5 ขั้นตอนสู่การเจริญสติวิถีเซน ที่คุณเองก็ทำได้ทุกวัน

เจริญสติวิถีเซน
เจริญสติวิถีเซน

5 ขั้นตอนสู่การ เจริญสติวิถีเซน ที่คุณเองก็ทำได้ทุกวัน

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ชอบอะไรเกี่ยวกับเซน ไม่ว่าจะเป็นสวนเซน นิทานเซน พิธีชงชาแบบเซน หรือกลอนไฮกุ แถมยังเลื่อมใส หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ และชอบแนวทางปฏิบัติของท่านที่ดูรื่นเริงเบิกบาน มีการร้องเพลง พูดคุย ฯลฯ แต่ทว่า…เมื่อลอง เจริญสติวิถีเซน ทีไร กลับไม่เคยทำได้สักที

ถ้าอย่างนั้น  เราขอชวนคุณมาทำความเข้าใจกับวิถีเซนให้มากขึ้น จะได้เกิดแรงฮึดและปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง งานนี้ผู้มาให้คำอธิบายพร้อมเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติคือ “พี่โก๋” หรือ คุณจิตร์ ตัณฑเสถียร (ปัจจุบันคือ พระจิตร์ จิตฺตสํวโร) ลูกศิษย์ ซึ่งนำการภาวนาตามแบบหลวงปูมาใช้ในชีวิตจริงนานกว่า 10 ปี

วิถีเซนที่ประมวลมาฝากต่อไปนี้เป็นฉบับย่อ ฉะนั้นทุกคนจึงสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ยาก แม้จะไม่เคยฝึกในแนวทางนี้มาก่อนก็ตาม ที่สำคัญคือ  ทุกข้อผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง…ว่าแล้วมาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

1. หยุดบ่อย ๆ

ข้ออ้างอันดับหนึ่งของคนที่ไม่สามารถเจริญสติตามวิถีเซนของหลวงปู่ได้ก็คือ “ฉันไม่มีเวลา” แต่รู้ไหมว่า การเจริญสตินั้นทำได้ตลอดเวลาและไม่ได้ทำให้เสียเวลาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่เรารู้จักหยุดบ่อย ๆ  เช่น ขณะพูดคุยกับเพื่อน ลองหยุดเพื่อกลืนน้ำลายสักอึก หรือขยับท่าทางสักครั้ง หากเราหยุดด้วยความรู้ตัว ก็ถือเป็นการเจริญสติแล้ว

Q: หยุดบ่อย ๆ เป็นการเจริญสติได้อย่างไร

A:  การหยุดคือพื้นฐานในการฝึกเจริญสติ ไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้แทรกการหยุดหรือการตระหนักรู้กายเข้าไปในการกระทำนั้น ๆ อยู่เสมอ เช่น ถ้ากำลังนั่งอยู่ก็ให้กลับมารู้ตัว ถามตัวเองว่า ฉันกำลังทำอะไร ฉันกำลังอยู่ในอิริยาบถไหน การกลับมาตระหนักรู้กายหรือการหยุดบ่อย ๆ คือการฝึกเจริญสติเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน

Tip

“อย่าคิดว่าการเจริญสติในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ให้คิดว่าเป็นเรื่องปกติ และพยายามออกแบบชีวิตตัวเราให้มีโอกาสเจริญสติอยู่เรื่อย ๆ”

 

2. ทำทีละอย่าง

หลวงปู่สอนให้ฝึกทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันทีละอย่าง เช่น เวลากินก็ตั้งใจกินอย่างเดียว ไม่ใช่กินไปด้วยแชตออนไลน์ไปด้วย เดินก็เดินอย่างมั่นคง ไม่เร่งรีบ ล้างหน้าก็ค่อย ๆ ล้างอย่างตั้งใจ แปรงฟันก็แปรงอย่างดีที่สุด เพราะถ้าเราทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความใส่ใจ เราก็จะมีชีวิตที่อิ่มเต็ม ณ ขณะนั้น ๆ และเราจะรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตของเราอย่างแท้จริง

