ความทุกข์

ความทุกข์ ความสุข ถ้าเราไม่เกลียด ไม่รัก ทำได้ไหม? บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

ความทุกข์
ความทุกข์

ความทุกข์ ความสุข ถ้าเราไม่เกลียด ไม่รัก ทำได้ไหม?  บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

 

ใคร ๆ ก็รักสุข เกลียดทุกข์ กันทั้งนั้น ที่เรามุ่งแสวงหาทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง เกียรติยศหรือเข้าวัดปฏิบัติธรรมก็เพราะรักสุข ขณะเดียวกันการที่เรามีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอยู่รอบตัวก็เพราะเกลียดทุกข์ กล่าวได้ว่าความรักสุข เกลียดทุกข์เป็นตัวผลักดันให้มนุษย์สร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ (ความทุกข์)

แต่ความรักสุข เกลียดทุกข์ บ่อยครั้งก็สร้างปัญหาให้แก่เราอยู่ไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่เรามีความสุขสบายทางกายมากขึ้น แต่เหตุใดความสุขใจหาได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วยไม่ กลับลดลงไปด้วยซ้ำ ไม่ผิดหากจะกล่าวว่า ขณะที่ความทุกข์กายของคนสมัยนี้ลดลง แต่ความทุกข์ใจกลับเพิ่มมากขึ้น สาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็เพราะความรักสุขเกลียดทุกข์ที่ฝังแน่นอยู่ในใจนั่นเอง

ความรักสุขจะไม่ก่อปัญหาแก่เราเลย หากว่าเมื่อดิ้นรนพากเพียรได้ความสุขมาครอบครองแล้วความสุขนั้นจะอยู่กับเราตลอดไป แต่ความจริงมีอยู่ว่า ความสุขหรือสิ่งที่ให้ความสุขแก่เรานั้นล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยงทั้งนั้น ไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องจากเราไป ยิ่งรักสุข รักทรัพย์ รักชื่อเสียงมากเท่าใดก็ยิ่งทุกข์มากเท่านั้นเมื่อมันหลุดลอยไปจากเรา

คุณยายวัย 80 รักพลอยเม็ดงาม แต่เมื่อพบว่าพลอยหายไป เพราะหลานสาวเผลอกวาดลงถังขยะ ก็ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับจนล้มป่วย นักการเมืองท้องถิ่นมีความสุขมาก เมื่อได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.สมใจ ไปไหนมาไหนก็มีบริวารล้อมหน้าล้อมหลัง อยากเป็นสมัยที่สอง แต่เมื่อแพ้เลือกตั้งก็เป็นทุกข์จนเสียศูนย์ ไม่กล้าปรากฏตัวในที่สาธารณะเพราะรู้สึกอับอาย ยิ่งได้ไปเยือนสถานที่ที่ตัวเองผลักดันก่อตั้ง แล้วพบว่าไม่มีใครมาห้อมล้อมเหมือนเคย ก็เสียใจร่ำไห้และเครียดจัดจนนอนไม่หลับ

จะว่าไปแล้ว ทันทีที่รักสุข อยากได้อะไรมาครอบครองให้สุขสบาย ความทุกข์ก็เกิดขึ้นโดยพลัน เพราะเมื่ออยากได้อะไร ก็ย่อมมีความกลัวหรือวิตกกังวลว่าจะไม่ได้สิ่งนั้น และตลอดเวลาที่ยังไม่ได้มันมา ก็เป็นทุกข์เพราะรู้สึกพร่อง หรือไม่สมหวัง กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทันทีที่รักสุขซึ่งอยู่ข้างหน้าสุขที่มีอยู่เดิมก็หายไป มีความทุกข์มาแทนที่

ความเกลียดทุกข์ก็เช่นกัน แม้มันจะผลักดันให้เราหนีความทุกข์อยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครเลยที่จะหนีความทุกข์พ้น

ใช่หรือไม่ว่าสักวันหนึ่งเราทุกคนก็ต้องแก่ต้องเจ็บ แต่เป็นเพราะเกลียดความแก่ความเจ็บ ดังนั้นเมื่อพบว่าผมหงอก  ผิวย่น  หน้าตกกระ จึงทุกข์ใจเป็นอย่างมาก และเมื่อพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง จึงไม่เพียงแต่ป่วยกายเท่านั้น ใจก็ป่วยด้วย  กลายเป็นการซ้ำเติมตัวเอง ทำให้มีทุกข์สองชั้น มิหนำซ้ำความทุกข์ใจนั้นยังฉุดกายให้ทรุดหนักกว่าเดิมด้วย บางคนพอรู้ว่าเป็นมะเร็ง อยู่ได้แค่สองสัปดาห์ก็ตาย  ทั้ง ๆ ที่หมอบอกว่ามีชีวิตอยู่ได้อีกสามเดือน

