใจ ยิ่งโดนบอกเลิกด้วยคำว่า “เพราะคุณทำตัวแบบนี้ไงล่ะ” ก็แทบจะทำให้โลกถล่มทลายภายในพริบตา คุณจะเริ่มโทษตัวเองว่า“เป็นความผิดฉันเอง…เพราะฉันนิสัยไม่ดี เพราะ…ฯลฯ” แต่อย่าลืมว่า ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง อย่าให้คำพูดของใครบางคนมาลดคุณค่าของคุณลงไป และทำให้คุณ ขาดความมั่นใจเอาได้ เลิกมองตัวเองในแง่ร้ายหยุดดูถูกตัวเอง แล้วหันกลับมาลองมองหาข้อดีในตัวคุณ และพัฒนาส่วนนี้ให้เด่นขึ้นมา แล้วคุณจะพบว่า บางทีชีวิตที่ไม่มีเขา ก็อาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิด

สูตรที่ 7
ใช้ชีวิตอิสระเสียให้คุ้ม

เชื่อว่าคงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณไม่มีโอกาสได้ทำยามมีคนรักอยู่ข้างกาย คิดเสียว่านี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ทำอะไรตามใจตัวเอง อย่างการแต่งตัวตามใจฉันออกไปเดินซื้อของ (สมัยก่อน แฟนเคยห้ามไม่ให้ใส่กางเกงขาสั้นเด็ดขาด อึดอัดมานาน ขอใส่ให้สะใจหน่อยเถอะ!) เล่นบันจี้จั๊มป์ (เขาว่ามันอันตราย ทีนี้จะได้เล่นให้สมใจ!) ไปเรียนซ่อมคอมพิวเตอร์(เขาบ่นว่าไม่เหมาะกับผู้หญิง…สงสัยกลัวเราจะเก่งกว่า เชอะ!คราวนี้จะเรียนให้ถึงขั้นแอดวานซ์เลย)

มีเพลงฮิตเพลงหนึ่งว่าไว้ “ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง” ดังนั้น แม้ว่าความทรงจำระหว่าง
คุณกับเขาจะซาบซึ้งประทับใจมากมายเพียงไร เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลิกรากัน ก็ควรปล่อยมันไปกับสายลม ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองถูกมีดแห่งอดีตแทงซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น

จงมั่นใจและหนักแน่นในความดีงามที่คุณได้ทำ แล้วใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีสติ แล้วคุณจะผ่านความเจ็บปวดไปได้อย่างง่ายดาย…จนตัวคุณเองยังต้องแปลกใจ 

keyboard_arrow_up