ปล่อยนก ปล่อยปลา

ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า…แบบไหนบาป แบบไหนบุญ?

ปล่อยนก ปล่อยปลา
ปล่อยนก ปล่อยปลา

ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า…แบบไหนบาป แบบไหนบุญ?

หลายคนทำบุญด้วยการ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่าเป็นประจำเพราะเชื่อกันว่าการปล่อยสัตว์ได้บุญใหญ่และเป็นมงคลแก่ชีวิต แต่รู้ไหมว่า บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นบุญอาจนำบาปมาแก่เราโดยไม่รู้ตัว

ปลาไหล เป็นปลายอดฮิต เพราะหลายคนเชื่อกันว่าหากปล่อยแล้วจะทำให้การงานลื่นไหล  ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้ จึงมุ่งหน้าไปที่ท่าน้ำตามแม่น้ำต่างๆ แล้วจัดการเทมันลงไปด้วยความสบายใจ โดยหารู้ไม่ว่า ธรรมชาติของปลาไหลนั้นต้องอยู่ในน้ำแฉะ มีดินโคลนให้มุดเพื่อหลบพัก เช่น ตามทุ่งนาหรือบึงต่างๆ แต่หลายคนไม่รู้ จึงปล่อยปลาไหลลงในน้ำลึกไหลเชี่ยว ทำให้มันไม่สามารถเอาชีวิตรอด

ปลาดุก ปลาช่อน ชอบอยู่อาศัยตามบึง คลองหรือบ่อ ปลาดุกชอบมุดอยู่ในเลนหรือตามทุ่งนาที่มีน้ำขัง หากต้องการปล่อย ให้เลือกปล่อยในลำคลองที่น้ำสะอาด ไหลไม่แรง ควรเลือกซื้อปลาตามตลาดที่มีไว้ขายเป็นอาหาร

 ปลาราหู ตามวัดต่างๆ มักขาย “ปลาราหู” หรือปลาสีดำ เพื่อให้คนซื้อไปปล่อยสะเดาะเคราะห์หรือเสริมดวง โดยหารู้ไม่ว่า ปลาราหูแท้จริงแล้วคือปลาซัคเกอร์หรือปลาเทศบาล เป็นปลาที่ทางราชการสั่งกำจัดออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะเป็นปลาที่ทำลายระบบนิเวศเก่ง มันกินอาหารทุกชนิด รวมไปถึงไข่ปลาท้องถิ่น แถมขยายพันธุ์รวดเร็วมาก ฉะนั้นการปล่อยปลาราหูลงน้ำ เท่ากับว่าเราฆ่าปลาหลายๆ ตัวพร้อมกัน

 หอยขม หอยขมเป็นสัตว์อยู่อาศัยในดินโคลนตามธรรมชาติ หากนำไปปล่อยในแม่น้ำลึกๆ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา หอยก็จมน้ำตายได้อีกเช่นกัน หากต้องการปล่อยหอยขมให้เลือกที่น้ำไม่แรงมาก ข้อควรระวังอีกอย่างคือ หากปล่อยหอยขม ณ จุดที่ซื้อ หอยนั้นอาจถูกงมขึ้นมาขายใหม่ได้ กลายเป็นหอยเวียนที่อาจทำให้เราหงุดหงิดใจ

กบ เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แต่หลายคนเข้าใจผิดว่ามันสามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำได้ หากต้องการปล่อยกบ ไม่ควรปล่อยลงในแม่น้ำ ควรหาบึง ที่นา หรือ คลองที่มีตลิ่ง เนินดิน ขอนไม้ให้มันสามารถเกาะได้จะดีกว่า

นกกระติ๊ด เป็นนกที่แม่ค้าชอบลักลอบจับมาขายตามวัดต่างๆ นกชนิดนี้ใกล้จะสูญพันธุ์เต็มทีแล้ว เพราะคนจับมาเบียดเสียดให้อยู่ในกรงแคบๆ นกหลายตัวขาหักตายคากรง ส่วนที่ถูกปล่อยบางตัวก็บอบช้ำเกินกว่าจะเอาตัวรอด หรือไม่มีแหล่งหากินในเมือง ก็ต้องตายอยู่ดี  ฉะนั้นการไม่ซื้อนกมาปล่อยจึงเป็นวิธีดีที่สุด

เต่า สิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ก่อนปล่อยเต่าคือ เต่าชนิดนั้นเป็นเต่าบก เต่าน้ำ หรือ เต่าทะเล

