บุญแท้

ทำบุญรับปีใหม่ไทย ทำบุญอย่างไรจึงเรียกว่า “ บุญแท้ ”

บุญแท้
บุญแท้

ทำบุญอย่างฉลาดไม่เสียสักบาท แต่ได้บุญเต็มๆ

ศีล เป็นการทำบุญที่ละเอียดขึ้นมาอีกหนึ่งขั้น เพราะหากผู้ใดสามารถรักษาศีลได้ครบถ้วน ศีลจะทำให้ชีวิตผู้นั้นมีความปกติสุข แต่หากผู้ใดมีศีลน้อยลงเท่าใด ความเป็นมนุษย์ในบุคคลนั้นย่อมลดน้อยลงไปด้วย

ดังนั้นการมีศีลจึงเรียกว่าเป็นการทำบุญที่เริ่มจากตนเองอย่างแท้จริง และเป็นการทำบุญที่มีขั้นตอนน้อยที่สุด เปลืองแรงเปลืองเวลาน้อยที่สุด อาศัยเพียงมี จิตที่ตั้งมั่น เท่านั้นก็ว่าได้ จากนั้นอาจจะเริ่มด้วยการรักษาศีลห้าให้ได้ในวันเกิด การรักษาศีลห้าให้ได้สัปดาห์ละหนึ่งวัน หากทำได้สักครั้งโดยที่ศีลไม่ขาด ไม่ด่างพร้อย การรักษาศีลครั้งต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก รวมถึงการรักษาศีลห้าไปตลอดชีวิตที่จะตามมาในที่สุด

ศีลจะครบและเป็นบุญต่อผู้อื่นได้ก็ต่อเมื่อผู้นั้นประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ทำงานด้วยความสุจริต ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ตื่นรู้ ไม่มัวเมาในอบายมุข มีจิตเมตตาต่อสรรพสิ่งในโลก ไม่เบียดเบียนสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ว่าด้วยกาย วาจา หรือใจ นอกจากนี้หากมีโอกาสควรเชื้อเชิญให้ผู้อื่นทำบุญหรือร่วมอนุโมทนาบุญ

 

img_7409

 

อยู่คนเดียว” ก็ทำบุญได้

บุญ ณ ที่นี้คือ การภาวนา ฝึกฝนจิตใจให้สงบสว่างคลายจากกิเลสและอารมณ์อกุศล เช่น ทิ้งความเกลียดชังด้วยการแผ่เมตตา การภาวนายังหมายถึง การเจริญสติเพื่อให้มีสมาธิ มีสติสัมปชัญญะ หรือวิปัสสนาเพื่อให้เกิดปัญญา รู้เท่าทันอารมณ์ รู้จักปล่อยวาง และยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

การเจริญภาวนาที่แท้จริงนั้นไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับรูปแบบว่า ต้องเดินจงกรม นั่งสมาธิ สวดมนต์อย่างมีแบบแผนเท่านั้น เพราะหัวใจสำคัญของการเจริญภาวนาคือ การผสมผสานกับชีวิตประจำวันให้ได้จริงๆ

ท่านว.วชิรเมธี กล่าวไว้ว่า การทำบุญสูงสุดคือ การบำเพ็ญจิตภาวนาเพื่อให้เกิดปัญญา และปัญญานั้นไม่ใช่เพื่อปัญญา แต่เป็นปัญญาที่นำไปสู่ อิสรภาพ หรือ นิพพาน เป้าหมายของบุญอยู่ตรงนี้ ตรงที่ไม่จำเป็นต้องมาวุ่นวายทำบุญกันอีกต่อไป กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า

ทำบุญเพื่อทิ้งบุญ” ในที่สุด

“บุญแท้” ไม่ใช่แค่เรื่องความสุขส่วนตนเท่านั้น แต่ควรเป็นไปเพื่อส่วนรวมและมนุษยชาติ มาดูกันว่า “คุณเป็นคนทำบุญแบบไหน”

ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้เปรียบเทียบวิธีทำบุญ 3 แบบกับคน 3 ประเภท ไว้อย่างแยบคาย ดังนี้

บุคคลทำบุญเหมือนเอาน้ำโคลนมาอาบ คือ คนที่ทำบุญด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เป็นการทำบุญด้วยการทำบาป เหมือนเอาน้ำโคลนมาอาบ ร่างกายจะสะอาดได้อย่างไร

บุคคลทำบุญเหมือนเอาน้ำเจือด้วยเครื่องหอมมาอาบ คือ คนที่ทำบุญด้วยความยึดมั่นถือมั่นในบุญ หวังจะได้ผลอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนเอาน้ำเจือด้วยเครื่องหอมมาอาบ ร่างกายจะสะอาดได้อย่างไร

บุคคลทำบุญเหมือนเอาน้ำสะอาดมาอาบ คือ คนที่ทำบุญด้วยใจบริสุทธิ์ สงบร่มเย็น ไม่ยึดมั่นถือมั่นใดๆ จนฟุ้งซ่าน เหมือนเอาน้ำสะอาดมาอาบ ร่างกายย่อมสะอาดหมดจด

ทำทานอย่างไร ให้ได้อานิสงส์สูงสุด

ผู้รับบริสุทธิ์ คนดีมีศีลธรรม ถ้าเป็นพระก็เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ รวมถึงคนแปลกหน้าผู้รอนแรมมาถึงถิ่นตน ผู้เตรียมเดินทาง คนป่วยไข้ และให้ผู้คนที่ตกอยู่ในเวลาข้าวยากหมากแพง วัตถุปัจจัยบริสุทธิ์ ได้มาโดยสุจริต ไม่จำเป็นต้องมีราคา แต่ขอให้มีประโยชน์และเหมาะสม ผู้ให้มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่ยึดติด ไม่ห่วงพะวง ไม่เสียดาย ทั้งก่อนให้ – ขณะให้ – หลังจากที่ให้

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็เข้าถึง “บุญ” ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส เพียงแค่มีจิตมีเจตนาเป็นกุศล วางจิตวางใจให้ถูกต้อง และมีปัญญาเป็นเครื่องนำทาง

 

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์

Image by Pexels from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

คาร์ลอส สลิม เอลู มหาเศรษฐีใจบุญแห่งเม็กซิโก แบบอย่างของผู้บริหารที่ดีเลิศ

keyboard_arrow_up