หมอชีวกโกมารภัจจ์ คนที่สังคมต้องการ

หมอชีวกโกมารภัจจ์
หมอชีวกโกมารภัจจ์

หมอชีวกโกมารภัจจ์ คนที่สังคมต้องการ

เมื่อพิจารณาประวัติของบุคคลสำคัญในสมัยพุทธกาลแล้ว ชีวิตของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ดูจะเป็นเรื่องราวที่ตอกย้ำคำพูดที่ว่า“ปัญญาเหนือโชคชะตา” ได้เป็นอย่างดี เรื่องราวของหมอชีวกเริ่มต้นจาก

ทารกคนหนึ่งถูกมารดาผู้เป็นหญิงงามเมืองทอดทิ้งเพราะความจำเป็น เด็กชายส่งเสียงร้องไม่เป็นภาษาไปตามยถากรรม จนเมื่อมีผู้ใจบุญรับอุปการะ ทารกผู้นี้จึงได้ชื่อตามชะตาชีวิตว่า “ชีวก” แปลว่า ผู้ยังมีชีวิตรอดมาได้ตลอดเวลาที่เด็กชายชีวกอยู่ในความคุ้มครองของบิดาบุญธรรม เด็กชายมีโอกาสเอื้อนเอ่ยคำว่า “พ่อ”ก็จริงอยู่ แต่ทว่าชีวิตที่ถูกผู้คนหยามหยันว่าเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้หนุ่มน้อยชีวกต้องหาทางพิสูจน์คุณค่าของตนเอง ชีวกออกเดินทางจากบ้านที่อยู่อู่ที่นอนเพื่อไปศึกษาเล่าเรียน ชายหนุ่มเลือกศึกษาศาสตร์การแพทย์เพื่อช่วยเยียวยารักษาเพื่อนมนุษย์ให้พ้นจากอาการป่วยไข้ ด้วยความมุ่งมั่นพยายาม เวลาเพียงเจ็ดปี เด็กที่ถูกเก็บมาจากกองขยะก็ได้รับการเรียกขานด้วยถ้อยคำใหม่ว่า “หมอชีวก”

นายแพทย์ฝีมือดี อุทิศเวลารักษาคนเจ็บโดยไม่เกี่ยงชั้นวรรณะ ท่านรักษาโรคเรื้อรังได้ทุกชนิด นำเอาพืชผักต่างๆ มาปรุงเป็นยาสมุนไพรได้หลายขนาน ภายในระยะเวลาไม่นาน ผู้คนจึงเปลี่ยนสมญานามให้ท่านอีกครั้งว่า “หมอเทวดา”

ในเวลาไม่นาน ท่านก็สามารถพิสูจน์ให้ผู้คนเห็นว่า ความสามารถของท่านนั้นอยู่นอกเหนือข้อจำกัดเรื่องโชคชะตาหรือชาติกำเนิด เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งชีวิต หมอหนุ่มนาม “ชีวก”ก็สามารถทำให้ทุกคนประจักษ์ในความเก่งของตนได้อย่างงดงาม

 

แต่สำหรับมนุษย์ผู้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ด้วยอุดมการณ์สูงส่ง ความเด่นดีด้านวิชาความรู้อย่างเดียว ย่อมไม่เพียงพอสำหรับหมอเทวดาของคนสามัญท่านนี้

 

แม้ความสามารถที่เล่าเรียนมาจะเอื้ออำนวยให้ท่านหารายได้จากอาชีพแพทย์ได้อย่างมหาศาล แต่หมอชีวกกลับอุทิศแรงกายแรงใจรักษาคนเจ็บไม่เลือกชนชั้น ท่านพอใจกับการเป็นแพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้าเพราะท่านทราบดีว่า

 

หากองค์ศาสดามีพระพลานามัยแข็งแรง นั่นหมายถึงว่าพระองค์จะมีกำลังโปรดสัตว์โลกอย่างกว้างขวาง แล้วเมื่อนั้นพระพุทธศาสนาก็จะเผยแผ่ไปทุกสารทิศ

 

นายแพทย์ชีวกปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ท่านเดินทางรักษาคนไข้จนมีเวลาเหลือสำหรับการปฏิบัติธรรมเพียงน้อยนิด นั่นเป็นเหตุที่ทำให้ท่านไม่มีโอกาสห่มผ้าจีวรและไม่เคยบรรลุธรรมขั้นใด แต่เหนือสิ่งใดทั้งปวงนายแพทย์ผู้นี้ก็อิ่มใจที่ได้อุทิศชีวิตบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้คนที่ป่วยไข้ไม่สบาย ดังนั้นการที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องหมอชีวกว่า เป็นเอตทัคคะในทางเป็นที่รักของปวงชน จึงมิใช่คำสรรเสริญที่เกินจริงแต่อย่างใดนายแพทย์แห่งพุทธสมัยผู้นี้มิได้โดดเด่นด้วยปัญญา ความสามารถเพียงอย่างเดียว ทว่าท่านยังดีเด่นด้วยจิตใจที่พร้อมจะผ่อนบรรเทาความทุกข์ของผู้อื่นอยู่เสมอ

 

อุดมคติแห่งชีวิตที่หมอชีวกโกมารภัจจ์ยึดถือ นับเป็นต้นแบบของมนุษย์ผู้ใช้ความรู้ความสามารถของตนเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีงามแก่สังคม

 

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของโลกได้พิสูจน์จนประจักษ์แล้วว่า“มนุษย์สมบูรณ์แบบ” ที่ประกอบขึ้นด้วยความเก่งและความดีในปริมาณที่เท่าๆกันอย่างหมอชีวก เป็นลักษณะของบุคคลที่สังคมต้องการ ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด

 

เรื่อง อิสระพร บวรเกิด

keyboard_arrow_up