ตัวอย่างการภาวนาง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวัน

“ฉันมีเรื่องท้าทายจะมอบให้เธอในแต่ละวัน เธอมีเวลา 1 - 2 นาทีสำหรับการแปรงฟัน เธอจะแปรงฟันอย่างไรให้มีความสุขอย่างแท้จริงตลอดช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงนาทีสองนาที โปรดอย่าเร่งรีบ…เธอมีเวลาสำหรับการแปรงฟัน เธอมีแปรงสีฟัน มียาสีฟันและยังมีฟันให้แปรง ฉันอายุ 84 ปี ฉันรู้สึกสุขใจเสมอทุกครั้งที่ฉันแปรงฟัน เธอรู้ไหมสำหรับคนวัยฉัน การที่ยังมีฟันให้แปรงนั้นเป็นเรื่องวิเศษ เรื่องท้าทายที่ฉันหมายถึง คือการที่เธอต้องแปรงฟันด้วยความสบายและมีความสุขตลอดเวลา 1 - 2 นาทีที่เธอแปรงฟัน ถ้าเธอทำได้ ถือว่าเธอประสบความสำเร็จแล้ว นี่แหละคือการภาวนา” – หลวงปู่ติช นัท ฮันห์

 

3. เสียงระฆังแห่งสติ

ระฆังแห่งสติเป็นอุบายในการเจริญสติของหลวงปู่ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี  ระฆังแห่งสติที่หมู่บ้านพลัมจะตีทุก 15 นาที แต่ละครั้งที่ตีจะตี 3 ครั้ง เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ทุกคนจะต้องหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่ทำอยู่เพื่อตามดูลมหายใจ ที่บริษัทอมรินทร์ฯเคยมีเสียงระฆังแห่งสติดังขึ้นชั่วโมงละครั้งเช่นกัน แต่ก็แทบไม่มีใครได้ยินเสียงระฆังเลย ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า หรือวิธีนี้จะไม่เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศ

Q: ระฆังแห่งสติเหมาะหรือไม่ที่จะใช้ในออฟฟิศ

A:  การฝึกดูลมหายใจตามเสียงระฆังเป็นของใหม่สำหรับหลาย ๆ คน แรก ๆ เมื่อยังไม่ชินก็ต้องแข็งใจหน่อย แต่ทำไปสักพักเราจะเห็นความรู้สึกนึกคิดของตัวเองชัดเจนขึ้น หรือถ้าใจโลดแล่นเกินเสียงระฆัง หยุดไม่ได้ เราก็จะรู้ ที่หมู่บ้านพลัม เราใช้การล้างจานเป็นการเจริญสติ ดังนั้น ถ้าได้ยินเสียงระฆังแล้วเรารู้สึกหงุดหงิดเพราะต้องหยุดมือ ก็แปลว่าเราเห็นการล้างจานสำคัญกว่าเจริญสติ ซึ่งผิดแล้ว

วิถีเซนของหลวงปู่นั้น บทเรียนแรกให้ใช้ระฆัง ส่วนบทเรียนที่สอง ให้ดูว่าอะไรบ้างจะเป็นระฆังให้เราได้ แม้แต่ “ประตู” ก็เป็นระฆังได้ พอเดินพ้นกรอบประตู ก็ให้เราทิ้งเรื่องราวที่เกิดในห้องไว้เบื้องหลัง แค่นี้เราก็พ้นจากอดีตแล้ว หรืออะไรที่เราไม่ชอบก็ให้ฝึกขณะที่เราอยู่กับสิ่งนั้น เช่น ถ้าไม่ชอบความเหงา พอเหงาทีไร ก็ให้คิดว่ามีระฆังมาเตือนให้เรากลับมามีสติ ฝึกไปเรื่อย ๆ ต่อไปเราก็จะมีระฆังแบบบิลท์อินในตัวเอง

อีกอย่างคือ คนที่ไม่ฝึกเจริญสติมักจะทำอะไรผิดพลาดอยู่บ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ตั้งใจ แต่ถ้าฝึกบ่อย ๆ เวลาเผลอเราจะรู้สึกขึ้นมาเองว่า ไม่น่าเสียท่าให้กิเลสเลย ดังนั้นเรามาฝึกสติกันดีกว่า

 

4. ดูแลความโกรธ

หลวงปู่เคยเปรียบเทียบว่า ความโกรธเหมือนไฟที่กำลังไหม้บ้าน หากเรากลับบ้านแล้วพบว่าไฟกำลังไหม้บ้านของเรา เราคงจะไม่วิ่งไปตามจับคนวางเพลิง แต่จะพยายามดับไฟก่อน ความโกรธก็เหมือนกัน เราต้องดูแลความโกรธไม่ให้ปะทุขึ้นมาสร้างความเสียหายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

