การแก้กรรม

การแก้กรรม ที่ได้ผล บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

การแก้กรรม
การแก้กรรม

การแก้กรรม ที่ได้ผล บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

คนไทยที่มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับพระพุทธศาสนา มีจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่า คนเราเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่า หมายถึงว่าชาติที่แล้วทำกรรมไม่ดีไว้ ชาตินี้จึงต้องกลับมาเกิดเพื่อรับผลของกรรมไม่ดีที่ตนทำไว้ ( การแก้กรรม )

ความเชื่อดังกล่าวมีส่วนถูกเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น เพราะโดยความเป็นจริงแล้วคนทุกคนต่างก็ทำทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว กรรมทั้งสองประเภทนี้จะส่งผลตอบสนองต่อผู้กระทำทั้งในชาติที่มีชีวิตอยู่ และหากผลของการกระทำนั้นรุนแรงก็จะส่งผลไปถึงชาติหน้า ด้วยเหตุนี้คนทุกคนที่เกิดมาจึงได้รับผลของกรรมบางอย่างที่ตนทำไว้ในอดีตชาติ โดยที่กรรมดังกล่าวยังมีกำลังส่งถึงชาติปัจจุบัน ทั้งที่เป็นกรรมดี (บุญ – กุศล) และเป็นกรรมชั่ว (บาป – อกุศล) กรรมดีที่ตอบสนองหรืออานิสงส์ของบุญ จะมีส่วนเกื้อกูลหนุนนำให้ชีวิตของเราอยู่ดีมีสุข มีความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ ที่ทำไว้ตามลักษณะของกรรม ส่วนกรรมชั่วที่ส่งผลหรือวิบากกรรมฝ่ายอกุศล จะมีส่วนที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อความสุข ความสำเร็จ นำพาชีวิตให้พบกับความทุกข์ยากลำเค็ญ

ความเป็นไปในชีวิตของเราไม่เพียงแต่จะมีส่วนมาจากกรรมเก่าที่ทำไว้ในอดีตชาติเท่านั้น กรรมที่ทำไว้ในชาตินี้ยังมีส่วนสำคัญยิ่งต่อสุข – ทุกข์ ความสำเร็จและความล้มเหลวของชีวิต ไม่เพียงแต่เท่านั้น กรรมในชาตินี้ยังมีส่วนสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของแต่ละคนให้หักเหไปจากกรรมในอดีตชาติที่ส่งผลมาได้

เป็นต้นว่ากรรมเก่าในอดีตชาติส่งผลให้บุคคลเกิดมาในตระกูลต่ำ คือเกิดในครอบครัวที่ลำบากยากจน ชีวิตในวัยเด็กต้องพบกับความยากแค้นลำเค็ญ บางคนพ่อแม่ไม่มีเงินจะส่งเสียให้เรียนการศึกษาจึงต่ำ ต้องทำงานประเภทใช้แรงงาน มีรายได้ต่ำ มีความเป็นอยู่ที่ฝืดเคือง หากบุคคลดังกล่าวสร้างกรรมใหม่ของตนเอาชนะปัญหาอุปสรรคของชีวิต ด้วยการขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ ใช้ชีวิตอย่างประหยัด พยายามเก็บหอมรอมริบไว้ ขณะเดียวกันก็พัฒนาศักยภาพของตนตลอดจนอาชีพให้มีความก้าวหน้า มีความประพฤติดีมีศีลมีธรรม ไม่เกลือกกลั้วอบายมุขและสิ่งเสพติดให้โทษ รู้จักคบเพื่อนที่ดีมีกัลยาณมิตร เป็นที่มั่นใจได้ว่าบุคคลดังกล่าวย่อมสามารถเปลี่ยนสถานะของตนให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน มีคนจนมากมายที่สามารถก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเป็นเศรษฐีได้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีการศึกษาต่ำ จึงเริ่มงานจากหน้าที่การงานต่ำ ต่อมาใฝ่รู้ใฝ่เรียน พัฒนาความรู้และความสามารถให้สูงขึ้น จนสามารถไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงได้ คนเหล่านี้สร้างกรรมใหม่ของตนเพื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตไปจากกรรมเก่าที่ส่งมา

ในทางตรงข้าม มีคนจำนวนไม่น้อยที่กรรมฝ่ายกุศลในอดีตชาติ ส่งมาเกิดในครอบครัวที่มีอันจะกิน จึงมีชีวิตที่สะดวกสบาย ได้รับการเลี้ยงดูให้สุขสบายตั้งแต่วัยเด็ก บางคนพ่อแม่ตามใจจนเสียคน บางคนคบเพื่อนไม่ดี หมกมุ่นในอบายมุข สำส่อนทางเพศ ติดการพนันและยาเสพติดให้โทษ ไม่สนใจการเรียน อาจจะเรียนสูงหรือต่ำก็ได้ แต่ใช้ชีวิตอย่างเสเพล ไม่มีศีลไม่มีธรรม ผลาญเงินผลาญทองของพ่อแม่ คนประเภทนี้ทำตัวให้ตกต่ำลง ที่สุดก็มีชีวิตอย่างลำบากขัดสน หรือมีชีวิตที่มากด้วยปัญหาและความทุกข์ แม้มีครอบครัวก็มีความขัดแย้งทะเลาะกันเป็นประจำ ยากที่จะหาความสุข บุคคลเช่นนี้มีให้เห็นไม่น้อยในสังคม

จากตัวอย่างดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่า คนเราเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การเกิดเป็นมนุษย์เป็นโอกาสอันดียิ่ง เพราะมนุษย์สามารถพัฒนาได้ยิ่งกว่าสัตว์โลกใด ๆ ในทางตรงข้าม หากไม่พัฒนาตนเอง แต่กลับทำตนให้ต่ำลง ก็จะต่ำทรามยิ่งกว่าสัตว์โลกชนิดใด ๆ ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์จงอย่าปล่อยโอกาสที่จะพัฒนาตนให้ผ่านไป เพราะการจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก สำหรับผู้ที่ไม่พัฒนาตนเองนั้น ยากยิ่งนัก

…………………………..

