อนัตตลักขณสูตร

อนัตตลักขณสูตร (แปล)

อนัตตลักขณสูตร
อนัตตลักขณสูตร

อนัตตลักขณสูตร คือพระสูตรที่แสดงลักษณะ คือ เครื่องกำหนดหมายว่าเป็นอนัตตา เป็นพระสูตรที่มีความสำคัญที่สุดพระสูตรหนึ่ง เนื่องจากหลังจากที่พระโคตมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระสูตรนี้แล้ว ได้บังเกิดพระอรหันต์ในพระบวรพุทธศาสนา 5 องค์ รวมพระพุทธองค์เป็น 6 องค์ ซึ่งพระสูตรนี้ มีใจความเกี่ยวกับ ความไม่ใช่ตัวตนของ รูป คือ ร่างกาย เวทนา คือ ความรู้สึกสุขทุกข์หรือเฉย ๆ สัญญา คือ ความจำได้หมายรู้ สังขาร คือ ความคิดหรือเจตนา วิญญาณ คือ ความรู้อารมณ์ทางตา หู เป็นต้น หรือเรียกอีกประการหนึ่งว่า อายตนะทั้ง 6 อันได้แก่สัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

เอวัมเม สุตัง

อันข้าพเจ้า(คือพระอานนทเถระ) ได้สดับมาแล้วอย่างนี้ว่า

เอกัง สะมะยัง ภะคะวา พาราณะสิยัง วิหะระติ, อิสิปะตะเน มิคะทะเย

สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี

ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคียเย ภิกขู อามันเตสิ เอตะทะโวจะ

ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์มาแล้วตรัสว่า

 

รูปัง ภิกขะเว อนัตตา

ภิกษุทั้งหลาย รูป (ร่างกายนี้) ไม่ใช่ตัวตน

รูปัญจะ หิทัง ภิกขะเว อัตตา อะภะวิสสะ

ก็หากว่ารูปนี้เป็นตัวตนแล้วไซร้

นะยิทัง รูปัง อาพาธายะ สังวัตเตยยะ

รูปนี้ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ

ลัพเภถะ จะ รูเป เอวัง เม รูปัง โหตุ เอวัง เม รูปัง มา อโหสีติ

ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในรูปว่าขอรูปของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

ยัสมา จะ โข ภิกขะเว รูปัง อนัตตา

ก็เพราะเหตุที่รูปไม่ใช่ตัวตน

ตัสมา รูปัง อาพาธายะ สังวัตตะติ

รูปจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ

นะจะ ลัพภะติ รูเป เอวัง เม รูปัง โหตุ เอวัง เม รูปัง มาอโหสีติ

และไม่ได้ตามความปรารถนาในรูปว่า ขอรูปของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

เวทนา อนัตตา

ภิกษุทั้งหลาย เวทนา(คือความรู้สึกอารมณ์) ไม่ใช่ตัวตน

เวทนา จะ หิทัง ภิกขะเว อัตตา อะภะวิสสะ

ก็หากว่าเวทนานี้เป็นตัวตนแล้วไซร้

นะยิทัง เวทะนา อาพาธายะ สังวัตเตยยะ

ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ (ความลำบาก)

ลัพเภถะ จะ เวทะนายะ เอวัง เม เวทะนา โหตุ เอวัง เม เวทะนา มา อโหสีติ

ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในเวทนาว่า ขอเวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

ยัสมา จะ โข ภิกขะเว เวทะนา อนัตตา

ก็เพราะเหตุที่เวทนานั้นไม่ใช่ตัวตน

ตัสมา เวทนา อาพาธายะ สังวัตตะติ

เวทนาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ

นะจะ ลัพภะติ เวทะนายะ เอวัง เม เวทนา โหตุ เอวัง เม เวทะนา มา อโหสีติ

และไม่ได้ตามความปรารถนาในเวทนาว่า ขอเวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