How-To ดูแลความโกรธ

  1. ไม่ผลักภาระว่าความโกรธเป็นเหตุจากภายนอก แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากภายใน
  2. เลิกวุ่นวายกับข้างนอกเพื่อไม่ให้เป็นการให้ท้ายความโกรธ ถ้าโกรธมาก อาจหลบด้วยการกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้า–ออก แต่แน่นอนว่าความโกรธจะไม่ยอมจากไปง่าย ๆ มันจะคอยบอกเราว่า “เธอต้องสนใจฉัน” เราก็ต้องยืนยันกลับไปว่า “ไม่ ฉันจะสนใจลมหายใจฉัน”
  3. พอเริ่มรู้สึกดีขึ้น ให้พิจารณาว่า “เราโกรธเขาเพราะเขาไม่ทำตามใจเราใช่หรือไม่…ก็แล้วใครล่ะจะตามใจเราได้ตลอดเวลา  ขนาดเราเองยังตามใจตัวเองไม่ค่อยจะทัน จะให้คนอื่นมาตามใจเราได้อย่างไร”
  4. ถ้าใคร่ครวญจนครบ 24 ชั่วโมงแล้ว อาการโกรธยังไม่หาย หลวงปู่ให้เราเขียน “บัตรความโกรธ” เพื่อบอกให้คู่กรณีของเราทราบว่า 1) ฉันโกรธเธอ และฉันอยากบอกให้เธอรู้ 2) ฉันกำลังพยายามฝึกปฏิบัติฝึกดูแลความโกรธอยู่อย่างเต็มที่ 3) โปรดช่วยฉันด้วย

ถ้าเขาได้อ่าน เขาจะเข้าใจเรามากขึ้น แต่โดยทั่วไป ความโกรธจะหายไปหมดตั้งแต่ตอนที่เขียนเสร็จ

 

5. มี “หัวใจใหม่” อยู่เสมอ

หัวใจของผู้เริ่มต้น (Beginner’s Mind) เป็นสิ่งที่เซนให้ความสำคัญมาก หมายถึงการเผชิญกับทุกสิ่งทุกคนราวกับว่าได้ทำหรือได้เจอเป็นครั้งแรก เนื่องจากในภาวะนี้ เราจะรับสัมผัสต่าง ๆ ได้เต็มอิ่มที่สุด ยกตัวอย่างเช่น อาหารแต่ละคำนั้นอร่อยไม่เท่ากัน แต่คำแรกจะอร่อยที่สุด หรือหนังสือดี ๆ บางเล่มอ่านตอนเด็ก ๆ เราอาจไม่เข้าใจ แต่เมื่อโตขึ้น ได้อ่านอีกครั้ง กลับรู้สึกซาบซึ้งมาก นั่นเพราะว่าคนคนนั้นอ่านหนังสือเล่มเก่าด้วยความรู้สึกใหม่ ทำให้ได้รู้สิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าเราใช้ชีวิตเหมือนเป็นผู้ใหม่ในทุก ๆ เรื่อง เราจะเปิดกว้าง มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ส่วนใหญ่เราปล่อยให้ “ความคุ้นเคย” มาบดบังความสดของปัจจุบันขณะ ทำให้เราลิ้มรสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่เต็มที่ ทำให้เราไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันได้อย่างแท้จริง

วิธีฝึกให้เป็นผู้ที่มีหัวใจใหม่อยู่เสมอคือ การทำตัวเป็นแก้วเปล่า นั่นคือต้องปล่อยวางความคิด ความเชื่อเดิม แล้วกลับมาอยู่กับที่พึ่งที่ดีที่สุดของคนเรา ซึ่งก็คือ “ลมหายใจ” ยกตัวอย่างเช่น ขณะทำงาน ระหว่างที่กำลังวุ่นวายกับความคิดว่าอยากทำงานให้ดีให้เสร็จ ก็ให้กลับมาอยู่กับลมหายใจบ่อย ๆ เราอาจบริกรรมคำภาวนาต่อไปนี้เพื่อช่วยปรับคุณภาพจิตใจของเรา

หายใจเข้า              ฉันเห็นตัวฉันเป็นดั่งภูผา

หายใจออก            ฉันรู้สึกมั่นคงและหนักแน่น

หายใจเข้า              ฉันตระหนักรู้จิตปรุงแต่งที่ปรากฏขึ้นในตัวฉัน

หายใจออก            ฉันทำจิตปรุงแต่งต่าง ๆ ให้สงบ

หายใจเข้า              ฉันเห็นตัวฉันเป็นดั่งพื้นที่ว่าง

หายใจออก            ฉันเป็นอิสระ…

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถปฏิบัติธรรมตามวิถีเซนได้เป็นผลสำเร็จแล้ว

 

เรื่อง  นภ

Image by Alexandra_Koch from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up