ลูกไม่ใช่นักแสดง

ลูกไม่ใช่นักแสดง คุณไม่ใช่ผู้กำกับ การบังคับจึงไม่ใช่ทางออก – แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ลูกไม่ใช่นักแสดง
ลูกไม่ใช่นักแสดง

เพราะลูกไม่ใช่นักแสดง และคุณไม่ใช่ผู้กำกับ การบังคับจึงไม่ใช่ทางออก – แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

มีผู้อ่านส่งคำถามเข้ามาถาม แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ว่า ลูกไม่ใช่นักแสดง

“บ้านเราเป็นครอบครัวคนจีน อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ ดิฉันซึ่งเป็นพี่สาวคนโตมีลูกสาว 2 คน น้องชายคนกลางมีลูกชาย 1 คน และน้องชายคนเล็กมีลูกสาว 3 คน วัยไล่เลี่ยกัน (7 - 12 ปี) เด็ก ๆ สนิทสนมรักใคร่กันดี มีทะเลาะเบาะแว้งบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ประสาเด็ก ไม่มีปัญหาอะไร

“แต่คนที่เป็นปัญหากลับเป็นผู้ใหญ่ คือน้องชายคนกลางของดิฉัน ซึ่งมีลูกชายอายุ 10 ขวบ…

“เขากังวลที่ในครอบครัวมีแต่ผู้หญิง ตั้งแต่คุณแม่ของดิฉัน (คุณพ่อเสียไปนานแล้ว) ดิฉันกับน้องสะใภ้ซึ่งดูแลกิจการของครอบครัวอยู่กับบ้าน หลานสาวอีก 5 คน สาวใช้อีก 3 คน ส่วนสามีดิฉันทำธุรกิจส่วนตัว แต่ละวันจะออกไปทำงานแต่เช้าและกลับมาตอนค่ำ เหลือที่เป็นผู้ชายคือน้องชายทั้งสองคนซึ่งดูแลกิจการของครอบครัว แต่ก็ต้องออกไปพบลูกค้าอยู่บ่อย ๆ เรื่องของเรื่องคือเขากลัวว่าลูกชายของเขาจะเบี่ยงเบนทางเพศ ทุกครั้งที่อยู่บ้าน เขาจะไม่ยอมให้ลูกชายเล่นกับพี่ ๆ น้อง ๆ แต่จะพยายามให้เล่นกีฬาหรือเกมสำหรับผู้ชาย ละครหรือการ์ตูนบางเรื่องก็จะไม่ให้ดู เวลาพี่ ๆ น้อง ๆ ขอให้ผู้ใหญ่พาไปห้างสรรพสินค้า น้องชายมักไม่อนุญาตให้ลูกชายไป ทั้งยังบอกให้ภรรยาซึ่งก็คือแม่ของเด็กกวดขันเรื่องนี้ด้วย น้องสะใภ้ของดิฉันอึดอัดมากเพราะสงสารลูก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเข้าใจว่าสามีกลัวมากเรื่องไม่มีผู้สืบสกุล

“ดิฉันอยากจะขอคำแนะนำจากท่านแม่ชีว่าควรจะพูดอย่างไรกับน้องชายดี เพราะสงสารที่ดูเขาไม่มีความสุขเลย และก็สงสารหลานชายด้วยที่ชีวิตเต็มไปด้วยกฎข้อบังคับ”

เรื่องนี้ แม่ชีศันสนีย์ ตอบปัญหาเอาไว้ว่า

สิ่งที่ข้าพเจ้าจะขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยก็คือ ความกลัวของคุณต่างหากที่ทำให้คุณหมดพลัง ไม่มีความสุข

ที่จริงลูกชายของคุณมีพลัง คุณควรปล่อยให้ลูกใช้พลังของเขาให้เกิดความสำเร็จ

ถ้าเขาประสบความสำเร็จจากสิ่งที่เขารักใคร่ สนใจ หรือใส่ใจ ก็แสดงว่าเขาใช้พลังอย่างถูกที่ถูกทาง

