10 เหตุผลที่เราทุกคนควรมีเมตตา ข้อคิดสะกิดใจโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

เมตตา
เมตตา

ทำไมพระบรมศาสดาของทุกศาสนาจึงเน้นย้ำให้มนุษยชาติทั่วทั้งโลกอยู่กันด้วย เมตตา เพื่อจะตอบคำถามนี้ ขอให้เราลองมาพิจารณาเหตุผลต่อไปนี้ร่วมกัน

(1) มนุษยชาติ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ อาจเคยเป็นญาติพี่น้องหรือวงศาคณาญาติกันมาแต่ชาติปางก่อน

เพราะในสังสารวัฏอันยาวไกลที่หาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไม่พบนี้ เราล้วนเคยเวียนว่ายตายเกิดกันมาแล้วนับชาติภพไม่ถ้วนตลอดเวลาอันยาวนานนี้ เราอาจเคยเกี่ยวข้องกันมาแล้วในฐานะต่าง ๆ บ้างเคยเป็นมารดา บ้างเคยเป็นบิดา บ้างเคยเป็นบุตรธิดา บ้างเคยเป็นสามีภรรยา บ้างเคยเป็นเพื่อน พี่ น้อง บริวาร อาจารย์ ศิษย์ ฯลฯ กันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่เมตตาต่อคน ซึ่งครั้งหนึ่งอาจเคยเป็นพี่น้องวงศาคณาญาติของเราเอง

(2) มนุษย์ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ ต่างก็เป็นสัตว์โลกซึ่งดำรงความเป็นสมาชิกของโลกนี้ประเภทหนึ่งเหมือนกันกับเรา

จริงอยู่ แม้คน สัตว์ เทวดา จะมีความแตกต่างกันโดยอัตภาพที่ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกบ้าง แต่เมื่อว่าโดยภาพรวมแล้ว เราทั้งหมดก็ล้วนอยู่ในสังกัดเดียวกัน คือเป็นสัตว์โลกผู้เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้เหมือนกัน จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่ เมตตา ต่อกันและกัน

(3) มนุษย์ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ ต่างก็เป็นผู้ตกอยู่ในกฎธรรมชาติเช่นเดียวกันกับเรา

กล่าวคือ มนุษย์ สัตว์ เทวดา แม้จะเกิดมาแตกต่างกัน แต่ก็ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในอาณัติของกฎแห่งธรรมชาติอันเป็นสากลที่เรียกว่า กฎไตรลักษณ์ เหมือนกันทั้งหมดทั้งสิ้น นั่นคือต่างก็ตกอยู่ในความไม่เที่ยง (อนิจฺจตา) เป็นทุกข์ (ทุกฺขตา) เป็นอนัตตา (อนตฺตตา) และนอกจากนี้แล้ว ต่างก็ตกอยู่ใต้กฎแห่งกรรมเสมอเหมือนกัน ล้วนถูกผลักดัน ถูกเหนี่ยวนำให้ขึ้นสูง ลงต่ำ รุ่งโรจน์ ร่วงโรย ด้วยพลังแห่งกรรมที่ตนเป็นผู้ลงมือทำและสั่งสมไว้ทั้งสิ้น ในเมื่อมนุษย์ สัตว์ ต่างก็ตกอยู่ในวัฏจักรแห่งกรรมที่คอยเหนี่ยวนำชีวิต (กมฺมุนา วตฺตตี โลโก) เหมือนกัน เราจึงไม่ควรจงเกลียดจงชังกัน เพราะลำพังแค่สัตว์โลกแต่ละคน แต่ละตน แต่ละตัว จะต้องรับผิดชอบต่อกรรมที่ตนเคยก่อไว้ ก็เป็นภาระมากพอแล้ว เราจึงไม่ควรไปตอกย้ำซ้ำเติมใครต่อใครให้เจ็บช้ำน้ำใจเพิ่มขึ้นมาอีก เมื่อพิจารณาเห็นว่า เขาก็มีกรรมของเขา เราก็มีกรรมของเราเช่นนี้แล้ว ต่างฝ่ายจึงต่างควรมีเมตตาต่อกันและกัน

(4) มนุษย์ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ ล้วนถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันตามกฎอิทัปปัจจยตาที่ว่า “สรรพสิ่งล้วนอิงอาศัยกัน”

ก็ในเมื่อเราต่างก็ “อิงอาศัยกัน” หรือ “ขึ้นต่อกันและกัน” ด้วยเหตุนั้น การที่เราทำร้ายกัน ก็เหมือนกับทำร้ายตัวเอง การที่เราดีต่อกัน ก็เหมือนดีกับตัวเอง การที่เราเมตตาต่อกัน ก็เหมือนกับเมตตาต่อตัวเอง ในเมื่อความเป็นไปในชีวิตของเราล้วนเชื่อมโยงกับสรรพสิ่งในลักษณะ “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” เราจึงไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไม่มีเมตตาต่อกัน เพราะทุกคน ทุกสิ่ง ที่เราเมตตาด้วย จะส่งผลย้อนกลับมาเป็นความเมตตาต่อตัวเราด้วยเสมอไป

(5) มนุษย์ รวมทั้งสรรพชีพ สรรพสัตว์ ต่างก็มีความต้องการพื้นฐานเช่นเดียวกันกับเรา อันได้แก่ รักสุข เกลียดทุกข์ กลัวต่ออาชญา และหวาดผวาต่อความตายเหมือนกัน

ไม่ว่ามนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย จะมีความต้องการที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อกล่าวเฉพาะความต้องการพื้นฐานอันเป็นหลักใหญ่ใจความแล้ว ต่างก็มีความต้องการพื้นฐานที่เป็นเช่นเดียวกัน นั่นคือ ต่างก็รักความสุข เกลียดความทุกข์ กลัวต่อการลงทัณฑ์ และหวาดผวาต่อมรณภัยที่จะมาถึงด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ก็ในเมื่อสรรพชีพ สรรพสัตว์ ล้วนแล้วแต่มีความต้องการพื้นฐานเช่นเดียวกันกับเรา จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่เมตตาต่อกัน

 

กดเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป>>>

keyboard_arrow_up