วิญญาณ

วิญญาณ ในกำไลหยกเขียว

วิญญาณ
วิญญาณ

วิญญาณ ในกำไลหยกเขียว (***โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน***) – พอรู้ว่าสามีได้เลื่อนตำแหน่งและต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านพักพนักงานรัฐวิสาหกิจ ฉันก็ดีใจมาก เพราะเบื่อการอยู่อุดอู้ในแฟลตแคบๆที่อยู่มาหลายปีแล้ว

ตกดึกฉันได้ยินเสียงหมาหอนกันระงม จนสะดุ้งตื่น…พอหันกลับมาด้านที่สามีนอนก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังอยู่บนหัวเตียง…ฉันตกใจสุดขีดว่าใครกัน เข้ามาได้อย่างไร…พอฉันได้สติแล้วก็คิดได้ว่าเธอไม่ใช่ขโมยและที่สำคัญ เธอไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแน่นอน

บ้านหลังใหม่เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นบริเวณรั้วบ้านมีศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ซึ่งเก่าผุพังเอนเอียงอยู่ 2 หลัง

ครั้งแรกที่เห็นฉันไม่ได้หวาดกลัวต่อศาลผุพังนี้เลย ตรงกันข้ามกลับคิดว่า ทำไมผู้อาศัยเดิมจึงปล่อยให้ท่านทรุดโทรมแบบนี้จำได้ว่าสัปดาห์แรกที่ย้ายเข้าบ้าน ฝนตกหนัก น้ำท่วมขังพื้นชั้นล่าง ฉันแอบร้องไห้ไม่แน่ใจว่าจะอยู่บ้านนี้ได้อย่างไร ฝนตกน้ำท่วมขัง มีทั้งแมลงสาบ ตะขาบ และงูลอยมากับน้ำ ฉันได้แต่คิดว่า ถ้ามีเงินฉันจะปรับปรุงพื้นชั้นล่างให้สูงขึ้นเพื่อหนีน้ำและสัตว์เลื้อยคลาน

คืนนั้นเอง ฉันฝันว่ายืนอยู่ในป่าที่มเนินเขาสูง อากาศเย็นสบาย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงลอยมาว่า “ไปขูดที่หิน ขูดที่หิน” ในฝันฉันเดินไปขูดหินและเห็นตัวเลข 3 ตัว พอตื่นขึ้นมาฉันรีบไปซื้อลอตเตอรี่ และถูกรางวัลถึง 5 งวดติด ๆ กัน

ฉันนำเงินที่ได้ไปซ่อมแซมพื้นชั้นล่างสร้างศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ให้ใหม่อย่างสวยงาม และเชิญพราหมณ์มาทำพิธีอย่างถูกต้อง ฉันอยู่บ้านนี้อย่างมีความสุขและอบอุ่นใจมาโดยตลอด เพื่อนบ้านคนหนึ่งเล่าว่า เขาเคยเห็นคนแก่ไว้ผมมวย นุ่งห่มเสื้อผ้าสีขาวเดินอยู่ในบ้าน นั่นยิ่งทำให้ฉันมั่นใจว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ในศาลทั้งสองหลังนั้น เพราะบ้านหลังนี้มีฉันกับสามีอยู่กันแค่เพียงสองคนเท่านั้น

แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันอยากจะตัดขาดกับสิ่ง-ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหน้านี้ 2 - 3 วัน สามีนำกำไลหยกสีเขียวขุ่นเข้มมาให้ แต่ฉันไม่ได้ใส่เพราะทำงานไม่สะดวกจึงวางไว้ที่หัวเตียง คืนต่อมาฉันนอนคนเดียวเพราะสามีไปทำงานต่างจังหวัดตกดึกฉันได้ยินเสียงหมาหอนกันระงมจนสะดุ้งตื่น เมื่อหันไปดูนาฬิกาที่วางอยู่หัวเตียงฉันจึงรู้ว่าเป็นเวลาตีสอง พอหันกลับมาด้านที่สามีนอน ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังอยู่บนหัวเตียง กำลังใช้หวีสางผม

ฉันตกใจสุดขีดว่าใครกัน เข้ามาได้อย่างไร ประกอบกับหมาก็ยังเห่าหอนอยู่พอฉันได้สติแล้วก็คิดได้ว่าเธอไม่ใช่ขโมยและที่สำคัญ เธอไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแน่นอนฉันจึงรีบสวดมนต์ “อะระหัง สัมมาสัม…” สวดได้แค่นี้เธอก็ตวาดว่า “แกจะสู้ฉันหรือ” ฉันกลัวสุดชีวิต รีบยกมือไหว้ แล้วบอกว่า “ไม่ค่ะ ไม่สู้ค่ะ” เธอก็ยังหวีผมอย่างช้า ๆ