  • เต่าบก เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เต่าบกเป็นเต่าที่ว่ายน้ำไม่ได้ ถ้าอยู่ในน้ำลึกเพียงในระยะเวลาไม่กี่นาทีก็อาจจะจมน้ำตายได้ หากนำเต่าบกไปปล่อยในน้ำ ก็มีแต่รอเวลาตายเท่านั้น และยิ่งหากปล่อยเต่าในที่แออัดน้ำเน่าเสีย เต่าจะตายอย่างทรมานเพราะที่กระดองเน่าเปื่อยและจมน้ำตาย

วิธีสังเกตเต่าชนิดนี้คือ กระดองมักนูนสูง ขามีเกร็ดขนาดใหญ่เพื่อใช้ขุดดิน เท้ามีลักษณะกลมและมีเล็บที่แข็งแรงไว้ใช้ขุดดินและฉีกอาหาร

  • เต่าน้ำ กระดองค่อนข้างแบน ขาไม่มีเกร็ด มีผิวหนังค่อนข้างยืดหยุ่น เท้ามีลักษณะแบน มีพังผืดระหว่างนิ้วเพื่อใช้ว่ายน้ำ ใช้เวลาอยู่ในน้ำเป็นส่วนใหญ่และจะขึ้นมาอาบแดดไม่นาน

หลายคนเข้าใจว่าเต่าน้ำสามารถอยู่ในน้ำได้ทุกชนิด ความจริงแล้วเต่าที่อาศัยบริเวณน้ำตื้นอย่างเช่น เต่านา และเต่าดำ (หรือ เต่ากา หรือ เต่าแก้มขาว) ถ้านำไปปล่อยในแหล่งน้ำลึกก็เสี่ยงที่จะทำให้เต่าว่ายน้ำจนหมดแรงแล้วจมน้ำตายได้อีกเช่นกัน

และหากปล่อยเต่าน้ำลงตามคลองประปาหรือบ่อน้ำวัดที่มีการก่อคอนกรีตเป็นบล็อกสูง ไม่มีตลิ่งให้ขึ้นมาผึ่งแดด มันก็ไม่ต่างอะไรจากคนถูกจับไปขังคุก

ทางที่ดีควรเลือกปล่อยเต่าในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ห่างไกลชุนชน เช่น หนอง บึง มีตลิ่งไม่ลาดชันมาก เพื่อให้เต่าว่ายขึ้นมาพักผ่อน ผึ่งแดดได้ ไม่ควรปล่อยในแม่น้ำเจ้าพระยาหรือแม่น้ำสายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเต่าสายพันธุ์ไหน เพราะไม่เพียงแต่น้ำที่ลึก แต่กระแสน้ำจะทำให้เต่าไม่สามารถต้านได้และหมดแรงตายไปในที่สุด

ทำใจอย่างไรดี หากสัตว์ที่ปล่อยไปโดนจับมาใหม่อีกครั้ง

พระไพศาล เคยกล่าวไว้ว่า การปล่อยปลาหรือให้อาหารปลาโดยไม่หวังสิ่งใด ถือเป็นบุญกุศลที่น่าอนุโมทนา แต่ก็ต้องยอมรับว่าปลาเหล่านั้นอยู่ในแหล่งน้ำสาธารณะ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ดังนั้นใครจะมาตกปลาหรือจับปลาก็ย่อมได้ เป็นสิทธิของเขา ไม่สามารถห้ามเขาได้ เมื่อตั้งใจที่จะทำบุญให้กับปลาเหล่านี้ก็ต้องทำใจด้วย แต่ก็ยังสามารถช่วยปลาเหล่านี้ได้อีกทางหนึ่งคือแผ่เมตตาให้ปลาเหล่านี้อยู่รอดปลอดภัย

แต่หากปลาเหล่านี้จะได้รับเคราะห์ ก็เป็นเรื่องของบุญกรรมของแต่ละตัวไป อย่างไรก็ตามอยากให้มองว่าปลาเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาเป็นอาหารมนุษย์ แต่ละตัวมีสิทธิที่จะมีชีวิตตราบอายุขัย แต่เป็นมนุษย์เอง(บางคน)ที่ไปลิดรอนชีวิตของเขา การกระทำเช่นนั้นย่อมเป็นบาปกรรมที่ส่งผลเสียต่อเขาในที่สุด

อ้างอิงหนังสือ ทำบุญ…ให้ได้บุญ


บทความน่าสนใจ

ไขข้อข้องใจ สารพันปัญหาเรื่องแก้เคล็ด แก้กรรม ปรับความเชื่อ

ข้อคิดเกี่ยวกับ กรรมดี กรรมชั่ว และการให้ผลของกรรม‬

keyboard_arrow_up