ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง
ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

เรื่องที่จิตจะปฏิเสธว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรานั้น อาจจะไม่ปฏิเสธไปเสียทุกครั้ง เพราะการปฏิเสธของจิตมิใช่เป็นเรื่องบังคับ หากเป็นธรรมชาติที่เป็นจริง แต่เมื่อใดที่จิตมีความรู้เห็นในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ มีความไม่เที่ยงอย่างนี้ และรู้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเป็นเรา จิตจะเอาอะไรเป็นเครื่องยึดถือ เพราะจิตได้รู้เห็นโทษภัยในการยึดถือทั้งหมดแล้วว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ ไม่มีความสงสัยลังเลในสัจธรรมทั้งหลาย จิตก็ย่อมปฏิเสธและทอดอาลัยในความยึดถือทันที ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง

นี้คือจิตมีความฉลาด สามารถที่จะรู้เห็นในปัญญาญาณอย่างเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดในภพทั้งสามจะปิดบังอำพรางในวิปัสสนาญาณนี้เลย แม้จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอดีต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอดีต จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอนาคต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอนาคต นี้ก็เพราะปัจจุบันมีสัจธรรมที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว การกำหนดดูในเรื่องอดีต อนาคต จึงไม่มีปัญหาที่จะทำให้เกิดความสงสัย เพราะความเป็นไปในสัจธรรมมีสภาพเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เหมือนกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ฉะนั้น การรู้เห็นในสัจธรรมในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นเครื่องยืนยันตัดสินได้อย่างถูกต้อง นี้คือความรู้รอบ เป็นความรอบรู้ในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดถือ ถ้ารู้เห็นในสัจธรรมว่าเป็นจริงแล้วอย่างนี้ จึงไม่มีสิ่งใดจะมาบังคับให้จิตมีความยึดถือได้ เหมือนกับรู้เห็นไฟว่าเป็นของร้อน รู้เห็นงูพิษว่าเป็นงูพิษ รู้เห็นเสือว่าเป็นเสือ รู้เห็นจระเข้ว่าเป็นจระเข้ รู้เห็นมูตรคูถว่าเป็นของสกปรกโสโครก ใครเล่าจะไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้

หนทางที่จะหลีกหนีให้พ้นไปจากสิ่งเหล่านี้ ก็ผู้นั้นแลจะรู้เห็นเส้นทางที่จะหนีไปให้พ้นเองนี้ฉันใด เมื่อจิตมีญาณคือความรู้ จิตมีความสว่างในการเห็น ความรู้ความเห็นทั้งสองนี้มารวมในจุดเดียวเมื่อไร ความฉลาดความเฉียบแหลมคมคายก็เกิดขึ้นภายในจิตใจทันที จะพิจารณาในสัจธรรมหมวดใด ก็จะรู้ชัดเห็นจริงในสัจธรรมหมวดนั้น ๆ อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน และหายสงสัยในสัจธรรมหมวดนั้น ๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปถามใคร ๆ ทั้งสิ้นฉันนั้น

นี้คือความรู้เห็นตามความเป็นจริง จิตจึงปฏิเสธได้ว่า ในโลกนี้จึงไม่มีอะไรเป็นเราและเป็นของของเราแม้แต่นิดเดียว

 

ที่มา  ทวนกระแสโลก พบกระแสธรรม โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

รับรู้แต่ไม่ยึดติด ไม่ว่าอารมณ์บวกหรืออารมณ์ลบ

“ปล่อยวางได้ก็เป็นสุข” คารา พลสิทธิ์

ตัวกู ชูคอ รู้ไหม กูเป็นใคร – บทความดีๆ จาก พระไพศาล วิสาโล

“อานาปานสติ” กรรมฐานที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ

อานาปานสติ ใช้ลมหายใจนี้จัดการความเครียดกันเถอะ

ซอยนี้มีรถเยอะ – อุทธาหรณ์สอนใจให้คลายความหงุดหงิดตั้งมั่นในสมาธิ

เมื่อลูกชายเกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง จนต้องหาวิธีเยียวยา

keyboard_arrow_up