สัญญา อนัตตา

ภิกษุทั้งหลาย สัญญา(คือความจำ) ไม่ใช่ตัวตน

สัญญา จะ หิทัง ภิกขะเว อัตตา อะภะวิสสะ

ก็หากว่าสัญญานี้เป็นตัวตนแล้วไซร้

นะยิทัง สัญญา อาพาธายะ สังวัตเตยยะ

ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ

ลัพเภถะ จะ สัญญายะ เอวัง เม สัญญา โหตุ เอวัง เม สัญญา มา อโหสีติ

ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในสัญญาว่า ขอสัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

ยัสมา จะ โข ภิกขะเว สัญญา อนัตตา

ก็เพราะเหตุที่สัญญาไม่ใช่ตัวตน

ตัสมา สัญญา อาพาธายะ สังวัตตะติ

สัญญาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ

นะจะ ลัพภะติ สัญญายะ เอวัง เม สัญญา โหตุ เอวัง เม สัญญา มา อโหสีติ

และไม่ได้ตามความปรารถนาในสัญญาว่า ขอสัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

สังขารา อนัตตา

สังขารทั้งหลาย (คือสภาพที่เกิดกับใจ ปรุงใจให้ดีบ้าง ชั่วบ้าง) ไม่ใช่ตัวตน

สังขารา จะ หิทัง ภิกขะเว อัตตา อะภะวิสสังสุ

ก็หากว่าสังขารนี้เป็นตัวตนแล้วไซร้

นะ ยิทัง สังขารา อาพาธายะ สังวัตเตยยุง

ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ

ลัพเภถะ จะ สังขาเรสุ เอวัง เม สังขารา โหนตุ เอวัง เม สังขาร มา อเหสุนติ

ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในสังขารว่า ขอสังขารของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

ยัสมา จะ โข ภิกขะเว สังขารา อนัตตา

ก็เพราะเหตุที่สังขารไม่ใช่ตัวตน

ตัสมา สังขารา อาพาธายะ สังวัตตันติ

สังขารจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ

นะ จะ ลัพภะติ สังขาเรสุ เอวัง เม สังขารา โหนตุ เอวัง เม สังขารา มา อเหสุนติ

และไม่ได้ตามความปรารถนาในสังขารว่า ขอสังขารของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

วิญญาณัง อนัตตา

ภิกษุทั้งหลาย วิญญาณ(คือใจ) ไม่ใช่ตัวตน

วิญญานัญ จะ หิทัง ภิกขะเว อัตตา อะภะวิสสะ

ก็หากว่าวิญญาณนี้เป็นตัวตนแล้วไซร้

นะยิทัง วิญญาณัง อาพาธายะ สังวัตเตยยะ

ก็คงไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ

ลัพเภถะ จะ วิญญาเน เอวัง เม วิญญานัง โหตุ เอวัง เม วิญญานัง มา อโหสีติ

ทั้งยังจะได้ตามความปรารถนาในวิญญาณว่า ขอวิญญาณของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

 

ยัสมา จะ โข ภิกขะเว วิญญานัง อนัตตา

ก็เพราะเหตุที่วิญญาณไม่ใช่ตัวตน

ตัสมา วิญญาณัง อาพาธายะ สังวัตตะติ

วิญญาณจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ

นะ จะ ลัพภะติ วิญญาเน เอวัง เม วิญญาณัง โหตุ เอวัง เม วิญญาณัง มา อโหสีติ

และไม่ได้ตามความปรารถนาในวิญญาณว่า ขอวิญญาณของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านบทสวดหน้าถัดไป

ตังกิง มัญญะถะ ภิกขะเว รูปัง นิจจัง วา อนิจจัง วา ติ

ภิกษุทั้งหลาย เธอจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

อนิจจัง ภันเต

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนา นิจจัง ทุกขัง วา ตัง สุขัง วาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?

ทุกขัง ภันเต

เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนา นิจจัง ทุกขัง วิปะริณา มะธัมมัง กัลลัง นุ ตัง สะมะนุปัสสิตุง เอตัง มะมะ เอโสหะมัสมิ เอโส เม อัตตาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่เราจะตามเห็นสิ่งนั้นว่านั่นของเรา นั่นเป็นของเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา?

โน เหตัง ภันเต

ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า

 

ตังกิง มัญญะถะ ภิกขะเว เวทะนา นิจจา วา อนิจจา วาติ

ภิกษุทั้งหลาย เธอจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน เวทนาเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

อนิจจา ภันเต

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนา นิจจัง ทุกขัง วา ตัง สุขัง วาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?

