8 อุบายระงับอาการ ง่วงนอนขณะนั่งสมาธิ คิดค้นโดยพระพุทธเจ้า

ง่วงนอนขณะนั่งสมาธิ น่าจะเป็นปัญหาคลาสสิคสำหรับผู้เข้าปฏิบัติธรรมใหม่ทุกคน 

พระอาจารย์มานพ อุปสโม ได้เคยกรุณาบอกวิธีแก้ง่วงแก่ผู้เข้าคอร์สปฏิบัติธรรมว่า “ต้องฝืน มันง่วงก็ง่วงไป แต่เราไม่ง่วง บอกมันเลยว่าเอ็งง่วงก็ง่วงไป แต่ข้าไม่ง่วง เอ็งอยากหยุดก็หยุดไป แต่ข้าจะทำต่อ มันต้องขัดขืน ต้องฝืน ง่วงก็ออกเดินจงกรมต่อไป เดินไปทั้งๆ ที่ง่วงนี่แหละ ลองฝืนไป ไม่เกิน 30 นาทีก็หายง่วงแล้ว ถ้าไม่ไหวก็ไปล้างหน้าสักหน่อย สะบัดแรงๆ แล้วก็ใส่ใจให้ชัดเจน จะช่วยทำให้อาการง่วงลดน้อยลง

“พระสงฆ์สมัยก่อนท่านแก้ง่วงด้วยการไปนั่งริมหน้าผา ถ้าอยากง่วงนักก็ให้มันตกหน้าผา หมดเรื่องหมดราวไป ปรากฏว่าพอไปนั่งริมหน้าผาก็กลัวว่าจะตกลงไปเลยไม่กล้าง่วง หรือเอาน้ำล้างหน้า ลูบเนื้อลูบตัว มองแสงสว่าง มนสิการบทธรรมะบทใดบทหนึ่ง หรือสาธยายมนต์บทใดบทหนึ่งก็เป็นวิธีแก้ง่วงเช่นกัน

ง่วงนอนขณะปฏิบัติธรรม

จะว่าไปปัญหา ง่วงนอนขณะนั่งสมาธิ ไม่ใช่ปัญหาใหม่ เพราะมีมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล

ดังมีเรื่องเล่าพุทธกาลที่เล่าต่อๆ กันมาว่า  ครั้งที่พระมหาโมคคัลลานะอุปสมบทได้ 7 วัน ได้ไปทำความเพียรอยู่ที่ป่าใกล้บ้านกัลป์ลาวาลมุตตาคาม แขวงมคธ ครานั้นถูกถีนมิทธารมณ์ คือ ความง่วงเหงาเข้าครอบงำ ไม่สามารถจะทำความเพียรได้ พระพุทธเจ้าซึ่งขณะนั้นกำลังประทับอยู่ ณ สวนเภสกลาวัน ซึ่งเป็นสถานที่ให้เหยื่อแก่เนื้อ ใกล้เมืองสุงสุมารคิรี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นภัคคะ ทรงทราบด้วยพระญาณว่าพระโมคคัลลานะโงกง่วงอยู่ จึงทรงทำปาฏิหาริย์ให้เห็นปรากฏ ประหนึ่งว่าเสด็จประทับอยู่ตรงหน้า ทรงแสดงอุบายระงับความง่วงแก่พระมหาโมคคัลลานะ 8 ลำดับ ดังนี้

1.โมคคัลลานะ เมื่อเธอมีสัญญาอย่างใดแล้ว เกิดความง่วงขึ้น เธอจงทำไว้ในใจซึ่งสัญญาอย่างนั้นให้มาก จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

2.ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรตรึกตรองถึงธรรมที่ได้เรียนมาแล้ว ได้ฟังมาแล้วให้มาก จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

3.ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรสาธยายธรรมที่ได้เรียน ได้ฟังมาแล้วให้มาก จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

4.ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรยอนช่วงหูทั้งสองข้าง และลูบตัวด้วยฝ่ามือ จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

5.ถ้ายังละไม่ได้ เธอจงลุกขึ้นแล้วลูบนัยน์ตา ลูบหน้าด้วยน้ำ เหลียวดูทิศทั้งหลาย แหงนดูดาว จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

6.ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรทำไว้ในใจถึงอาโลกสัญญา ถือกำหนดความสว่างไว้ในใจเหมือนกัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำใจให้เปิด ให้สว่าง จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

7.ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรเดินจงกรมสำรวมอินทรีย์ มีจิตใจไม่คิดไปภายนอก จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

8.ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรสำเร็จสีหไสยาสน์ นอนตะแคงขวา ซ้อนเท้าให้เลื่อมกัน มีสติสัมปชัญญะ หมายใจว่าจะลุกขึ้นเป็นนิตย์ เมื่อตื่นแล้ว ควรรีบลุกขึ้นด้วยตั้งใจว่าเราจะไม่ประกอบความสุขในการนอนและการเคลิ้มหลับอีก จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้

จะเห็นได้ว่าแม้แต่การปฏิบัติธรรม พระพุทธองค์ท่านก็ยังทรงให้เดินทางสายกลาง กล่าวคือเมื่อระงับไม่สำเร็จจริงๆ ก็ให้นอนเสีย แต่ต้องนอนอย่างมีสติตามข้อ 8 นั่นแล

 

ขอบคุณภาพประกอบ : www.pexels.com

 

บทความเกี่ยวกับสมาธิ

Muon Meditation Studio โรงฝึก สมาธิแก้เครียด กลางกรุงโตเกียว

7 อานิสงส์ที่ได้จากการพับ ดอกบัว ถวายพระ สัญลักษณ์แห่งสมาธิและศรัทธา

พุทโธ หนทางของ “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน” หนึ่งในการทำสมาธิแต่สมัยโบราณ

keyboard_arrow_up