ตาย เกิด

ถามกวน แต่ชวนให้ตอบ 2 คำถามเรื่อง ตาย-เกิด กับท่าน ว.วชิรเมธี

ตาย เกิด
ตาย เกิด

ถามกวน แต่ชวนให้ตอบ 2 คำถามเรื่อง ตาย เกิด กับท่าน ว.วชิรเมธี

1.สมมุติว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกนี้เข้าถึงพระนิพพาน ไม่ต้องมาเวียนว่าย ตาย เกิด อีก ก็หมายความว่า มนุษย์จะสูญพันธุ์ใช่ไหมครับ

ถึงแม้มนุษย์บนโลกนี้จะบรรลุนิพพานกันหมดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าโลกนี้จะว่างจากมนุษย์ เพราะยังมีดวงจิตอีกมากมายที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิอื่นและรอโอกาสที่จะวิวัฒนาการมาสู่อัตภาพของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา ภพภูมิอื่นที่ว่านี้ก็เช่น ภพเปรต อสุรกาย สัตว์นรก สัตว์ดิรัจฉาน เทวดา พรหม เป็นต้น

ในคัมภีร์พระธรรมบทมีเรื่องเล่าว่า พระเทวทัตที่ตั้งตนเป็นคนคู่เวรกับพระพุทธเจ้า (เพียงฝ่ายเดียว) หลังจากท่านสำนึกผิดและมรณภาพไปชดใช้กรรมอยู่ในนรกตลอดกาลนานแล้ว ในอนาคตกาลท่านจะเวียนกลับมาเกิดและสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง หรือบางคัมภีร์ก็เล่าว่า ในอนาคตจะมีพระโพธิสัตว์มาตรัสรู้เป็นพระศรีอาริยเมตไตรยพุทธเจ้า แต่ตอนนี้ท่านกำลังบำเพ็ญบารมีอยู่ ตัวอย่างเพียงสองประการที่ยกมานี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะยืนยันได้ว่า ต่อให้มนุษย์ทั้งโลกนี้บรรลุนิพพานกันหมดแล้ว โลกก็จะไม่ว่างจากมนุษย์ แต่จะมีมนุษย์เวียนว่ายตายเกิดมาทดแทนอยู่เรื่อยๆ

2.ถ้าเราออกกฎให้มนุษย์ทุกคนคุมกำเนิด จะได้ไม่ต้องมีคนเกิดมาทนทุกข์อีก นี่ใช่เป้าหมายเดียวกับนิพพานหรือเปล่าครับ

การไม่เกิดเพราะออกกฎไม่ให้คนเกิด เป็นคนละเรื่องกับการนิพพานเพราะการนิพพานนั้นไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้คนเกิด แต่การไม่เกิดหลังบรรลุภาวะนิพพานนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปเองตามเหตุปัจจัย คือ เมื่อกิเลสที่เป็นเหตุให้เกิดหมดลง การไม่เกิดก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเอง

เป้าหมายของนิพพานหรือผลของการบรรลุนิพพานคือการดับทุกข์ ไม่ใช่ดับการเวียนว่ายตายเกิด หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า การหยุดเวียนว่ายตายเกิดเป็นผลพลอยได้ของการบรรลุนิพพาน

เพื่อให้เห็นภาพ ขอเปรียบเทียบว่า คนที่บรรลุนิพพานแล้วเปรียบเหมือนข้าวเปลือกที่ถูกสีจนกลายเป็นข้าวสาร นำมาหว่านอย่างไรก็ไม่งอกอีกแล้ว ข้าวที่ถูกสีจนเป็นข้าวสารก็เพื่อการแปรรูปเป็นอาหาร (เป้าหมายหลัก) ส่วนการหมดศักยภาพที่จะงอกนั้นเป็นผลที่เป็นไปเองตามเหตุปัจจัย สำหรับการออกกฎไม่ให้คนเกิดนั้นไม่มีอะไรใกล้เคียงกับภาวะนิพพาน เป็นแค่การห้ามไม่ให้คนเกิด (มาทนทุกข์)เท่านั้น ถึงแม้เรื่องนี้จะคิด (ฟุ้งซ่าน) ได้ แต่เชื่อเถอะว่าในความเป็นจริงไม่มีทางทำได้ ควรสนใจคิดถึงเรื่องที่เป็นไปได้และทำได้จริงในชีวิตนี้ดีกว่า

หลักการในเรื่องนี้ก็มีอยู่ง่ายๆ เพียงว่า ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบความทุกข์ก็ตาม ตอนนี้เราก็ได้เกิดมาแล้ว แต่เมื่อเกิดมาแล้ว แม้จะมีทุกข์มากมาย แต่วิธีดับทุกข์นั้นก็ยังมีอยู่ ผู้ชี้ทางนั้นก็ยังมีอยู่ แล้วทำไมเราจึงไม่รีบปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์นั้นด้วยตนเองเล่า

 

keyboard_arrow_up