หากเปรียบ ชีวิต ดั่ง"ผ้าขี้ริ้ว" พระราชญาณกวี

หากชีวิตเปรียบดั่ง” ผ้าขี้ริ้ว ” ข้อคิดจาก พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)  

หากเปรียบ ชีวิต ดั่ง"ผ้าขี้ริ้ว" พระราชญาณกวี
หากเปรียบ ชีวิต ดั่ง"ผ้าขี้ริ้ว" พระราชญาณกวี

หากเปรียบ ชีวิต ดั่ง” ผ้าขี้ริ้ว “

พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) อธิบายว่า

1. ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข  พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานสุขสบาย  ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้มอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

2. ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้  แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา  เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก  ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว  มิใช่อมความสกปรกไว้  แล้วแกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

3. ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด  ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด  เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง  รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยนไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น  เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า  ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด  มีการศึกษามากหรือน้อยก็ตามเป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี  เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

4. ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา  แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้  เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่าด้วยการทำงาน มิใช่ด้วยการประจบ  ทำตนให้มีประโยชน์  ให้มีค่า  ไม่ใช่งอมืองอเท้าน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต  ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเอง  อย่ารอคอยจากคนอื่น

5. ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร  เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ปริปากบ่น  ตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน  ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม

6. ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด  เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ  แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้  หรือยินดีให้บริการเหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่นรับใช้สังคม  ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการจากความรู้ความสามารถของตน  และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร

7. ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด เหมือนคนซึ่งพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนอื่น  ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ  เป็นนายอินทร์หรือนางอินทร์  ผู้ปิดทองหลังพระ  มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น  มีมากที่ผู้น้อยบางคนทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง  ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

8. ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้าง ไม่เปราะบาง  เหมือนคนที่มีความอดทน  ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา  แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้  เพื่อให้สำเร็จ  เกิดประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น  มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย  คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา  แต่นิ่งและหนักแน่นดุจแผ่นดิน

9. ผ้าขี้ริ้วแม้ถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว  แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่  เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่ากำลังถูกปรามาสสบประมาท  จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรคตรงนั้นให้ได้  ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น  รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น  มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า  เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ  ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก

เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน  แล้วจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง

ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน  หากทนความทุกข์ยากลำบาก  ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์และมีความหมาย  ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิตอย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง

คุณเห็นด้วยไหมว่า เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อนแล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง 

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ทุกคนมี คุณค่า ในมุมมองของพระพุทธศาสนา บทความธรรมะโดย พระไพศาล วิสาโล

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีที่เห็นคุณค่าของคนมากกว่าเงินทอง

พุทธธรรมบรรเทาผู้ป่วย โรคซึมเศร้า

keyboard_arrow_up