วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

เรื่อง พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาติ ชาติใดไร้วัฒนธรรม ชาตินั้นก็ขาดความเป็นอารยชน ชนชาติไทยมาจากหลายเชื้อชาติ แต่ละเชื้อชาติก็มีวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตแตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้บ่งบอกรากเหง้า  ที่มาของเชื้อชาติ มิใช่ข้อขัดแย้ง  แต่เป็นความงามความหลากหลายที่ลงตัว เป็นเสน่ห์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาติไทยเรา

คนไทยหลายคนมีเชื้อสายไทย ลาว เขมร มอญ จีนญวน พม่า ไทยใหญ่ แขก ฝรั่ง ญี่ปุ่น เมื่อเติบโตบนผืนแผ่นดินไทย ก็รักประเทศไทย เพราะผสมผสานความแตกต่างให้เป็นความงาม เพราะสังคมไทยมีความอ่อนโยน  ยืดหยุ่นเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ชื่นชม ส่งเสริม ให้เกียรติซึ่งกันและกันจึงเกิดเป็นชาติบ้านเมืองใหญ่โตมาได้ จะเห็นได้ว่า ต่างคนต่างก็รักและหวงแหนประเทศชาติบ้านเมืองของตน

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนนานาอารยประเทศก็เห็นว่าเขาเปิดโอกาสให้คนมีเสรีภาพในการแสดงออกทางวัฒนธรรมอย่างเต็มที่ แต่ในเสรีภาพนั้นจำเป็นต้องมีกฎ กติกามารยาททางสังคม ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแบ่งแยก

ประเทศไทยของเราช่วงหลังนี้มีปัญหาเรื่องการพยายามทำความแตกต่างให้กลายเป็นความแตกแยก เริ่มจากความแตกต่างในวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อ  ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าต้องเป็นอย่างนี้เท่านั้น เป็นอย่างอื่นไม่ได้  ขาดความยืดหยุ่น  ให้เกียรติกัน คิดแต่จะเอาเรื่องของตนให้ได้มากเข้าไว้  จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างเห็นแก่ตัวจัด เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเสรีภาพคือการทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

แท้จริงเสรีภาพต้องมีขอบเขต มีจิตสำนึก มีกาลเทศะมีความเหมาะสมว่าอะไรควรไม่ควร หากให้เสรีภาพแก่คนโดยไร้จิตสำนึก ไร้กติกาสากล ความโกลาหลก็จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อะไรคือจิตสำนึก กติกาสากล ความสงบสุข ร่มเย็นความไม่เห็นแก่ตัว ความไม่แบ่งแยกว่าเป็นพวก เป็นพรรคเป็นภาค เป็นเผ่าพันธุ์ เราเรียกรวม ๆ ว่า “ความเสมอภาคความเป็นธรรม” แปลว่า ต่างคนต่างก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันจึงจะเกิดความสมัครสมานสามัคคี เกิดคุณงามความดีที่เรียกว่า “วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต” ผลที่ออกมาคือจิตสำนึกว่า ทุกคนเป็นคนไทย ที่เกิดมาได้ดีมีสุขเพราะมีแผ่นดินนี้เป็นที่อยู่อาศัย
และสุดท้ายก็แก่ เจ็บ ตาย ฝังร่างลงบนแผ่นดินนี้ด้วยกัน

keyboard_arrow_up