ทุกขัง ภันเต

เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนานิจจัง ทุกขัง วิปะริณามะธัมมัง กัลลัง นุ ตัง สะมะนุปัสสิตุง เอตัง มะมะ เอโส หะมัสมิ เอโส เม อัตตาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่เราจะตามเห็นสิ่งนั้นว่านั่นของเรา นั่นเป็นของเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา?

โน เหตัง ภันเต

ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า

 

ตังกิง มัญญะถะ ภิกขะเว สัญญา นิจจา วา อนิจจา วาติ

ภิกษุทั้งหลาย เธอจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน สัญญาเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

อนิจจา ภันเต

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนานิจจัง ทุกขัง วา ตัง สุขัง วาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?

ทุกขัง ภัน เต

เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนานิจจัง ทุกขัง วิปะริณามะธัมมัง กัลลัง นุ ตัง สะมะนุปัสสิตุง เอตัง มะมะ เอโส หะมัสมิ เอโส เม อัตตาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่เราจะตามเห็นสิ่งนั้นว่านั่นของเรา นั่นเป็นของเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา?

โน เหตัง ภันเต

ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า

 

ตังกิง มัญญะถะ ภิกขะเว สังขารา นิจจา วา อนิจจา วาติ

ภิกษุทั้งหลาย เธอจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน สังขารเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

อนิจจา ภันเต

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนานิจจัง ทุกขัง วา ตัง สุขัง วาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?

ทุกขัง ภัน เต

เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนานิจจัง ทุกขัง วิปะริณามะธัมมัง กัลลัง นุ ตัง สะมะนุปัสสิตุง เอตัง มะมะ เอโส หะมัสมิ เอโส เม อัตตาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่เราจะตามเห็นสิ่งนั้นว่านั่นของเรา นั่นเป็นของเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา?

โน เหตัง ภันเต

ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า

 

ตังกิง มัญญะถะ ภิกขะเว วิญญาณัง นิจจัง วา อนิจจัง วาติ

ภิกษุทั้งหลาย เธอจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉน วิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

อนิจจา ภันเต

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนานิจจัง ทุกขัง วา ตัง สุขัง วาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?

ทุกขัง ภัน เต

เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า

 

ยัมปะนานิจจัง ทุกขัง วิปะริณามะธัมมัง กัลลัง นุ ตัง สะมะนุปัสสิตุง เอตัง มะมะ เอโส หะมัสมิ เอโส เม อัตตาติ

ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่เราจะตามเห็นสิ่งนั้นว่านั่นของเรา นั่นเป็นของเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา?

โน เหตัง ภันเต

ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า

 

คลิกเลข 3 ด้านล่าง เพื่ออ่านบทสวดหน้าถัดไป

ตัสมาติหะ ภิกขะเว

ภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุนั้นแล

ยังกิญจิ รูปัง

รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง

อตีตานาคะตะปัจจุปันนัง

ที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน

อัชฌัตตัง วาพหิทธา วา

ภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม

โอฬาริกัง วา สุขุมัง วา

หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม

หีนัง วา ปณีตัง วา

เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม

ยันทูเร สันติเก วา

อยู่ไกลก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม

 

สัพพัง รูปัง เนตัง มะมะ เนโสหะมัสมิ นะ เมโส อัตตาติ เอวะ เมตัง ยะถาภูตัง สัมมัปปัญญายะ ทัฏฐัพพัง

รูปทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

ยากาจิ เวทะนา อตีตานาคะตะปัจจุปปันนา

ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน

อัชฌัตตา วา พหิทธา วา

ภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม

โอฬาริกา วา สุขุมา วา

หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม

หีนา วา ปณีตา วา

เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม

ยันทูเร สันติเก วา

อยู่ไกลก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม

 

สัพพา เวทะนา เนตัง มะมะ เนโสหะมัสมิ นะ เมโส อัตตาติ เอวะ เมตัง ยะถา ภูตัง สัมมัปปัญญายะ ทัฏฐัพพัง

เวทนาทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

 

ยากาจิ สัญญา

สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง

อตีตานาคะตะปัจจุปปันนา

ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน

อัชฌัตตา วา พหิทธา วา

ภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม

โอฬาริกา วา สุขุมา วา

หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม

หีนา วา ปณีตา วา

เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม

ยันทูเร สันติเก วา

อยู่ไกลก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม

 

สัพพา สัญญา เนตัง มะมะ เนโสหะมัสมิ นะ เมโส อัตตาติ เอวะ เมตัง ยะถา ภูตัง สัมมัปปัญญายะ ทัฏฐัพพัง

สัญญาทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

 

เยเกจิ สังขารา

สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง

อตีตานาคะตะปัจจุปปันนา

ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน

อัชฌัตตา วา พหิทธา วา

ภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม

โอฬาริกา วา สุขุมา วา

หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม

หีนา วา ปณีตา วา

เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม

เยทูเร สันติเก วา

อยู่ไกลก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม

 

สัพเพ สังขารา เนตัง มะมะ เนโสหะมัสมิ นะ เมโส อัตตาติ เอวะ เมตัง ยะถาภูตัง สัมมัปปัญญายะ ทัฏฐัพพัง

สังขารทั้งหมดนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

 

ยังกิญจิ วิญญาณัง

ความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

อตีตานาคะตะปัจจุปปันนัง

ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน

อัชฌัตตัง วา พะหิทธา วา

ภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม

โอฬาริกัง วา สุขุมัง วา

หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม

หีนัง วา ปณีตัง วา

เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม

ยันทูเร สันติเก วา

อยู่ไกลก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม

 

สัพพัง วิญญาณัง เนตัง มะมะ เนโสหะมัสมิ นะ เมโส อัตตาติ เอวะเมตัง ยะถาภูตัง สัมมัปปัญญายะ ทัฏฐัพพัง

ความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

 

เอวัง ปัสสัง ภิกขะเว สุตตะวา อะริยะสาวะโก

ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วอย่างนี้

รูปัสสะมิงปิ นิพพินทะติ

ย่อมเบื่อหน่ายในรูป

เวทะนายะปิ นิพพินนะติ

ย่อมเบื่อหน่ายในเวทนา

สัญญายะปิ นิพพินทะติ

ย่อมเบื่อหน่ายในสัญญา

สังขาเรสุปิ นิพพินทะติ

ย่อมเบื่อหน่ายในสังขาร

วิญญานัสมิงปิ นิพพินทะติ

ย่อมเบื่อหน่ายในวิญญาณ

นิพพินทัง วิรัชชะติ

เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด

วิราคา วิมุจจะติ

เพราะสิ้นกำหนัด จิตก็หลุดพ้น

วิมุตตัสมิง วิมุตตะมีติ ญาณัง โหติ

เมื่อจิตพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า จิตหลุดพ้นแล้ว

 

ขีณา ชาติ. วุสิตัง พรัหมจริยัง กะตัง กะระณียัง นาปะรัง อิตถัตตายาติ ปะชานาตีติ

รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ได้กระทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มีอีกแล้ว

 

อิทะมะโวจะ ภะคะวา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสอนัตตลักขณสูตรนี้จบลง

อัตตะมะนา ปัญจะวัคคิยา ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุง

ภิกษุปัญจวัคคีย์ต่างก็มีใจยินดี ชื่นชมในพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า

 

อิมัสสมิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัสมิง ภัญญะมาเน

ก็ขณะเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า กำลังตรัสเทศนาพระภาษิตนี้อยู่

ปัญจะวัคคิยานัง ภิกขูนัง อะนุปาทายะ อาสะเวหิ จิตตานิ วิมุตจิงสูติ

ปัญจวัคคีย์ก็มีจิตหลุดพ้นแล้ว จากอาสวะ (กิเลสที่เป็นผลของความเคยชินแห่งการเกิดกิเลส) ทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่นด้วยอุปาทาน ดังนี้แล

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

keyboard_arrow_up