อานาปานสติภาวนา

ทำสมาธิแบบ อานาปานสติภาวนา “ลมหายใจแห่งปัจจุบันขณะ”

อานาปานสติภาวนา
อานาปานสติภาวนา

ทำสมาธิแบบ อานาปานสติภาวนา “ลมหายใจแห่งปัจจุบันขณะ”

อานาปานสติภาวนา คือวิธีพัฒนาสติ สมาธิ ปัญญา ด้วยการใช้ลมหายใจเป็นเครื่องกำหนด หรืออีกนัยหนึ่งเป็นวิธีนำความจริงของธรรมชาติมาใคร่ครวญพิจารณาอยู่ทุกขณะของลมหายใจเข้าและลมหายใจออก

ตามพุทธประวัติ อานาปานสติเป็นวิธีที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ตลอดพระชนมชีพ แม้แต่ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ก็ทรงเจริญอานาปานสติเป็นเบื้องแรก

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถานและอาจารย์ผู้สอนอานาปานสติ ยึดหลักการสอนตามพระไตรปิฎกโดยเน้นการผสานหลักการเจริญอานาปานสติภาวนาเข้ากับการดำเนินชีวิตประจำวัน

หลักสำคัญของการเจริญอานาปานสติคือ การใช้ “ลมหายใจ” เป็นเครื่องมือในการเจริญสติ นั่นคือ การหายใจเข้าและหายใจออกอย่างมีสติในทุกอิริยาบถ แม่ชีศันสนีย์ กล่าวถึงความสำคัญของอานาปานสติในชีวิตประจำวันไว้ว่า

“การเจริญอานาปานาสติต้องไม่ต้องแยกออกจากวิถีชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าไปจนหลับตาเวลานอน หากเราสามารถหายใจอย่างมีสติ ก็ถือว่าอยู่ในกระบวนการของอานาปานสติแล้ว และไม่ว่าจะเคลื่อนตัวยืน เดินนั่ง นอน ขอให้มีใจตั้งมั่น กายอยู่กับจิตจิตอยู่กับงาน หรือมีสิ่งใดมากระทบทางหูตา จมูก ลิ้น กาย หรืออารมณ์กระทบใจก็ขอให้ใจรู้ชัด มองโลกอย่างที่เป็นโดยไม่ต้องปฏิเสธ เพราะการปฏิบัติไม่ใช่เป็นการหนีแต่เป็นการอยู่กับโลกอย่างเข้าใจโลก

“อานาปานสติในวิถีชีวิตประจำวันคือรู้ลมหายใจ เฝ้าดูจิต พิจารณาการเกิดดับของสภาวธรรมนั้น ๆ”

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นฝึกอานาปานสติภาวนาสามารถฝึกกำหนดรู้ลมหายใจได้ดังนี้

หายใจเข้า ก็รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออก ก็รู้ว่าหายใจออก

หายใจเข้ายาว ก็รู้ว่าหายใจเข้ายาว

หายใจออกยาว ก็รู้ว่าหายใจออกยาว

หายใจเข้าสั้น ก็รู้ว่าหายใจเข้าสั้น

หายใจออกสั้น ก็รู้ว่าหายใจออกสั้น

รู้ชัดทุกลมหายใจเข้าออก

หากมีลมหายใจอย่างมีสติ จะรู้ตัวว่าลมหายใจอ่อนโยนและกายเนื้อผ่อนคลาย ขณะที่กายเคลื่อนไหวใจยังตั้งมั่น เห็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้น เห็นความจางคลาย(วิราคะ) ความดับ (นิโรธ)ความสลัดคืนความยึดมั่นถือมั่น (โวสสัคคะ) ในทุกลมหายใจ

หากมีช่วงเวลาที่หลุดจากการกำหนดรู้ลมหายใจก็ต้องให้อภัยตัวเองและตั้งใจกำหนดรู้ลมหายใจอีกครั้ง

ในการดูลมหายใจเข้า - ออกนั้นสามารถพิจารณาได้ทั้ง กาย (กายานุปัสสนาภาวนา) เห็นความไม่เที่ยงของกาย เวทนา (เวทนานุปัสสนาภาวนา) เห็นความไม่เที่ยงของเวทนา จิต (จิตตานุปัสสนาภาวนา) เห็นความไม่เที่ยงของจิต ธรรม(ธัมมานุปัสสนาภาวนา) เห็นความไม่เที่ยงของธรรม ซึ่งถือเป็น 4 หมวด (รวมทั้งหมด16 ขั้น) ของอานาปานสติภาวนา

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต กล่าวถึงอานิสงส์ของอานาปานสติภาวนาว่า

“อานิสงส์ของการเจริญอานาปานสติคือการอยู่กับโลกอย่างเข้าใจ อยู่กับโลกอย่างเหนือโลก และอยู่กับโลกอย่างพ้นโลก คือพ้นจากทุกข์ แม้จะมีการได้การเสีย ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ มีสรรเสริญมีนินทา มีสุขมีทุกข์ แต่ผู้ที่มีลมหายใจแห่งสติรู้ทันกายทันใจ จะทำใจเป็นอิสระจากทุกข์ได้และเป็นคนทันสมัย คือเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ทันกายรู้ทันใจ ไม่ประมาทในกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม แม้ต้องเผชิญความจริงของโลกอย่างไร ใจก็ไม่เป็นทุกข์

“หากทำอานาปานสติเจริญให้มาก ก็ทำให้สติปัฏฐาน 4 สมบูรณ์ โพชฌงค์ 7 ครบองค์ วิชชาและวิมุตติก็ปรากฏขึ้น”

“ลมหายใจคือเพื่อน ลมหายใจคือชีวิต ลมหายใจคืออาวุธอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะให้เราดำเนินชีวิตด้วยจิตที่ไม่ขุ่นมัว”

– แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

 

วัดหรือสำนักปฏิบัติธรรมที่สอนการปฏิบัติแนวอานาปานสติ

1. เสถียรธรรมสถาน ถนนวัชรพลรามอินทรา 55 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร โทร. 0-2519-1119, 0-2510-6697, 09-1831-2294

2. หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ(สวนโมกข์ กรุงเทพฯ) สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) ถนนนิคมรถไฟสายสอง แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครโทร. 0-2936-2800

3. สวนโมกขพลาราม ตำบลเลม็ดอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7743-1661

4. วัดสังฆทาน ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนนทบุรี โทร. 0-2496-1240-42

 

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine

keyboard_arrow_up