เริ่มต้นปีใหม่ ..ด้วยใจที่ตื่นรู้ – ธรรมะจากพระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน

เริ่มต้นปีใหม่
เริ่มต้นปีใหม่

เริ่มต้นปีใหม่ ..ด้วยใจที่ตื่นรู้ – ธรรมะจากพระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน

ในวาระโอกาสอันจะเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ หลายคนได้ถือเป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ในหลายๆด้าน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ในด้านใดก็ตาม “จิตใจ” นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปรับและพัฒนาควบคู่ไปกับการเริ่มต้นใหม่

และในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้เองที่ในปัจจุบันและหลายปีที่ผ่านมา ธรรมะและการปฏิบัติธรรม ได้อยู่ในความสนใจของคนจำนวนมาก มีหลายๆวัดและหลายๆสถานที่จัดให้มีการปฏิบัติธรรมและสวดมนต์ข้ามปีเพื่อเสริมสร้างให้เกิดความสุขสวัสดีของการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่มีคนหันมาให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้นทุกปีๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้น้อมนำเอาธรรมะมาใช้ขัดเกลาตนเองให้ละจากกิเลส ละจากความทุกข์ ที่ทำให้ตนเองได้สงบ ได้มีการหยุดคิด ได้อยู่กับตนเองเพื่อสำรวจ ทบทวนถึงการดำรงชีวิตที่ผ่านมาว่าชีวิตของเรานั้นเดินไปถึงเป้าหมายตามที่เราปรารถนาและตั้งใจไว้หรือไม่ หากยังไม่ถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ การหันมาทบทวนว่ามีสิ่งใดที่ทำแล้วส่งผลดีและควรยึดถือทำต่อให้ดียิ่งๆขึ้นไป หรือสิ่งใดที่ทำให้กำลังจมอยู่กับกองทุกข์ ความเครียด ซึ่งเป็นวังวนของอารมณ์ที่ทำให้เราไม่ได้ขยับความคิดและการกระทำไปทางไหน

การหันมาทบทวนสำรวจตนเองด้วยการน้อมนำเอาธรรมะมาใช้นี้ จะทำให้เรารู้ว่าสิ่งใดที่กำลังทำอยู่โดยไม่ส่งผลดี ควรต้องหาวิธีปรับเปลี่ยนปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไร …..“ธรรมะ”  จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิด “สติ” และรู้ด้วย “ปัญญา” หลักธรรมคำสอนและหลักปฏิบัติต่างๆของธรรมะจะช่วยเป็นเครื่องประคับประคองให้เราสามารถดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควรได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นเกราะป้องกันชีวิตจากปัญหา จากกิเลส และจากความทุกข์อันเป็นอุปสรรคในการฝึกฝนพัฒนาตนเอง ด้วยความมีสติและใจตื่นรู้…และไม่จำเป็นเลยว่าการศึกษาหลักธรรมคำสอนหรือการปฏิบัติธรรมนั้นต้องปฏิบัติที่วัดหรือสถานปฏิบัติธรรมเพียงเท่านั้น หากแต่สามารถศึกษาและปฏิบัติได้ในทุกที่ทุกขณะที่เราสะดวกเมื่อใจเราคิดอยากเริ่มต้นใหม่ มีความมุ่งมั่นอยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อการเริ่มต้นใหม่

ในการนี้ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงหลักธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหลักพื้นฐานที่สามารถนำมาปฏิบัติช่วยขัดเกลาจิตใจอันจะนำพาให้ผู้ที่ยึดถือปฏิบัตินำไปปรับใช้กับการเริ่มต้นใหม่ในทุกๆด้าน หรือในการดำรงชีวิตประจำวันก็ดี เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและพัฒนาตนเอง ไปสู่ความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ได้ไม่ยาก อันได้แก่ “อิทธิบาท๔” แปลว่าหลักพื้นฐานแห่งความสำเร็จ ซึ่งท่านว.วชิรเมธี ได้นิยามไว้มีความหมายสำหรับการนำไปปฏิบัติอย่างสั้นๆว่า “มีใจรัก พากเพียรทำ จดจำจ่อจิต วินิจวิจัย” ประกอบด้วยหลัก ๔ ประการ คือ

