รักสามเส้า

เมื่อเกิด ” รักสามเส้า ” เราจะก้าวต่อไปอย่างไร ธรรมะดับทุกข์โดย พระไพศาล

account_circle
event
รักสามเส้า
รักสามเส้า

เมื่อเกิด ” รักสามเส้า ” เราจะก้าวต่อไปอย่างไร ธรรมะดับทุกข์โดย พระไพศาล วิสาโล

รักสามเส้า และปัญหานอกใจ จัดเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนกำลังพบเจอ หลายครั้งปัญหานี้จบลงด้วยน้ำตา อีกหลายคราจบลงด้วยชีวิต แต่บางคนก็ไม่ยอมจบปัญหา ยื้อเวลาไว้อย่างนั้น ในขณะที่อีกหลายคนไม่รู้ว่าควรจะก้าวต่อไปอย่างไรดี

พระอาจารย์ไพศาล  วิสาโล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ “รักสามเส้า” ไว้หลายกรณีดังนี้

กรณีที่ 1  ทำอย่างไรเมื่อเขาทิ้งเราไปมีคนใหม่ แต่เราตัดใจไม่ลงสักที

การที่สามีไปมีผู้หญิงอื่นทำให้คุณรู้สึกว่า คุณไม่มีความหมาย  ไร้คุณค่า  ยิ่งคุณรู้สึกยึดมั่นใน “ตัวกู” มากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดูถูกเหยียดหยามมากเท่านั้น ขณะเดียวกันหากคุณยึดมั่นว่าสามีเป็น “ของกู” ก็จะยิ่งโกรธที่เขาถูกแย่งไปจากคุณ อาตมาอยากให้คุณพิจารณาให้ดี ๆ ว่า  ความรู้สึกที่รบกวนจิตใจของคุณเกิดจากอะไรแน่  ถึงที่สุดแล้วมันก็ไม่หนีไปจากความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกูนั่นเอง

ความยึดติดถือมั่นนี้แหละที่เป็นตัวการสร้างความทุกข์แก่เราอย่างแท้จริง  และนำไปสู่การซ้ำเติมตัวเอง  เพราะแทนที่จะเสียของรัก  เช่น  สามี  ทรัพย์สมบัติ  ก็เสียความสุขซ้ำเข้าไปด้วย  ไหน ๆ จะเสีย  ก็ขอให้เสียอย่างเดียวพอ  ไม่ควรเสียใจซ้ำอีก

หากคุณทุกข์ใจเพราะรู้สึกว่าได้สูญเสีย  “ของกู” ก็ลองใคร่ครวญอย่างจริงจังว่าสามีนั้นเป็นของคุณจริงหรือ  คุณสามารถครอบครองเขาได้จริงหรือ  หรือว่าเขาเพียงแต่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณเพียงเพื่อจะจากไปในที่สุด  ไม่มีทางที่คุณจะยึดเป็นของคุณได้เลยแม้แต่นาทีเดียว

หากคุณเจ็บปวดเพราะรู้สึกว่าตัวคุณไร้คุณค่าหรือถูกดูถูกเหยียดหยาม  ก็ลองใคร่ครวญดูว่า  คุณค่าที่แท้ของคุณนั้นอยู่ที่ตัวคุณเอง  อยู่ที่การกระทำและภาวะภายในของคุณ  หาได้อยู่ที่สายตาของคนอื่นไม่ การที่เขาทิ้งคุณไปไม่ได้ทำให้คุณค่าของคุณลดน้อยถอยลงเลย  คนที่จะลดทอนคุณค่าของตัวคุณได้มีคนเดียวเท่านั้น  คือคุณ

อาตมาขอแนะนำให้คุณลองมองเหตุการณ์นี้ในมุมใหม่ว่า  การที่สามีทิ้งคุณไปนั้น  เป็นการฝึกให้คุณรู้จักพึ่งพาตนและกลับมาเห็นคุณค่าของตนเอง  ไม่เอาความสุขไปผูกติดกับคนอื่น  ช่วยให้คุณเป็นอิสระอย่างแท้จริง  อีกทั้งยังทำให้คุณได้เห็นถึงโทษของความยึดมั่นในตัวกูของกูและกระตุ้นให้คุณคลายความยึดมั่นดังกล่าวลง

 

กรณีที่ 2 ทำอย่างไรเมื่อเขาเผลอนอกใจ แล้วสำนึกผิดและขอโอกาสอีกครั้ง แต่เราให้อภัยไม่ได้

