เหงาใช่ไหม

เหงาใช่ไหม บทความธรรมะดีๆ จากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

เหงาใช่ไหม
เหงาใช่ไหม

เหงาใช่ไหม บทความธรรมะดีๆ จากพระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

ข้าพเจ้าตั้งคำถามกับท่านผู้อ่านว่า “ เหงาใช่ไหม ” เพื่อกระตุกความคิดของคนกลุ่มสำคัญที่มีความผันผวนทางอารมณ์ นั่นคือ วัยรุ่นวุ่นรัก และวัยชราเงียบเหงา

ชีวิตสองวัยนี้จะต้องระมัดระวังเรื่องสุขภาพจิตและอารมณ์ให้มาก ข้าพเจ้าเห็นเด็กหนุ่มสาววัยรุ่นวุ่นรักเดินหลงทางเสียอนาคตมามาก บางคนก็ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร บางคนเรียนไม่จบ บางคนติดยา บางคนพิการจากอุบัติเหตุ

วัยรุ่นถือว่าเป็นวัยที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้เร็วและรุนแรง เพราะเป็นวัยร่าเริงสดใส และเกาะติดกับอารมณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เรียกว่า ชอบวิ่งตามอารมณ์ ชอบจินตนาการ ชอบแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ จึงทำให้บางครั้งก็รักเร็ว โกรธเร็ว ผิดหวังง่าย วัยรุ่นเป็นวัยที่อารมณ์แรง สติน้อย ปัญญาอ่อน จึงอาจทำความผิดพลาดในชีวิตได้ง่าย พ่อแม่ต้องช่วยแนะนำ ยิ่งถ้าจากบ้านไปอยู่ไกลตา ยิ่งต้องปกครองตัวเองให้ได้

วัยชราเป็นวัยเหงาอีกแบบหนึ่ง เหงาเพราะขาดเพื่อนวัยเดียวกัน เหงาเพราะการเจ็บป่วย สูญเสียเพื่อน ชีวิตไม่เป็นไปตามที่ต้องการ สั่งไม่ได้เหมือนเดิม วัยนี้จะมองดูโลกแตกต่างจากวัยเด็กที่ยังสดใสร่าเริง วัยชราจึงต้องฝึกใจให้สงบ หากบ้านใดมีปู่ย่าตายายลูกหลานและเหลนอยู่ด้วยกัน ความเหงาก็จะลดลง เด็กตัวน้อยเป็นดอกไม้แรกแย้มของผู้สูงอายุ หนุ่มสาวเป็นดอกไม้บานสำหรับคนชรา

จิตใจของคนชราจะรู้สึกเหมือนเด็กเล็ก ๆ งอแง เอาแต่ใจ ยิ่งถ้าใครไม่ได้รับการฝึกหัดเรื่องการปล่อยวางอารมณ์ด้วยแล้ว ลูกหลานใกล้ชิดจะยิ่งรู้สึกลำบากใจมาก โดยเฉพาะลูกผู้หญิงที่ต้องรับผิดชอบดูแลพ่อแม่ในยามชรา ต้องมีความอดทนมาก ถือเสียว่าตอนเล็กเราก็งอแง ท่านยังเลี้ยงดูอย่างดี คราวนี้ผลัดกัน เราเป็นผู้ใหญ่ ท่านเป็นเด็กเล็ก กลับกาลเวลากัน

แทนที่พ่อแม่จะเหงา คนดูแลก็จะเหงาเสียเอง เหงาเพราะหาทางออกของชีวิตไม่ได้ งานต้องทำ ลูกต้องเลี้ยง พ่อแม่ต้องดูแล ข้าพเจ้าเชื่อว่าวัยชราสำคัญ เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์มาก หากหันมาฝึกใจให้สงบนิ่ง มีกิจกรรมร่วมกันระหว่างเด็กกับคนชราบ้างก็จะทำให้ชีวิตสดใสตลอดเวลา เด็ก ๆ ก็ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของท่าน ไม่ควรแยกเด็กแยกคนชราออกจากกัน

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

keyboard_arrow_up