ฉันรวบรวมสติอีก รีบสวด “พุทธังสรณัง…” พอได้แค่นั้นเธอก็ตวาดด้วยเสียงดังลั่นว่า “แกจะสู้ฉันเหรออออ” พร้อมหันหน้าอย่างช้า ๆ มาทางฉัน ด้วยความกลัวสุดขีดเพราะไม่อยากเห็นหน้าเธอ ฉันจึงรีบสวดมนต์ด้วยความเร็ว 4 คูณ 100 แบบสั้นที่สุดว่า “พุทโธ ธัมโม สังโฆ” อย่างต่อเนื่องจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง แต่ก็ทำให้เธอหายวับไป

ฉันยังคงสวดมนต์แบบนั้นอย่างต่อเนื่องเหมือนคนบ้า ร้องไห้โฮ ในใจตำหนิและโกรธเคืองท่านพระภูมิเจ้าที่ว่าทำไมปล่อยให้ผีตนนี้เข้ามาในบ้าน

รุ่งเช้าฉันรีบไปทำบุญ ใส่บาตร และเล่าให้สามีฟังเมื่อเขามาถึงบ้าน ฉันเอะใจที่มาของกำไลหยกอันนั้น สามีบอกว่าซื้อมาจากเพื่อนบ้านคนหนึ่ง พอไปถามเพื่อนบ้านคนนั้นเขาเล่าให้ฟังว่า เขาเห็นกำไลหยกวางอยู่บนขื่อที่บ้านญาติ เขาอยากได้จึงขโมยมา

หลังจากนั้นเวลาเขางีบหลับที่บ้าน เขาจะฝันทั้งกลางวันและกลางคืนว่า มีผู้หญิงผมยาว ขาว สวย พยายามกดตัวเขาเพื่อข่มขืนหลับนอนกับเขา ทำให้ต้องผวาตื่นกลางดึกทุกคืน จนหน้าตาเขาหมองคล้ำทรุดโทรม ภรรยาช่วยยืนยันว่า เวลาสามีนอนหลับจะละเมอดิ้นเหมือนสู้กับคนทุกคืนจนเธอต้องเขย่าตัวให้สามีตื่น

เย็นนั้นสามีตั้งวงกินเหล้าตามปกติกับเพื่อน 4 - 5 คน พอเพื่อน ๆ เขารู้เรื่องที่ฉันและเพื่อนบ้านประสบมาเพื่อนสามีคนหนึ่งพูดว่า เขาอยากเจอแบบนี้บ้างจังผมยาว ขาว สวยตรงสเป็คเลย เขาขอกำไลอันนี้ ฉันบอกว่าแล้วอย่าเอามาคืนนะ

หนึ่งเดือนต่อมาเพื่อนคนนี้มาหาที่บ้านพร้อมกับเล่าให้ฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า เขานำกำไลไปไว้หน้ากระจกทางขึ้นบันได โดยไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรเลย แต่ลูกชายวัย 10 ขวบที่เป็นออทิสติก ซึ่งปกติชอบเล่นคอมพิวเตอร์ทั้งวันกลับมีพฤติกรรมแปลก ๆโดยชอบไปยืนที่บันไดใกล้กับกำไล ยิ้มและส่งเสียงเหมือนพูดคุยกับใคร ระยะหลังเอามือลูบคลำบีบอวัยวะเพศตนเอง พร้อมส่งเสียงครางเหมือนคนมีความสุข บางวันทำหลายครั้ง และไม่สนใจเล่นคอมพิวเตอร์อีกเลย ตกกลางคืนก็หลับใหลเหมือนคนหมดแรง หน้าตาดำหมองคล้ำจนทุกคนในบ้านผิดสังเกต และเริ่มสงสัยว่าจะมีสาเหตุมาจากกำไลหยก เขาจึงนำเรื่องไปปรึกษาพระที่นับถือ พระท่านแนะนำให้นำกำไลหยกเขียวขุ่นเข้มนั้นไปวางไว้บนขื่อในโบสถ์ของวัดเหตุการณ์ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ

ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดผีสาวในกำไลหยกจึงมาปรากฏกายในบ้านได้ ทั้งที่บ้านก็มีศาลพระภูมิเจ้าที่คอยปกป้องดูแลเมื่อไปถามพราหมณ์ที่ทำพิธีตั้งศาลให้ ท่านบอกว่า เพราะสามีฉันซึ่งเป็นเจ้าของบ้านถือกำไลหยกเข้ามา จึงเท่ากับว่าเจ้าของบ้านอนุญาตให้เธอเข้ามาได้

นี่แสดงให้เห็นว่า เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ คือมนต์คาถาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมา-สัมพุทธเจ้าที่สามารถขับไล่ภูติผีไปได้ ตั้งแต่นั้นมาฉันจึงสวดมนต์เป็นประจำทุกคืน

 

เรื่อง Susanthai

photo by zhangyu5_18 on pixabay

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ตาจ๋า ตาได้กลับบ้านแล้ว – เรื่องราวของวิญญาณที่คิดถึง

keyboard_arrow_up