ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : การขัดแย้งทางความคิดเกิดจากอะไร

การขัดแย้งทางความคิด
การขัดแย้งทางความคิด

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : การขัดแย้งทางความคิด เกิดจากอะไร

ถาม : ต้นเหตุของการทะเลาะกันหรือ การขัดแย้งทางความคิด เกิดจากอะไรคะพระอาจารย์

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ  พระวิปัสสนาจารย์ที่เน้นสอนด้านการปฏิบัติ โดยสอนที่พุทธิกสมาคมฯ  ได้ตอบปัญหาเรื่อง “การขัดแย้งทางความคิด” นี้ไว้ว่า

ตอบ : ตัวกู ของกู อัตตา และทิฏฐิมานะเป็นสาเหตุของปัญหาความเดือดร้อนทุกประเภท ถ้าไม่มีตัวนี้หรือมีน้อย ถึงแม้ความคิดเห็นจะแตกต่าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นหักล้างหรือทำลายล้างกัน จริงๆ ความคิดสามารถแตกต่างกันได้ ถ้าเป็นแค่การแสดงความคิดเห็น เช่น การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม เพราะการทำงานร่วมกัน ทุกคนย่อมมีสิทธิ-เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเท่ากัน นี่คืออิสรภาพที่แท้จริง แต่ถ้าเรามีกิเลสมากเกินไป พอเขาแสดงความคิดเห็นออกมาปุ๊บ บางทีเราอาจจะไม่เคารพ ไม่เอาไม่ฟัง ต้องฟังความเห็นของฉันคนเดียวเท่านั้น…อันนี้เขาเรียกว่า “หลักกู ไม่ใช่หลักการ”

แล้วถ้าสมมุติมาเจอเจ้านายหรือผู้นำอัตตาสูงด้วยเนี่ย หลักการจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ กูจะเอาหลักกูถ้าเจ้านายอัตตาสูง แต่มีความรู้ความสามารถสูงก็ดีไปสามารถนำพาองค์กรเติบโตไปได้ แต่ถ้าอัตตาเยอะเกินไปแล้วไม่ยอมฟังใคร เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง แต่ดันไม่เก่งจริง ไม่แน่จริง ก็อาจพาองค์กรให้ล่มสลายได้ความคิดจากหัวเดียวจะไปสู้สิบหัวร้อยความคิดได้อย่างไรถ้าเรารู้จักนำความคิดเห็นมารวมกัน คนนี้นิดคนนั้นหน่อยแล้วประมวลความคิดมาใช้ เชื่อว่าผลที่ออกมาน่าจะเป็นไปได้ดีกว่างานที่คิดคนเดียวเสียอีก

หนึ่งคนสองตาสามารถเห็นได้แค่สองมุม แต่ถ้าร้อยตาพันตาก็จะเห็นทั้ง 360 องศา ถูกไหม…ฉะนั้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดเนี่ยต้องปฏิบัติธรรม ชำระสักกายทิฏฐิหรือตัวอัตตาให้ได้ก่อน ปัญหาโลกจะหมดไป สันติภาพจะเกิดขึ้นทันที

ถาม : ที่ผ่านมา หากเกิดความขัดแย้งขึ้นก็มักมีสองขั้วความเห็นที่แตกต่างเกิดขึ้น ซึ่งแต่ละฝ่ายมักจะฝังหัวว่าฝ่ายฉันถูก อีกฝ่ายหนึ่งผิด พระอาจารย์มีคำแนะนำอย่างไรสำหรับคนเหล่านี้คะ

ตอบ : ความจริงแล้ว มนุษย์ทุกคนที่ยังมีกิเลสอยู่ ไม่มีใครดีไปกว่าใคร ธรรมชาติของปุถุชน เขาก็มีกิเลส เราก็มีกิเลส เรียกว่ามีกิเลสพอๆ กัน เราไม่ได้ดีไปกว่าเขา เขาไม่ได้ดีไปกว่าเรา ต้องเข้าใจตัวนี้ก่อน ถ้าไม่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เราจะรู้สึกว่าเราดีกว่า เก่งกว่า เขาด้อยกว่าโง่กว่า…ทีนี้ปัญหาก็จะไม่มีทางจบ

…แต่ถ้าเริ่มมีความรู้สึกว่า เราก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเรา พอๆ กัน คือมีกิเลสอยู่เหมือนๆ กันมีความอยากเหมือนๆ กัน อยากจะได้ประโยชน์ อยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการปรารถนาเหมือนกัน อยากเรียกร้องให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเหมือนกัน เขาอยากได้ของเขา เลยต้องทำแบบนี้ เราเองก็อยากได้ส่วนที่เราควรจะได้ จึงทำแบบนี้ แล้วเรากับเขามันต่างกันตรงไหน…ต่างกันเพียงแค่ภายนอกเฉยๆ แต่ในใจก็มีความอยากจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการเหมือนกัน จึงแสดงความอยากออกมาเป็นพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การเดินขบวน การประท้วง

ถ้าเราสังเกตและใช้ปัญญา จะพบว่าทั้งฝ่ายเขาและฝ่ายเรามันก็พอๆ กัน ไม่มีใครดีกว่าใคร มีทุกข์เหมือนๆ กัน มีปัญหาคล้ายๆ กัน ถ้าเราเห็นตรงนี้ปุ๊บต่อไปเราจะเกิดความเห็นอกเห็นใจ เอื้ออาทรต่อกันขึ้นมาโดยวิถีธรรมชาติ จะไม่ไปโทษใคร สิ่งนี้ก็จะนำมาสู่การแก้ปัญหาได้

 

หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ Secret Magazine (Thailand)


บทความที่น่าสนใจ :

เราจะอยู่กับความขัดแย้งอย่างไร พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ มีคำตอบ

Q: พ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก รู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจมาก ควรทําอย่างไรดีคะ

Q : ยังลืมเหตุการณ์ในอดีตที่ทะเลาะกับพี่สาวไม่ได้ ควรทำอย่างไรดีคะ

5 วิธีง่าย ๆ อยู่ร่วมกับคนมองโลกในแง่ร้าย โดยไม่ต้องทะเลาะ

โลกโซเชียลน้ำใจล้นหลาม แห่ช่วยสามีผู้ติดป้ายประกาศหาผู้บริจาคไตให้ภรรยา

keyboard_arrow_up