สมเด็จโต พรหมรังสี

ปฏิภาณในการเทศน์ของ สมเด็จโต พรหมรังสี เรื่องเล่าที่หลายคนยังไม่เคยได้ยิน

สมเด็จโต พรหมรังสี
สมเด็จโต พรหมรังสี

ปฏิภาณในการเทศน์ของ สมเด็จโต พรหมรังสี เรื่องเล่าที่หลายคนยังไม่เคยได้ยิน

พุทธศาสนิกชนหลายคนคงเคยท่องคาถาชินบัญชรอันศักดิ์สิทธิ์ และทราบดีว่าผู้ที่ค้นพบคาถาชินบัญชรนี้ ก็คือ สมเด็จโต พรหมรังสี จอมปราชญ์ผู้ฉลาดหลักแหลมแห่งวงการพุทธศาสนาเมืองไทย นอกจากนี้ชาวไทยทุกคนยังรู้จักผีนางนาค และก็รู้อีกเช่นกันว่า สมเด็จโต คือผู้ปราบ…แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ซีเคร็ตเชื่อว่า หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยิน

ปฏิภาณในการเทศน์

ครั้งหนึ่งเจ้าประคุณสมเด็จฯได้ถวายเทศนาในพระราชฐานติดกัน 3 วัน วันแรกท่านเทศน์ได้เรียบร้อย ไม่ยาวไม่สั้นจนเกินไปวันที่สองพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ มีพระราชประสงค์จะสดับพระธรรมเทศนาแต่เพียงย่อ ๆ  ด้วยทรงกำลังกระวนกระวายพระทัย (นัยว่าเจ้าจอมประสูติ)  แต่ทรงเกรงอัธยาศัย  จึงคงประทับฟังจนจบ วันนั้นเจ้าประคุณสมเด็จฯกลับถวายเทศน์พิสดารยืดยาวมาก  ครั้นวันที่สามทรงมีพระราชประสงค์จะสดับพระเทศนานานเท่าใดก็ได้แต่เมื่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ ถวายศีล  บอกศักราช  ถวายพระพรแล้วกลับกล่าวเพียงว่า

“ไม่ว่าจะถวายพระธรรมเทศนาหมวดใดๆ มหาบพิตรก็ทรงทราบหมดแล้ว…เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้” แล้วท่านก็ลงจากธรรมาสน์

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสงสัยจึงตรัสถามว่า

“ขรัวโต! เมื่อวานเทศน์ยาว วันนี้เทศน์สั้น เพราะเหตุประการใดหรือ” เจ้าประคุณสมเด็จฯ ถวายพระพรว่า

“เมื่อวานมหาบพิตรทรงมีพระราชหฤทัยกังวลขุ่นมัวเป็นอันมากจะดับเสียได้ก็โดยทรงสดับพระธรรมเทศนาให้มาก แต่วันนี้เห็นว่าทรงมีพระราชหฤทัยผ่องแผ้วแล้ว  จะไม่ทรงสดับเสียก็ยังได้”

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวล และไม่ได้ตรัสถามอะไรอีก

อีกคราวหนึ่ง  มีผู้นิมนต์ท่านไปเทศน์คู่กับพระราชาคณะองค์อื่น ขณะที่ใกล้จะจบ พระราชาคณะองค์ที่เป็นคู่เทศน์หยอดท้ายเป็นปริศนาว่า

“พายเถอะนะพ่อพาย ตะวันจะสายตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า”

เจ้าประคุณสมเด็จฯเทศน์แก้ออกไปโดยทันทีว่า “ก็โซ่ไม่แก้ ประแจไม่ไข จะพายไปไหวหรือพ่อเจ้า”

คำเทศน์ที่เป็นปริศนาธรรมประโยคแรกมีความหมายว่า อันชีวิตของมนุษย์เรานี้นับวันมีแต่จะร่วงโรยไปทุกวัน  ให้เร่งสร้างบุญสร้างกุศลและปฏิบัติตามหลักธรรมเข้าไว้เถิด มิฉะนั้นจะเป็นการสายเกินไปเพราะความตายใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

ส่วนคำแก้ของเจ้าประคุณสมเด็จฯนั้นมีความหมายว่า เพราะเหตุที่มนุษย์ทุกคนมีแต่กิเลสตัณหาอยู่แน่นหนาทั้งนั้นถ้าไม่ขจัดสิ่งเหล่านี้เสียก่อนแล้วจะกระทำ (สร้างบุญกุศล) ไปได้อย่างไร

นอกจากการเทศน์ซึ่งเป็นไปตามทำนองที่นิยมเทศน์กันแล้ว เจ้าประคุณสมเด็จฯยังสามารถเทศน์โดยอาศัยหลักวิชาทางอื่นเป็นส่วนประกอบ เช่น อาศัยหลักวิชาโหราศาสตร์เทศน์เรื่องนักษัตร ด้วยความเก่งกล้าสามารถอย่างเอกอุ  ชื่อเสียงของท่านจึงขจรไปไกล  ถึงขนาดได้รับนิมนต์ให้เดินทางไปเทศน์โปรดพระเจ้าแผ่นดินเขมร  จึงถือได้ว่าเป็นพระธรรมทูตองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่เดินทางไปเชื่อมสันถวไมตรีที่นั่นอีกด้วย


ข้อมูลอ้างอิง

ชีวประวัติ อภินิหาร  พระคาถาชินบัญชร ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)  วัดระฆัง  รวบรวมโดยบุษยเทพย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต  พรหมรังสี)  เรียบเรียงโดยชัย  บัญชร


 เรื่อง เสาวลักษณ์ ศรีสุวรรณ ภาพ วรวุฒิ วิชาธร

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

วัดระฆัง วัดสมเด็จโต พรหมรังสี  วัดที่ใครๆ ก็อยากไป

“เมื่อสมเด็จโตเข้าฝันผม” เรื่องราวอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริง

 

keyboard_arrow_up