หลวงปู่เจี๊ยะ

“ธรรมชอบ โลกชัง” เรื่องเล่าของ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น

Alternative Textaccount_circle
event
หลวงปู่เจี๊ยะ
หลวงปู่เจี๊ยะ

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท

วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จังหวัดปทุมธานี

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท มีปฏิปทาแตกต่างจากสมณะทั่วไป เรียกได้ว่าเป็นผู้มีกิริยาที่ธรรมชอบ แต่โลกชัง เพราะท่านไม่ยึดติดพิธีรีตองซึ่งเป็นของสมมติในทางโลก

เล่ากันว่า คราวหนึ่งท่านรับนิมนต์ไปเจริญพระพุทธมนต์ในพิธีมงคลสมรส เมื่อเดินทางไปถึงบ้านเจ้าภาพ แทนที่หลวงปู่จะขึ้นบันไดตามปกติ ท่านกลับโหนตัวปีนขึ้นทางลูกกรง เพราะเห็นว่ามีคนถอดรองเท้าวางระเกะระกะขวางบันได พอขึ้นไปนั่งบนอาสนะเรียบร้อย แทนที่จะเริ่มพิธีสงฆ์ตามปกติ ท่านกลับถามเจ้าภาพหน้าตาเฉยว่า

“จะสวดไหม ไม่สวดให้ยกมาประเคนกินกันเลย พระมากินให้เป็นมงคลแล้วเนี่ย”

หลังจากเจริญพระพุทธมนต์เสร็จ ท่านก็โหนตัวกลับลงไปทางลูกกรงตามเดิม สร้างเสียงฮือฮาแก่แขกเหรื่อในงาน ลูกศิษย์ผู้ติดตามต่างเก้อเขินกับกิริยาของพระอาจารย์ แต่ตัวท่านเองกลับไม่หวั่นไหวว่าโลกจะวิจารณ์ท่านอย่างไร

ครั้งหนึ่งหลวงปู่ขาเจ็บ เดินบิณฑบาตไม่สะดวกนัก แต่แทนที่จะอยู่วัดคอยให้คนนำเอาอาหารมาถวาย ท่านกลับนั่งรถออกมาบิณฑบาตที่บ้านลูกศิษย์ เมื่อมาถึงก็วางบาตรแล้วกางหนังสือพิมพ์อ่าน พลางออกปากสั่งว่า

“เอ้า เอาข้าวมาให้กูกิน” เมื่อลูกศิษย์ทักท้วงจึงอธิบายสั้น ๆ ว่า “ขากูเจ็บนี่หว่า”

“ท่านอาจารย์ไม่ต้องมาบิณฑบาตเลย นอนอยู่เฉย ๆ เลย จะจัดไปถวายที่วัดเอง”

“ไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะด่า หาว่าขี้เกียจบิณฑบาต”

ลูกศิษย์จึงติงท่านทีเล่นทีจริงว่า “นั่นละ เขาจะด่าหนักละ ไปอย่างนั้น”

 

หลวงปู่เจี๊ยะ

 

เวลาบิณฑบาตไปบ้านญาติโยมที่คุ้นเคย ท่านจะถือวิสาสะเดินเข้าไปบอกเจ้าของบ้านว่า “เฮ้ย ชงกาแฟถ้วยซิ” ว่าแล้วท่านก็นั่งไขว่ห้าง จิบกาแฟพลางสูบบุหรี่ วันดีคืนดีก็ตะโกนบอกซ้ำอีกว่า “เฮ้ย ตำน้ำพริกกุ้งแห้งเกลือให้กูหน่อย” ลูกศิษย์ลูกหาต่างทราบดีว่า ปกติวิสัยของพระอาจารย์เป็นเช่นนี้เอง

