ความเหงา

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : จัดการ ความเหงา ให้หมดไปอย่างไรดี

ความเหงา
ความเหงา

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : จัดการ ความเหงา ให้หมดไปอย่างไรดี

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ  พระวิปัสสนาจารย์ที่เน้นสอนด้านการปฏิบัติ โดยสอนที่พุทธิกสมาคมฯ  ได้ตอบปัญหาเรื่อง “ความเหงา” นี้ไว้ว่า

พระอาจารย์ขา ความเหงาเกิดจากอะไรหรือคะ

ความเหงาเกิดจากกิเลสตัวสำคัญคือโมหะ เป็นอวิชชาตัวหนึ่งที่ทำให้คนไม่รู้สึกตัว คนที่มีโมหะประกอบจะมีอาการเหม่อ ๆ เหงา ๆ คิดโน่นคิดนี่ เปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง เหมือนเราอยู่คนเดียวในจักรวาล จิตใจจะหดหู่ลง ๆ โดยเฉพาะเวลานั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน จิตจะตกไปกับพระอาทิตย์เพราะมองด้วยความเหม่อ ไม่มีสติ พอมีโมหะแล้ว ตัวอื่น ๆ ก็จะเข้ามาร่วมแจมด้วย เป็นราคะบ้าง โทสะบ้าง ทำให้เกิดความขุ่นใจ คิดโน่นคิดนี่ บางครั้งก็อยากฆ่าตัวตาย เป็นความคิดปน ๆ เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว

มีคำกล่าวว่า “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” แสดงว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อเหงา ต้องอยู่กับกลุ่มกับพวกหรือเปล่าคะ

คำกล่าวนี้เป็นศัพท์สมมติเฉย ๆ ว่ามนุษย์ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องอยู่กับกลุ่มกับพวก เพราะมนุษย์ยังมีกิเลส ยังเป็นผู้ที่มีสัญชาตญาณแห่งความหวาดกลัว จึงไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ กลัว…แต่ไม่รู้ว่ากลัวอะไร รู้แต่ว่ากลัว…“ไม่รู้” จึงกลัว เพราะมีอวิชชาคลุมจิตอยู่ บางครั้งอาจารย์ถามว่า “กลัวความมืดหรือ” ไม่ใช่ “กลัวผีหรือ”ไม่ใช่ “กลัวสับปะรดหรือ” ไม่ใช่ สรุปไม่ได้กลัวอะไรสักอย่าง รู้แต่ว่ากลัว แต่ไม่รู้ว่ากลัวอะไร และเพราะมีความไม่รู้อยู่ที่ตัวมันนี่แหละ มันจึงไม่รู้ว่ามีความไม่รู้อยู่จึงกลัว

แต่พอมาฝึกภาวนา มีวิชา เกิดเป็นความรู้ขึ้นมาสัญชาตญาณแห่งความกลัวจึงหมดไป จึงอยู่คนเดียวได้โดยเฉพาะมนุษย์ที่ไม่มีกิเลส เช่น พระอรหันต์ พระอริยบุคคล หรือสำหรับผู้ที่ภาวนาข้ามฝั่งแล้ว แต่ละท่านได้ผ่านขีดจำกัดของสัญชาตญาณมนุษย์จนไม่มีความหวาดกลัว ไม่กลัวตายอีกต่อไป สุดท้ายก็จะไม่เหงา ไม่กลัว สามารถอยู่คนเดียวได้ หรือถ้าจะเข้าสังคม ก็จะเข้าเพื่อบำเพ็ญประโยชน์เฉย ๆ เสร็จกิจกรรมก็หันมาอยู่คนเดียว ปลีกวิเวกได้

พอใกล้ปีใหม่ หลายคนบอกว่า “เหงาจัง อยากมีแฟน”…พระอาจารย์มีความเห็นอย่างไรกับคำพูดนี้คะ

จริง ๆ ถึงมีแฟน บางคนก็ยังเหงาอยู่ดี เพราะมันไม่แน่นอน ถ้าเขาอยู่กับเรา เราอาจจะคลายเหงาบ้าง แต่พอเขาจากไป เราก็จะกลับมาเหงาอยู่ดี เพราะเราเอาความเหงา - ไม่เหงาของเราไปผูกไว้กับคนใดคนหนึ่งซึ่งไม่มีอะไรเป็นเครื่องการันตีได้ว่าสิ่งนั้นจะเสถียรแน่นอน เขามาอยู่ด้วยก็รู้สึกแฮ็ปปี้เอนดิ้ง ไม่เหงา แต่พอเขาไปปุ๊บก็เหงาต่อปั๊บ นั่งคอยว่าเมื่อไรเขาจะมาหา จากวันกลายเป็นเดือน จากเดือนกลายเป็นปี ถ้าเขาไม่มาก็คิดถึงเขาเหลือเกิน ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้สุดท้ายฆ่าตัวตาย เสียค่าโง่ไปอีก คนสมัยนี้เป็นกันเยอะ…