ความกลัวที่เกิดจากความระแวงว่าเขาจะผิดไปจากสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ซึ่งเป็นความคิดปรุงแต่งของคุณ…ก็จะไม่เกิดขึ้น

ไม่ว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร ถ้าใจของเด็กคนนี้สมบูรณ์ด้วยพลังงานที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาเลือก โดยที่ไม่มีความกลัวของผู้ใหญ่ไปเป็นเหตุและปัจจัยให้เขาต้องลังเล ก็น่าจะเป็นโอกาสให้เขาหาความจริงของชีวิตที่สมดุลได้

ความกลัวของคุณเป็นเพียงความคิด ไม่ใช่ความจริง

ฉะนั้น ทำไมไม่เลี้ยงลูกบนพื้นฐานความจริงล่ะคะ

เขาชอบอะไรคุณก็ส่งเสริมสิ่งนั้น เขายังไม่ได้ชอบในสิ่งที่คุณกลัวมิใช่หรือ แต่คุณทุกข์ไปก่อนแล้ว ไม่ต้องไปยัดเยียดให้เขาใช้พลังของเขาหรอกค่ะ หาสิ่งที่เขาชอบให้ได้ หาสิ่งที่เขารักให้เจอ แล้วสนับสนุนสิ่งที่เขาชอบ ให้สิ่งที่เขารัก แล้วให้เขาถ่ายพลังออกมาทำสิ่งนั้นให้สำเร็จเถอะ

แล้วคุณจะได้ลูกชายที่อาจหาญโดยธรรมเลยทีเดียว

เชื่อว่าเด็กจะไม่เบี่ยงเบนหรอกค่ะ ถ้าเขาค้นหาตัวเองได้ด้วย

การส่งเสริมของคุณพ่อคุณแม่ที่ปราศจากความกลัว ความหวาดระแวงมาจากความคิดปรุงแต่งของคุณเอง

คุณอาจมีประสบการณ์หรือความเชื่อที่ทำให้รู้สึกว่าถ้าลูกมีสิ่งแวดล้อมอย่างนี้ เล่นอย่างนี้ ทำอย่างนี้แล้วเขาจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

แต่คุณอย่าลืมว่าเขามีกรรมในปัจจุบันขณะเป็นเหตุและปัจจัย

ดังนั้นขอให้คุณส่งเสริมในสิ่งที่เขาชอบและกระทำอย่างเป็นกุศลเอาไว้ แล้วคุณอาจจะพบว่า ความจริงกับความเชื่อนั้นเป็นคนละเรื่อง!

ความเชื่ออาจจะทำให้คุณปรุงแต่ง แต่ความจริงจะทำให้คุณส่งเสริมให้ลูกชายคนนี้อยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม แล้วให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็นอย่างเป็นสุข โดยมีคุณเป็นผู้คอยสนับสนุน แล้วความจริงก็อาจจะทำให้คุณรู้ว่าลูกชายเป็นได้มากกว่าที่คุณคิด

ลองเฝ้าสังเกตและทดลองไปด้วยกันกับลูก อย่ามัวแต่หมกมุ่นกับความคิดปรุงแต่งจนหมดพลัง แล้วจมอยู่กับความหวาดระแวง กระเสือกกระสนดิ้นรน จนในที่สุดลูกชายของคุณสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ทำให้เขาเริ่มต่อต้าน และเมื่อเขาต่อต้าน เขาก็อาจจะเหวี่ยงพลังไปอยู่อีกขั้วหนึ่ง ซึ่งเป็นขั้วที่คุณไม่อยากให้เป็นก็เป็นได้

ถ้าคุณคิดว่าลูกชายของคุณจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วคุณเป็นทุกข์คุณจะคิดทำไม

มาช่วยหาสถานีถ่ายพลังให้ลูกไม่ดีกว่าหรือ

แล้วเฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ โดยไม่ต้องเข้าไปกำกับหรือบังคับเขา

เพราะไม่แน่ว่าคุณอาจจะกลายเป็นคนชู้ตเขาเข้าโกลเสียเอง

ทีนี้ละค่ะ…เป็นเรื่อง! 

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

keyboard_arrow_up