คุณไสย

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ :เรื่อง คุณไสย ไสยศาสตร์ มีอยู่จริงหรือไม่

คุณไสย
คุณไสย

ปัจจุบันเรื่อง คุณไสย หรือการเล่นของ การโดนของ เรื่องคุณไสยยังมีอยู่จริงไหม

ปัจจุบันเรื่องคุณไสยนั้น พระ ดร.นิตินัย อุดมกัน วัดป่าเมตตาวนาราม ห้วยไร่ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้ตอบเรื่อง “คุณไสย” นี้ไว้ว่า

ปัจุบันเรื่องไสยศาสตร์ยังมีอยู่ หากผู้ใดหลงเข้าไปแล้วชีวิตมีแต่ตกต่ำ เพราะเป็นดิรัจฉานวิชา ควรเชื่อในกฎแห่งกรรมทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วจะดีที่สุด


เรื่องของกฏแห่งนี้ มีผู้อ่านท่านหนึ่งได้นำมาเล่าสู่กันฟังเป็นวิทยาทานเพื่อตอกย้ำให้รู้ว่า กฏแห่งกรรม นั้น มีจริง เรื่องมีอยู่ว่า

ฉันเคยคิดว่าตนเองเป็นคนอ่อนโยนและใจดีมีเมตตา ฉันเคยนำกระรอกที่ตกจากต้นชมพู่ไปหาหมอ ยอมนั่งรอให้หมอผ่าตัดมันนับชั่วโมง แล้วภูมิอกภูมิใจกับคุณงามความดีราวกับว่าตนเองเป็นเจ้าของ ฉันพยายามบอกตนเองว่า ความดีเหล่านี้น่าจะชดเชยความบกพร่องบางอย่างในชีวิตของฉัน โดยหารู้ไม่ว่า บุคคลที่ฉันควรจะดีด้วยให้มากที่สุดกลับไม่เคยได้รับสิ่งดีๆ จากฉันเลย

แม่ไม่ได้รักลูกสาวคนนี้น้อยกว่าลูกคนไหน แต่ที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็เพราะว่าเขาเกิดมาในต่างจังหวัดเมื่อ37ปีก่อนนั้นรถเรือไม่สะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ แม่ไม่อาจใจแข็งหอบลูกน้อยตัวแดงๆ ขึ้นรถเมล์ตากลมร้อนเดินทางจากเชียงใหม่กลับลงมาอยู่บ้านที่ประจวบคีรีขันธ์ได้ แม่จำใจปล่อยให้เขาอยู่กับย่าและหมายมั่นว่าจะกลับขึ้นไปรับเขาลงมาอยู่ด้วยกันสักวันหนึ่ง

เท่าที่จำความได้ ฉันรู้สึกเหมือนถูกแกล้งที่ไม่ให้ได้อยู่กับแม่ นานทีปีหนแม่จึงจะขึ้นมาเยี่ยมฉันสักครั้ง และทุกครั้งก็จบลงด้วยความเศร้าเพราะการจากลา พ่อกับแม่ปล่อยให้ฉันเป็นลูกย่าไปโดยปริยาย ทั้งที่แม่เคยเอ่ยปากว่า วันหนึ่งเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า

สองปีผ่านไป พอเจ้าตัวน้อยเริ่มจะนั่งรถนั่งเรือได้ แม่เอ่ยแสดงความจำนงว่าจะพาลูกสาวกลับไปอยู่ด้วยกันที่ประจวบคีรีขันธ์ แต่ย่าปฏิเสธเสียงแข็ง บอกว่าเลี้ยงหลานสาวคนนี้มานาน ทั้งรักทั้งหลง หากแม่มาพรากไปตอนนี้ก็เหมือนจงใจมาลดทอนอายุกัน แม่จำยอมได้แต่ภาวนาว่า “เข้าใจแม่ด้วยนะลูก”แต่ดูเหมือนลูกสาวของแม่จะไม่เข้าใจ

จะว่าไปแล้วที่เชียงใหม่ก็ไม่มีอะไรเป็นความทุกข์อีกต่อไป ทั้งย่าและอาๆ ต่างก็มะรุมมะตุ้มตามใจฉันกลายเป็นศูนย์กลางความรักของผู้คนที่นี่ ฉันชินเสียแล้วกับการเจอหน้าแม่ปีละไม่กี่ครั้ง แม่รู้ดีว่าการเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักและการตามใจเป็นอย่างไร

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกเริ่มห่างเหิน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแม่ไม่ตามใจ ทุกอย่างมาชัดเจนในตอนที่ลูกสาวของแม่เข้าเรียนโตเป็นวัยรุ่นออกจากอ้อมอกของผู้ปกครองเป็นครั้งแรก ฉันรู้สึกเหมือนได้โบยบิน ฉันใช้ชีวิตไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไป กิน เที่ยว และใช้จ่าย  สุดท้ายก็ทะเลาะกับแม่ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหลายทั้งปวงของฉันแต่ลูกสาวแม่ก็ใช้ไม่เคยพอ ครั้งหนึ่งเขาเคยโทรศัพท์ไปหาแม่ บอกว่าเงินหมด เราเถียงกันอยู่นาน แม่ได้ยินเสียงแว่วมาทางโทรศัพท์ว่า“แม่ยังเป็นแม่หนูอยู่หรือเปล่า” ลูกสาวแม่กลายเป็นคนไม่รู้จักวางแผน เป็นเด็กที่ไม่เคยโตตามอายุ คิดอะไรง่ายๆ พูดอะไรง่ายๆ อยากได้อะไรต้องได้ พ่อกับแม่…มีไว้แก้ปัญหาให้ตนเอง

เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นชนวนเหตุของความบาดหมาง หลังจากวางสายลงในวันนั้น ระหว่างฉันกับแม่ก็มีกำแพงกั้นบางๆ ฉันเริ่มถือทิฐิว่า ต่อไปนี้จะใช้ชีวิตแบบไม่มีแผนของฉันไปเรื่อยๆ

ฉันตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับแฟนหนุ่มที่คบหากันมาสามปีโดยที่ไม่บอกแม่สักคำ ลูกสาวแม่ทำทุกอย่างที่แสดงว่าเขาไม่ใช่ลูกแม่ แม่ไม่โกรธไม่เคือง เพียงแต่เป็นกังวลแทนว่า บาปกรรมที่เขาทำกับแม่จะคืนสนองเขาในวันหนึ่ง แต่ก็นับว่าลูกสาวแม่โชคดี สามีของเขาเป็นคนดี รักลูกสาวแม่และขยันทำมาหากิน ถ้าเขาคิดว่าความรักจากสามีจะทดแทนความรักของแม่ที่เขาไม่เคยมองเห็นได้…ก็ขอให้เขาโชคดี แต่บางทีแม่ก็สงสัยว่า วันแม่หรือแม้แต่วันเกิดของเขาเองลูกสาวคนนี้เคยคิดถึงแม่บ้างไหม

วันที่ฉันคิดถึงแม่ที่สุดคือวันที่ฉันได้เป็นแม่ ชีวิตและหัวใจน้อยๆกำลังเติบโตอยู่ในร่างกายของฉัน“ลูกจ๋า มาอยู่กับแม่ต้องอดทนนะ เข้าใจแม่ด้วยนะลูก”เช่นเคย ข่าวการตั้งท้องของลูกสาวแม่ แม่ก็รับรู้ผ่านคนอื่นเช่นเคย แม่อวยพรให้ลูกสาวของแม่โชคดี สุขภาพดี เป็นแม่ที่ดี และมีลูกที่ดี

แต่ฉันโชคร้ายครรภ์ไม่แข็งแรง ฉันป่วยกระเสาะกระแสะ ลูกในท้องตัวโต สุขภาพย่ำแย่ ฉันแพ้ท้องถึงขนาดต้องนอนโรงพยาบาลนานเป็นเดือน ครั้งนั้นความดันของฉันขึ้นสูงจนเกือบจะหมดสติ ฉันกลัวใจแทบขาด หมอบอกว่า…อีกนิดเดียวเท่านั้น

ไม่รู้ว่าความป่วยไข้ของเขาเกิดจากอะไร แต่แม่ก็อโหสิให้เขาไปนานแล้ว ไม่เคยแค้นเคือง ดีเสียอีกหลานน้อยคนนี้อาจทำให้ลูกสาวของแม่เข้าใจแม่คนนี้มากขึ้น

หมอบอกว่า ลูกฉันจะอยู่ในท้องไม่ถึงเก้าเดือน หมอบอกให้ระวังเป็นพิเศษ ฉันสามารถแท้ง เสียลูก…และเสียชีวิตได้ง่ายๆ แต่แม่พยายามสวดอ้อนวอนกับคุณพระคุณเจ้าว่า อย่าให้ลูกสาวของแม่เสียลูกน้อยในครรภ์ไปเลย แม่อยากให้เขามีโอกาสเป็นแม่ มีโอกาสได้ฟูมฟักและรักใครสักคนที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง นี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้รับรู้และสำนึกว่า การเป็นแม่คนนั้นเป็นอย่างไร

คุณพระคุณเจ้า นี่อาจเป็นหนทางเดียวที่ลูกสาวของแม่จะได้ปลดเปลื้องกรรมของตนเอง แม่ก็ไม่รู้จะรอเขาได้นานอีกสักแค่ไหน…

ในห้องคลอดคืนนั้นหญิงท้องแก่คนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยอาการกระสับกระส่าย…เธอเจ็บและทรมานอย่างแสนสาหัส แต่เธอก็พร้อมจะอดทนทุกอย่างเพื่อลูกในท้องของเธอ

ตอนที่คลอดฉันแม่ก็คงเจ็บและทรมานไม่ต่างจากฉันในวันนี้ มิหนำซ้ำแม่ยังต้องทนเจ็บเพราะพฤติกรรมที่ไม่เข้าท่าของฉันมาโดยตลอด ฉันขอบคุณลูกในท้องเหลือเกินที่ทำให้ฉันรู้ว่า ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด

ในวินาทีที่ฉันเจ็บจนแทบขาดใจ ฉันพยายามต่อรองกับโชคชะตา…ขอโอกาสให้ฉันได้กลับไปกราบแม่อีกสักครั้ง…ขอเวลาให้ฉันได้ปลดปล่อยตนเองจากกรรมที่เคยทำให้ท่านต้องเจ็บช้ำน้ำใจ…

“แม่จ๋า รอหนูก่อนนะแม่”


หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่

นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected]


บทความที่น่าสนใจ :

กรรมตามทัน เรื่องเล่าผลแห่งกรรมจากการทำร้ายสุนัข

จุดจบของโจรขโมยศรัทธา ถึงเวลาที่กรรมตามทัน

 

keyboard_arrow_up