Editor’s story 05 | ทำงานอย่างมีความสุข

เคยอ่านเจอว่าการทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ซ้ำซากจำเจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นอัลเซอร์เมอร์ได้ อย่างเช่น หากที่ทำงานสามารถไป-กลับได้หลายทาง  ลองเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นดูบ้าง 

วันหนึ่งฉันจึงลองทำดูบ้าง  ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เป็นอัลไซเมอร์ได้ไหม  แต่ที่แน่ ๆ คือพบร้านอาหารอร่อยสองสามร้าน ในตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง  ซึ่งทำให้ได้แวะเวียนไปอีกหลายครั้ง จนสังเกตเห็นว่าร้านขายข้าวมันไก่ที่อยู่ในตรอกนั้น  แตกต่างจากร้านอื่นอย่างสิ้นเชิง

เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวอายุยังไม่มากนัก  แต่งหน้าสวยแบบไม่มากไม่น้อยเกินไปมาทุกวัน   และไม่ได้พิถีพิถันเฉพาะหน้าตาเท่านั้น  แต่ยังรวมไปถึง จาน ถ้วยน้ำจิ้ม ถ้วยน้ำแกง  และการจัดจานวางข้าวมันไก่ลงบนจานด้วย  เรียกว่ามองดูน่ากินเกินกว่าร้านข้างถนนทั่ว ๆ ไป  ส่วนรสชาตินั้นอร่อยกว่าร้านใหญ่หน้าปากซอยไปหลายช่วงตัว  คงเพราะความพิถีพิถันและรสชาติ ฉันสังเกตว่าลูกค้าขาประจำหลายคนสามารถรอได้อย่างอดทนแม้ว่าอาหารจะทำเสร็จช้า เมื่อเทียบกับร้านอื่น

อีกเรื่องที่สังเกตเห็นคือเธอจำแม่นมากว่า ลูกค้าโดยเฉพาะขาประจำคนไหนกินข้าวมันไก่ต้ม  ไก่ทอด ไก่ย่าง คนไหนกินไก่ต้มกับไก่ทอด ไก่ต้มกับไก่ย่าง หรือกินมันทั้งสามอย่าง  เพราะเคยเห็นหลายคนพูดแค่ว่า “เหมือนเดิม” แล้วไปนั่งรอ  แม้แต่ฉันเองซึ่งไปเพียงไม่กี่ครั้ง เธอก็จำได้

ก่อนหน้านี้เคยได้ยินเพื่อนบ่นเรื่องซื้อของข้างถนนว่า

“คนขายใส่ถุงมือม้วนเปาะเปี๊ยะก็จริงนะ  แต่ตอนรับเงินก็รับทั้งใส่ถุงมือ  สรุปแล้วใส่ถุงมือก็ไม่ได้ช่วยให้สะอาดขึ้นอยู่ดี”

คนขายข้าวมันไก่ร้านนี้ก็ใส่ถุงมือเหมือนกัน  แต่เมื่อต้องยื่นมือมารับเงินค่าข้าวมันไก่จะถอดถุงมือก่อนทุกครั้ง

คลิกที่นี่! หรือกดเลข 2 ด้านล่างเพื่ออ่านหน้าถัดไป

นอกจากนั้น ร้านนี้ยังเป็นร้านเดียวที่เปิดเพลง แถมเป็นเพลงฝรั่งไม่เก่าไม่ใหม่ จังหวะคึกคักแต่ไม่น่ารำคาญ  ตอนแรกก็คิดว่าเธอเปิดให้คนมากินฟัง  แต่หลังจากแวะไปกินหลายครั้งก็เข้าใจว่าเจ้าของร้านเปิดฟังเอง  เพราะมักได้ยินเธอสับไก่ไปร้องเพลงไปด้วย   จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา

บางครั้งฉันก็แอบยิ้มไปกินข้าวไป เมื่อได้ยินเธอร้องเพลงคลอตามเพลงที่เปิดไปด้วย

วันหนึ่งฉันตั้งใจซื้อข้าวมันไก่ไปกินเป็นอาหารกลางวัน  โดยเอากล่องพลาสติกแบบแบ่งเป็นสองช่องไปใส่   เมื่อเดาจากท่าทีของคนขายคงคิดว่าจะใส่ข้าวและไก่ให้ดูสวยงามเหมือนที่เคยทำอย่างไรดี จึงรีบบอกว่า

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องสวยก็ได้”

คนขายรีบพูดขำ ๆ  แต่จริงจังว่า

“ไม่ได้หรอก  ต้องสวยสิ  เรื่องไม่สวยนี่ยอมไม่ได้”

ว่าแล้วเธอก็จัดการให้ข้าวมันไก่ลงไปอยู่ในกล่องอย่างสวยงามจนได้  และดูเธอจะพออกพอใจที่ทำมันสำเร็จ

เธออาจไม่สามารถมีร้านขายข้าวมันไก่ใหญ่โต   แต่เธอสามารถทำให้ร้านเล็ก ๆ ที่มีเนื้อที่ไม่กี่ตารางเมตรร้านนี้ เป็นสถานที่ที่ทำงานอย่างมีความสุขได้

ท่านผู้อ่านล่ะคะ ได้ทำอย่างเธอคนนี้กันบ้างหรือไม่  เล่าสู่กันฟังกันได้นะคะ

 

พัชรา โพธิ์กลาง

บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Secret

keyboard_arrow_up