ฉันทะ ความพอใจ คือ รักในสิ่งที่ตนเองทำอยู่ หลายๆคนอาจเบื่อหน่ายกับความซ้ำซากจำเจกับการทำงาน การเรียน หรืออื่นๆในที่ผ่านมา จึงขอให้เริ่มต้นปรับปรุงที่จิตใจในการเริ่มต้นใหม่นี้ด้วยความมีใจรักในสิ่งที่ทำ คิดบวก คิดในเชิงสร้างสรรค์ “พอใจในสิ่งที่มี ยินดีกับสิ่งที่ทำ” เมื่อมีใจรักในสิ่งที่ทำแล้วอะไรๆก็จะไม่ยากเลยสำหรับการพัฒนาสู่ความสำเร็จในขั้นต่อไป

วิริยะ ความเพียร คือ ขยันหมั่นเพียรในสิ่งที่ทำ ความขยันนี้เองจะทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อยในสิ่งที่ทำไม่ว่าสิ่งนั้นจะหนักหนาแค่ไหน จงทำด้วยใจที่อดทนไม่ย่อท้อเมื่อพบเจอปัญหาและอุปสรรค “ขยันหมั่นเพียรทำจะเกิดทักษะจนเกิดเป็นความชำนาญและจะกลายเป็นประสบการณ์ให้แก่เราต่อไป”

จิตตะ ความคิด คือ มีใจที่จดจ่อตั้งใจอยู่กับสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งนั้นด้วยความฝักใฝ่มุ่งมั่น นอกจากนี้ยังต้องหมั่นฝึกฝนความคิดด้วยความมีสติรู้ตัวอยู่กับปัจจุบัน ไม่นำพาความคิดให้เกิดเป็นอคติเมื่อพบปัญหา มีความตั้งใจจริงคิดในทางที่ดี ไม่ปล่อยใจให้เลื่อนลอยเหมือนทำให้ผ่านไปแค่วันๆหนึ่งเท่านั้น “อย่ากังวลไปกับวันวานและอย่าข้ามผ่านไปกังวลกับวันพรุ่งนี้ จงตั้งใจทำวันนี้ให้ดีที่สุด”

วิมังสา ความไตร่ตรอง คือ หมั่นใช้สติไตร่ตรองวิเคราะห์และใช้ปัญญาคิดพิจารณา ตรวจสอบในสิ่งที่ทำอยู่เสมอว่ามีทิศทางไปในทางใด มีสิ่งใดที่ทำมาถูกต้องแล้วและมีทิศทางดีขึ้นเรื่อยๆหรือมีสิ่งใดที่ต้องแก้ไขปรับปรุง หากพบว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแล้วการยอมรับความจริงในความผิดพลาดนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรต้องมี “หากเรายอมรับความจริงได้เมื่อไหร่ การแก้ไขและพัฒนาปรับปรุงอย่างสร้างสรรค์ย่อมเกิดขึ้น”

เมื่อเราสามารถปรับตัวปรับจิตใจและปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท๔ หรือหลักพื้นฐานแห่งความสำเร็จได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นใหม่หรือสานต่อในการทำสิ่งใด การดำเนินการด้านใด หรือการเดินไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ในชีวิตก็ดี ก็จะสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยการพัฒนาจิตใจและการกระทำที่ดำเนินไปในทางที่ถูกที่ควรและดีขึ้นอยู่เสมอ

จึงเรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ด้วยใจที่ตื่นรู้เพื่อเป็นนิมิตรหมายที่ดีและเป็นการสวัสดีปีใหม่อย่างแท้จริง…

 

photo by Alexey_Marcov on pixabay

keyboard_arrow_up