บางคนรักความสงบ เวลาทำสมาธิจนจิตสงบ ก็เป็นสุขอย่างมาก แต่พอความสงบหายไป ทำเท่าไรความสงบก็ไม่กลับมา จึงเป็นทุกข์อย่างมาก บางครั้งกลับกลุ้มใจยิ่งกว่าคนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมด้วยซ้ำ ในทำนองเดียวกัน บางคนเกลียดเสียงรบกวน พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังหรือเสียงคนคุยกันขณะนั่งสมาธิ จะรู้สึกหงุดหงิดมาก เพ่งโทษและพุ่งความโกรธไปที่เสียงเหล่านั้น ทั้ง ๆ ที่มันไม่ได้ดังอะไรเลย แท้จริงแล้วเสียงไม่ได้เป็นปัญหา ความรู้สึกเกลียดเสียงต่างหากที่เป็นปัญหา นี่ก็ไม่ต่างจากลิงที่เกลียดกะปิ หากกะปิเปื้อนมือมัน มันจะถูมือกับหินหรือเปลือกไม้จนเป็นแผลเลือดไหลซิบ ถามว่าอะไรทำให้ลิงมีแผล กะปิใช่ไหม เปล่าเลย ความเกลียดกะปิในใจลิงต่างหาก

นักปฏิบัติธรรมจำนวนไม่น้อยมีความทุกข์เวลาเกิดความฟุ้งซ่านหรือความเครียด แท้จริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความฟุ้งซ่านหรือความเครียด แต่อยู่ที่ความรู้สึกเกลียดที่มีต่ออาการเหล่านั้นต่างหาก ถ้าหากมองว่ามันเป็นธรรมดาของใจหรือวางใจเป็นกลางต่ออาการเหล่านั้น ความทุกข์จะลดลงมาก ยิ่งผลักไสไล่ส่งมัน มันก็ยิ่งเป็นศัตรูกับเรา หาทางก่อกวนเราไม่เลิก แต่ทันทีที่ยอมรับมันหรือยิ้มรับมันอย่างที่เราทำกับแขกผู้มาเยือน มันก็จะกลายมาเป็นมิตรกับเรา รบกวนเราน้อยลง และพร้อมจะจากไปในเวลาไม่นาน เหมือนอาคันตุกะที่รู้เวลาของตัวเอง

แม้เราจะรักความสุขมากมายเพียงใด ความสุขก็หาได้รักเราไม่  วันดีคืนดีความสุขก็จากเราไป  ถึงจะกลับมาใหม่ ก็อยู่กับเราประเดี๋ยวประด๋าว  ส่วนความทุกข์นั้น  แม้เราจะเกลียดเพียงใด แต่มันก็มักจะมาหาเราอยู่เสมอ ยิ่งพยายามหนีมัน มันก็ยิ่งเข้ามาพัวพัน เคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเกลียดอะไร ก็ยิ่งเจอสิ่งนั้น ในทางตรงข้ามยิ่งรักอะไร ก็มักสูญเสียสิ่งนั้น หรือเหนื่อยกับการไล่ล่ามากขึ้นเพราะมันเอาแต่หนีห่างออกไป

ลองวางใจเป็นกลางต่อสุขและทุกข์ดูบ้าง สุขมาก็ไม่ยินดี ทุกข์มาก็ไม่ยินร้าย เมื่อได้รับคำชมก็ไม่ระเริง เมื่อถูกตำหนิก็ไม่ห่อเหี่ยว ยามสำเร็จก็ไม่ลิงโลด ยามล้มเหลวก็ไม่ซึมเซา แต่ถ้าอาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับใจ ไม่ว่าบวกหรือลบ ก็แค่รับรู้เฉย ๆ ด้วยใจเป็นกลาง ดีใจก็รู้ว่าดีใจ ไม่ไขว่คว้าคลอเคลีย เสียใจก็รู้ว่าเสียใจ ไม่ปฏิเสธผลักไส ถือว่าต่างคนต่างอยู่ ไม่นานก็จะพบว่า  พอไม่รักสุข สุขก็กลับมา พอไม่เกลียดทุกข์ ทุกข์กลับลาจาก แม้ทุกข์กายยังต้องเจออยู่ แต่ใจไม่ทุกข์ แม้เสียทรัพย์ แต่ใจไม่เสียไปด้วย

มาถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกว่า รักสุขไปเถิดถ้าคิดว่าสุขนั้นเที่ยง เกลียดทุกข์ไปเถิดถ้าคิดว่าหนีทุกข์พ้น แต่ถ้าหนีทุกข์ไม่พ้น ก็ควรเกลียดมันให้น้อยลง ยอมรับมันให้มากขึ้น และถ้าไม่แน่ใจว่าสุขที่มีนั้นเที่ยงแท้แน่นอน ก็ควรรักหรือหวงแหนมันให้น้อยลง

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

Image by StockSnap from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าอ่าน

เพื่อนมนุษย์ ความทุกข์ และความตาย บทความเตือนสติมนุษย์ุกข์

ความทุกข์ ของคนที่ชอบ “แบก” ไว้มากมาย

ลาก่อนความทุกข์ 4 วิธีรับมือกับความทุกข์ในตัวคุณ

ดิฉันควรจะทำอย่างไรจึงจะ หลุดพ้นจากความทุกข์ โดยไม่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์อีกคะ

7 ข้อคิด – บทเรียนชีวิตจากคนดัง ผู้ก้าวผ่านความทุกข์

คำสอนเพื่อปล่อยวางความทุกข์จาก หลวงปู่แหวน สุจิณโณ อริยสงฆ์แห่งเมืองเชียงใหม่

หากกลัวความทุกข์ จงข่มจิตให้อย่ากลัวความทุกข์ คำแนะนำจากแม่ชีศันสนีย์

ความทุกข์ของ คนเก่ง – DHAMMA THERAPY

keyboard_arrow_up