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “นี่ไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม” ท่านถึงทรงแนะให้คนเราเอาสติมาอยู่กับลมหายใจหรือองค์บริกรรมใด ๆ ที่จะทำให้เราไม่ไปเกาะกับบุคคล สัตว์ สิ่งของ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันไม่แน่นอน แต่ถ้ามีพุทโธเป็นเพื่อน ดูยังไงลมหายใจก็ยังอยู่ เอาสติเป็นเพื่อนก็จะไม่เหงา

อย่างนี้เราจะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดความเหงาได้ไหมคะ

เราก็ต้องไม่ให้เกิดโมหะเลย โดยการมี “สติ” เพราะสติเป็นเครื่องรู้ เครื่องตื่น เครื่องเบิกบาน เมื่อเรามีสติ จิตตื่นกายตื่นแล้ว เราจะเหงาได้อย่างไร ความซึมเศร้าเหงาหงอยเปล่าเปลี่ยวเดียวดายก็จะหมดไป ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ฝึกสติ จึงเหงาอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนที่มาเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมจะไม่เหงา เพราะทุกการกระทำ ยืน เดิน นั่ง นอนจะมีสติเป็นเพื่อน คำว่าเหงาก็จะไม่มีอีกต่อไป

 แล้วถ้าเราไม่ได้ฝึกสติล่ะคะ จะป้องกันความเหงาอย่างไรดี

ก็ต้องเอาสิ่งที่เป็นกุศลอย่างอื่นมาเป็นเพื่อนแก้เหงานะ เช่น ไปทำกิจกรรมสาธารณกุศล ช่วยเหลือสังคม อาสาสมัคร บำเพ็ญประโยชน์ คนที่ขี้เหงา ถ้าอยู่เฉย ๆ จะยิ่งเหงาเหม่อ เอ๋อ ปล่อยความคิดล่องลอยไป…ไม่มีใครรักฉันเลยฉันถูกทอดทิ้ง คิดเองเออเองไปเรื่อย ๆ ว่าตัวเองไม่มีคุณค่าไม่มีประโยชน์ต่อสังคม เขาถึงว่า ไม่มีอะไรทำร้ายตัวเธอได้นอกจากเธอทำตัวของเธอเอง (หัวเราะ) ดังนั้น คนเหงาจะอยู่คนเดียวต้องระวังความคิดให้ดี เพราะความคิดของคนเหงามักพาไปทำสิ่งที่เป็นอกุศลอยู่เรื่อย สู้เราไปทำกิจกรรมดี ๆ และเอาพลังความเหงามาสร้างสรรค์ให้สังคมดีขึ้นกันดีกว่า พอไปทำอะไรดี ๆ เช่น ไปแจกผ้าห่มให้ชาวเขา แจกของให้คนที่ประสบภัยน้ำท่วม แล้วมีคนชม มีคนขอบคุณ อนุโมทนา พลังในตัวเองก็จะถูกกระตุ้นขึ้นมาเอง แล้วความเหงาก็จะลดน้อยลงไป

ในการเข้าสังคม ควรเลือกสังคมที่ดี ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เกื้อกูลกัน เป็นสังคมกัลยาณมิตรที่แนะนำแต่ในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ช่วยกันเสริมไปในทางที่ถูก มีเพื่อนดีถึงจะน้อยดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา ถ้าไม่มีเพื่อนจริง มีหมาเป็นเพื่อนดีกว่า มีเพื่อนหมา ๆ อยู่กับสัตว์ยังดีกว่า…


วิธีแก้เหงา โดยพระอาจารย์นวลจันทร์กิตติปัญโญ

วิธีแก้เหงาแบบโลก ๆ คือ อย่าอยู่เฉย ๆ ไปล้างห้องน้ำ ล้างถ้วยกาแฟ จาน ชาม เมื่อเช้าล้างหรือยัง ยังไม่ได้ล้าง ที่นอนเก็บหรือยัง ยังไม่ได้เก็บ ดูแลคุณพ่อคุณแม่หรือยัง…ยัง ฯลฯ สิ่งที่ต้องทำยังมีตั้งมากมาย ทำไมไม่ทำ กลับมานั่งเหงา คนเราพอมีอวิชชา โมหะคุมจิต มักจะหาทางออกไม่ได้ ซื่อบื้ออยู่อย่างนี้ เหมือนนักมวยเมาหมัดจนมุมจนตรอก มืดแปดด้าน จำเป็นต้องมีกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือ แนะนำพาไปทำสิ่งที่ดี ๆ


ที่มา : นิตยสาร Secret

หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

เหงาใช่ไหม บทความธรรมะดีๆ จากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

ชีวิตสุดกู่ของหนุ่มขี้เหงา โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

“แกร็บคุณตา” กลัวคุณยายเหงา ชวนซ้อนท้ายไปส่งอาหารด้วยกัน

“เหตุเกิดที่ ทำ…พูด…คิด” ธรรมะเตือนสติโดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

“อย่ายอมให้อัตตาครองใจ” ธรรมะเตือนสติโดย พระไพศาล วิสาโล


 

keyboard_arrow_up