ลมหายใจสุดท้าย

ความสุขในลมหายใจสุดท้าย…ปรารถนาที่ถูกมองข้าม บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

ลมหายใจสุดท้าย
ลมหายใจสุดท้าย

ความสุขใน ลมหายใจสุดท้าย… ปรารถนาที่ถูกมองข้าม บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

เมื่อพบว่าคนรักป่วยด้วยโรคร้าย อาการลุกลามจนอยู่ในระยะสุดท้ายสุดวิสัยที่จะเยียวยาให้หายได้ สิ่งเดียวที่ผู้คนส่วนใหญ่นึกออกคือทำทุกอย่างเพื่อยืดชีวิตของเขาให้ยืนยาวที่สุด อะไรที่ช่วยให้อยู่ได้นานขึ้นก็ดิ้นรนไปหามาให้เขา

เมื่อเขาอาการเพียบหนัก ความหวังสุดท้ายคือหมอและโรงพยาบาล วลีที่หมอได้ยินจากญาติผู้ป่วยคนแล้วคนเล่าคือ “ทำทุกอย่างเลยนะหมอ” ผลก็คือ ผู้ป่วยระยะสุดท้ายจำนวนไม่น้อยถูกนำมาที่ห้องไอซียู โดยมีท่อสอดใส่ทั่วร่างกายและถูกกำกับด้วยเครื่องนานาชนิด หลายคนสิ้นชีวิตในสภาพดังกล่าว

การยืดชีวิตของผู้ป่วยให้นานที่สุดเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในความรู้สึกของลูกหลานและญาติ แต่นั่นอาจไม่ใช่ความต้องการสูงสุดในความนึกคิดของผู้ป่วยก็ได้ ความปรารถนาอันดับต้น ๆ ของผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยคือ เจ็บปวดให้น้อยที่สุด อยากอยู่ใกล้คนรัก ไม่เป็นภาระของลูกหลาน อยากมีสติรู้ตัวจนสิ้นลม และอยากตายอย่างสงบ

อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่ไม่ค่อยมีใครรับรู้ความปรารถนาดังกล่าวของผู้ป่วย สาเหตุสำคัญเพราะญาติมักคิดแทนผู้ป่วย หาไม่ก็เอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ ทนไม่ได้ที่จะเห็นคนรักจากไปทั้ง ๆ ที่มีโอกาสยืดชีวิตต่อไปได้ จึงตัดสินใจแทนผู้ป่วยด้วยความหวังดี ผลที่ตามมาคือ ผู้ป่วยนอนทุกข์ทรมานอยู่ในห้องไอซียู แม้จะมีลมหายใจยืนยาวขึ้น แต่คุณภาพชีวิตกลับถดถอย หลายคนส่งสายตาวิงวอนขอกลับบ้าน หรือขอให้ถอดท่อช่วยหายใจ แต่ลูกหลานก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอให้ผู้ป่วยสิ้นลมไปเอง

มีกรณีมากมายที่ชี้ชัดว่า การทำทุกอย่างเพื่อยืดชีวิตผู้ป่วยนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาเลย มีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้น เช่น การช่วยให้เขาสุขสบายมากที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด โดยไม่เน้นการยืดชีวิตให้ยืนยาว ดังนั้นแทนที่จะระดมเทคโนโลยีนานาชนิดมาใช้กับผู้ป่วยจนอยู่ในสภาพทุกข์ทรมาน ควรช่วยประคับประคองให้เขาได้ทำสิ่งที่อยากทำมากที่สุดในวาระสุดท้าย ขณะเดียวกันแทนที่จะมุ่งแทรกแซงร่างกายด้วยวิธีการที่รุนแรง ควรหันมาดูแลจิตใจควบคู่กับการลดความทุกข์ทรมานทางกาย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ช่วยประคองคุณภาพชีวิตของเขาให้อยู่ในสภาพดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

keyboard_arrow_up