หากสามีของคุณสำนึกผิดและขอโทษคุณ  คุณก็ควรให้โอกาสเขาพิสูจน์ตนเองอีกครั้ง คนเรานั้นย่อมมีความพลาดพลั้งเป็นธรรมดา  หาความสมบูรณ์แบบไม่ได้  แม้ว่าความผิดพลาดครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่  แต่ในเมื่อคุณยังรักเขา  ก็ควรรู้จักให้อภัยเพราะรักแท้นั้นหมายถึงการให้  เช่นเดียวกับแม่ที่พร้อมให้อภัยต่อลูกเสมอ  แม้ลูกจะทำความเจ็บปวดแก่แม่ก็ตาม  หากคุณยอมรับว่าเขาเป็นคนที่ไม่เคยบกพร่องในการเป็นสามีและพ่อ  เมื่อเขาพลั้งพลาดเพียงครั้งเดียว  จึงไม่น่าที่จะตัดรอนเขาไป  การทำเช่นนั้นไม่ได้สร้างความทุกข์แก่เขาเท่านั้น  แต่ยังเป็นผลเสียต่อคุณและลูกด้วย

รักสามเส้า
Photo by Natalya Zaritskaya on Unsplash

กรณีที่ 3 ทำอย่างไรหากเราหมดซึ่งความไว้วางใจในตัวเขาแล้ว   

หากยังคิดที่จะมีชีวิตคู่ด้วยกันหรือเป็นแฟนกันก็ต้องให้โอกาสคู่รักของตนในการแก้ตัว เพราะคนเรานั้นย่อมผิดพลาดกันได้  หากเขาสำนึกผิดและอยากแก้ตัว  ก็ควรให้โอกาสเขา  ระหว่างนั้นก็ควรลดความระแวงลงบ้าง  เพราะตราบใดที่ยังมีความระแวงอยู่ย่อมมีการจ้องจับผิด  ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ทั้งแก่เขาและแก่ตนเอง  เพราะเป็นธรรมดาว่าเมื่อจ้องจับผิดแล้ว  ก็ย่อมเห็นแต่เรื่องที่ไม่สบายใจหรือเพิ่มความระแวงสงสัยให้หนักขึ้น  (ส่วนเขาจะทำจริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)  เพราะ อคติเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมยากที่จะเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริงได้  แม้แต่สิ่งที่อยู่ข้างหน้าก็ตาม

คนเรานั้นหากไม่มีความไว้วางใจกันแล้ว  ย่อมอยู่ร้อนนอนทุกข์  ถ้าเป็นอย่างนั้น  ต่างคนต่างอยู่หรือเป็นแค่เพื่อนกันไม่ดีกว่าหรือ  ความทุกข์จะได้ลดลง  ถ้าอยู่แล้วทุกข์ทั้งสองฝ่ายจะมีประโยชน์อะไร ดังนั้นถ้ารักจะเป็นแฟนกันก็ควรมีความไว้วางใจกันตามสมควร  ลดความระแวงลงและให้โอกาสแก่คู่รักของเขาในการพิสูจน์ตนเองอย่างน้อยก็สักระยะหนึ่ง

แม้อดีตจะมีเรื่องที่เจ็บปวด  ก็ไม่ควรฝังใจอยู่กับอดีต  หรือปล่อยให้อดีตครอบงำจิตใจจนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

หากคุณให้โอกาสเขาแก้ตัวแล้วเขายังนอกใจอยู่  ถึงตอนนั้นจึงค่อยตำหนิหรือว่ากล่าวเขา  หรือจะตัดความสัมพันธ์ไปเลยก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่

 

กรณีที่ 4 จะดีไหม ถ้าไม่เลือกวิธีหย่า แต่ขอแยกลูกออกจากพ่อของเขา

คุณไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อลูกที่แยกเขาออกจากพ่อ  จึงไม่เป็นบาปแต่อย่างใด  แต่คุณก็ต้องไตร่ตรองว่าการทำเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างไร  หากคุณสามารถให้ความรักแก่เขาได้อย่างเต็มที่ สามารถเป็นทั้งแม่และพ่อให้แก่เขาได้  หรือมีข้อตกลงเพื่อให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อตามโอกาส  ผลเสียต่อลูกก็ไม่น่าจะมีมาก อย่างไรก็ตาม หากคุณสามารถอดทนเพื่อให้ลูกมีทั้งพ่อและแม่อยู่ใกล้กัน (โดยมีบรรยากาศของครอบครัวที่ไม่อึมครึมร้าวฉาน) ก็น่าจะดีต่อลูกมากกว่า

แต่ถ้าคุณอยู่แล้วไม่มีความสุขเลยมีแต่ความทุกข์  หรือถึงกับมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับสามีเป็นอาจิณ  การอยู่เป็นครอบครัวในสภาพเช่นนั้นย่อมส่งผลเสียต่อลูกมากกว่า  เรื่องนี้คุณลองพิจารณาดู แต่หากตัดสินใจที่จะแยกจากเขา  ก็ควรทำหลังจากที่ให้โอกาสเขาแก้ตัวแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น

ตัวอย่างคำแนะนำจากพระไพศาล วิสาโล  คงช่วยให้ผู้มีปัญหาเริ่มตัดสินใจได้แล้วว่า  ตัวเองจะก้าวต่อไปอย่างไรไม่ว่าจะเลือกทางไหน Secret ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  ผั่นพั้น

keyboard_arrow_up