การเดินทางไปไหนมาไหนของหลวงปู่เจี๊ยะ ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ ก็ไม่ใช้พาหนะหรูหราเพื่อประกาศยศถาบารมี แต่ท่านมักประคองจีวรออกไปดักโบกรถสิบล้อขออาศัยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ลักษณะการโบกรถของท่านเป็นที่น่าหวาดเสียว เพราะท่านไม่ได้ยืนโบกอยู่ริมถนนอย่างคนปกติ แต่ก้าวออกไปโบกรถกลางถนน รถทุกคันที่ท่านหมายตาจะต้องเบรกตัวโก่ง แล้วจอดรับท่านด้วยความระทึกขวัญทุกคันไป บางครั้งโชคไม่ดี รถสิบล้อคันที่โบกมีผู้หญิงนั่งคู่กับคนขับมาด้วย หลวงปู่เจี๊ยะต้องปีนขึ้นไปนั่งบนหลังคา นั่งตากลมหนาวสั่นอยู่เช่นนั้นจนกว่าจะถึงที่หมาย การเดินทางของท่านนั้นเรียกว่า “เป็นผู้ไปง่ายมาง่าย” อย่างแท้จริง

ความไม่ยึดติดในลาภยศปรากฏชัดเจนในเหตุการณ์ที่หลวงปู่เจี๊ยะมีกิจนิมนต์เข้าวัง ครั้งนั้นท่านเข้ามาพักอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยไม่ได้เอาพัดยศจากจังหวัดจันทบุรีติดมาด้วย ท่านจึงถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายศาสนพิธีว่าต้องใช้พัดยศหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าไม่ต้องใช้ แต่พอสวดเจริญพระพุทธมนต์เสร็จ กำลังจะลงมือฉันอาหาร ฝ่ายพิธีในวังกลับถามขึ้นว่า “ทำไมพระองค์นั้นไม่เอาพัดยศมา” เท่านั้นเอง ทุกคนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อหลวงปู่เจี๊ยะ “โวย” ขึ้นว่า

“เฮ้ย! หยุดกินเดี๋ยวนี้นะ หยุดกินเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวอาตมาจะไปเอาพัดยศที่จันทบุรีก่อน กูถามมึงแล้วว่ามึงจะเอาหรือเปล่าพัดยศน่ะ มึงบอกไม่เอา กูก็ไม่เอามา มึงหยุดเลย เดี๋ยวรอพัดยศจากจันทบุรี”

พิธีในวันนั้นดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครต้องรอพัดยศจากจันทบุรี แต่ทุกคนต่างตระหนักดีว่า หลวงปู่ท่านไม่เอาธุระในทางโลกอย่างสิ้นเชิง ท่านประพฤติธรรมเพื่อธรรมเท่านั้น ไม่ยึดติดตำแหน่งลาภยศ แม้มีวาจาขวานผ่าซาก ไม่น่าฟัง แต่ท่านนอบน้อมในธรรม ยามท่านเทศน์สอนเรื่องการปฏิบัติจะสัมผัสได้ว่าท่านเข้าถึงธรรมอันเป็นที่สุด

ปฏิปทาของหลวงปู่เจี๊ยะเป็นไปในลักษณะ “เน้นธรรม แต่ไม่เน้นพิธีกรรม” อย่างไรอย่างนั้น

 

ที่มา   ชุดสุดยอดสงฆ์ 1 : หลวงปู่เจี๊ยะ  สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

ภาพ  ลานธรรมจักร

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

“ปรมาจารย์สายพระกรรมฐาน” หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล อาจารย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

อยากหมดทุกข์ต้องปฏิบัติทุกขณะ ธรรมะจากพระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรังสี)

สมาธิวิธี โดย พระญาณวิศิษฎ์สมิทธิวีราจารย์ (หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม)

อานิสงส์ของการมีครู ธรรมะจาก หลวงปู่หลุย จันทสาโร

“รับความจริงได้ย่อมไร้ทุกข์” ธรรมะจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ


 

keyboard_arrow_up