มีคนจำนวนไม่น้อยสงสัยว่า เมื่อเราทำกรรมฝ่ายอกุศลไปแล้วเราสามารถแก้กรรมโดยไม่ต้องไปรับผลของกรรมนั้นได้หรือไม่ เช่น ทำบุญสะเดาะเคราะห์ หรือทำกรรมดีเพื่อลบล้างความชั่ว เป็นต้น

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของเหตุและผล เป็นสัจธรรมหรือความจริงที่เป็นสากล เป็นศาสนาที่สอดคล้องกับกฎของธรรมชาติ การที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไป ผลจากการกระทำสิ่งนั้นย่อมติดตามมาและผลนั้นย่อมมีต่อผู้กระทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นต้นว่า เมื่อเอากำปั้นไปทุบโต๊ะอย่างแรง โต๊ะนั้นย่อมได้รับความกระทบกระเทือน มือที่ทุบโต๊ะย่อมเจ็บ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับแรงที่ทุบและความแข็งแกร่งของพื้นโต๊ะ นี่เป็นกฎธรรมชาติ

เมื่อทุบโต๊ะไปแล้ว จะขอให้มือไม่เจ็บไม่ได้เลย การทุบโต๊ะก็คือกรรมที่ได้ทำไป มือที่เจ็บก็คือผลของกรรมที่ตอบสนอง จะหลีกเลี่ยงหรือไม่ยอมรับผลของกรรมได้อย่างไร

เมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับผล แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขให้ดีขึ้นได้อย่างไร คนที่มีปัญญาย่อมได้บทเรียนจากการเอามือไปทุบโต๊ะแล้วเจ็บ เขาจะไม่ทำเช่นนั้นอีก ส่วนมือที่เจ็บเขาจะรักษาให้หายโดยเร็ว หรือให้ทุเลาขึ้น เช่น หายาแก้ฟกช้ำมาทา หรือรักษาไปตามอาการของมัน ระหว่างที่ยังไม่หาย เขาจะไม่ไปทำเหตุให้มันกระทบกระเทือนฟกช้ำขึ้นมาอีก

การทำกรรมดีเพื่อลบล้างกรรมชั่วนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่การทำความดีก็เหมือนกับการรักษามือที่ฟกช้ำจากการทุบโต๊ะ หากจะแก้กรรมหรือจะสะเดาะเคราะห์ ก็ต้องแก้ด้วยการทำความดี เหมือนการรักษามือให้หายไว ๆ นั่นเอง    

การแก้กรรมที่ถูกวิธีนั้น ไม่ต้องไปทำพิธีกรรมใด ๆ เช่น เสกเป่าสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลือง เสียเงินเสียเวลา ซ้ำยังไม่ได้ผลที่ยั่งยืน เพราะยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม การแก้กรรมที่ถูกวิธีคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนให้ดีขึ้น แก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป นอกจากนี้ควรหมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เมื่อทำแล้วก็อุทิศบุญกุศล ตลอดจนแผ่เมตตาให้แก่สัตว์โลก รวมทั้งผู้ที่มีพระคุณและสัมพันธ์กับเรามาทุกชาติ ที่ขาดไม่ได้ก็คือเจ้ากรรมนายเวร

ถ้าทำได้อย่างนี้ทุกวันก็เท่ากับเป็นการแก้กรรมหรือสะเดาะเคราะห์ทุกวันนั่นเอง วิธีนี้จะช่วยให้ผลของวิบากกรรมฝ่ายอกุศลที่จะได้รับผ่อนหนักเป็นเบาหรือหายไปเร็วขึ้น เหมือนกับการรักษามือที่เจ็บให้หายโดยเร็วนั่นเอง ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังช่วยให้ชีวิตของตนร่มเย็นเป็นสุข เป็นการพัฒนาคุณธรรมของตนให้สูงขึ้น มีความสังวรระวังที่จะไม่สร้างอกุศลกรรมใหม่ให้เกิดขึ้น จะทำสิ่งใดก็เป็นคุณต่อตนเองและผู้อื่น เป็นที่รักที่เมตตาของผู้ที่ตนคบหาด้วย มีคนมาให้การสนับสนุนในกิจกรรมที่ทำ ช่วยให้งานนั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี มีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม

การมีความเห็นถูกย่อมทำในสิ่งที่ถูก นำผลสำเร็จมาให้ หากเห็นผิดทำผิด จะเกิดผลสำเร็จได้อย่างไร

 

ที่มา  คอลัมน์ You are what you do นิตยสาร Secret เขียนโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ประกอบพิธีกรรม อย่างไรไม่ให้ “กำพิธี” ธรรมะจากพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ไขข้อข้องใจเรื่อง “กรรมเก่า” ธรรมะโดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

keyboard_arrow_up